ตลาดน้ำอัมพวา

ตลาดน้ำท่าคา ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดแม่กลอง

วันเดียวเที่ยวสามที่ ไม่ใช้รถส่วนตัว นั่งรถตู้ สองแถว จากกรุงเทพ สายใต้ ค่าเดินทางไป-กลับ รวมทุกที่แล้วไม่เกินคนละ 180 บาท ไปทั้ง ตลาดน้ำท่าคา ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดแม่กลอง(ตลาดร่มหุบ)

เที่ยวสมุทรสงคราม 1 ชม. จากกรุงเทพฯ ไปเช้า-เย็นกลับ


วิธีไปแม่กลอง แบบไม่มีรถส่วนตัว

นั่งรถตู้ที่สายใต้เก่า(เดิม) หรือตอนนี้เรียกว่า ท่ารถตู้ อยู่เลยเซ็นทรัลปิ่นเกล้าไป 2 ป้ายรถเมล์ ลงรถเมล์ป้ายหน้า เดอร์ทรัสต์ ข้อดีคือ รถโล่ง หาง่าย คนขึ้นน้อย เลือกที่นั่นตามสบาย

หรือ จะไปขึ้นรถตู้ที่สายใต้ใหม่ ที่ SC Plaza ก็ได้ ข้อดีคือมีให้เลือกเยอะ (เยอะเกินป่าวไม่รู้…ไปทุกที่ เดินหายาก) ข้อเสียคือ คนจะไปขึ้นตรงนั้นเยอะกว่า คนรอเยอะ พอรถมาจอดรับ ก็จะเลือกที่นั่งไม่ได้


 

ราคา

ถ้าไปอัมพวา 70 บาท

ไปแม่กลอง 60 บาท

มีไปถึงตลาดน้ำดำเนินสะดวกด้วยนะ แต่ไม่รู้กี่บาทค่ะ น่าจะมากกว่า 100 บาทนะ

แต่ไม่มีไปถึงตลาดน้ำท่าคา


 

ตลาดน้ำท่าคา ตลาดน้ำอัมพวา ตลาดแม่กลอง

วิธีไป ตลาดน้ำท่าคา แบบไม่มีรถส่วนตัว

รถตู้ไปลงแม่กลอง จอดหน้าป้อมตำรวจตรงสี่แยก  ถ้าเดินเข้าซอยไปก็จะเจอ “สถานีรถไฟแม่กลอง” ที่เป็น “ตลาดร่มหุบ”

ถ้าจะไป “ตลาดน้ำท่าคา”  ต้องไปหาวินรถสองแถว อยู่ข้างๆกับตลาดร่มหุบ จุดสังเกตุคือ ธนาคารทหารไทย และธนาคารธนชาต

วินรถสองแถวจะอยู่หน้าธนาคารทหารไทย  เรียงรายกันหลายสาย

ไป ตลาดน้ำท่าคา ก็ขึ้นคันที่หน้ารถเขียนว่า “วัดเทพ” (แปลกจังทำไมไม่เขียนว่าท่าคา)  ราคา 20 บาท แต่ไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวนะ  รถมีชั่วโมงละคันเอง  รอนานพอสมควรเลย ใช้เวลาวิ่ง ประมาณ 20 นาที


 

วิธีไป ตลาดน้ำอัมพวา แบบไม่มีรถส่วนตัว

ถ้าจะไป “ตลาดน้ำอัมพวา” ก็ขึ้นคันที่หน้ารถเขียนว่า “อัมพวา”  จะมีนักท่องเที่ยว ฝรั่ง จีน ขึ้นกันเยอะ ราคา 8 บาท นั่งแค่ 10 นาทีก็ถึงแล้วค่ะ มีบ่อย น่าจะทุกๆ 15-20 นาที เลยค่ะ

สองแถวสายนี้มีถึงแค่ 6 โมงเย็นนะ ใครจะอยู่ดูหิ่งห้อย(ยังมีอยู่ป่าวหว่า) ก็ต้องค้างอย่างเดียวเลย

ส่วนรถตู้ที่มาถึงอัมพวา ก็มีถึงแค่ 2 ทุ่มครึ่ง  ถ้าพลาดรอบนี้ก็ต้องหาที่ค้าง ไม่ก็โบกรถเอาจ้า…


 

ตารางเวลารถไฟแม่กลอง

 

ตารางเวลารถไฟแม่กลอง

ถ้าอยากดูตลาดร่มหุบ ต้องมาเวลาที่วงไว้นี้เท่านั้นนะ เพราะเป็นเวลาเข้าออกของรถไฟค่ะ

รถไฟออก 6.20 , 9.00 , 11.30 , 15.30

รถไฟเข้า 8.30 , 11.10 , 14.30 , 17.40


ตลาดน้ำท่าคา น่าไปมั้ย

ออกแนวชาวบ๊านชาวบ้าน สวนมะพร้าว โล่งๆ ของขายแบบชาวบ้านมากๆ ราคาถูก มีแม่ค้าขายของในเรือ หอยทอด หมูปิ้ง กล้วย มะม่วง ฯลฯ  ธรรมชาติดีค่ะ

อาหารที่ขายบนเรือจานละ 20 บาท ถูกดีนะ แต่ปริมาณก็ไม่ได้เยอะนะ ก็ถือว่าไม่แพง

ที่ชอบคือ จานเขาไม่ใช้พลาสติกหรือโฟม ใช้จานเหมือนที่บ้านเราแหละ พอเรากินเสร็จก็ไปวางในกะละมัง เหมือนโรงอาหารที่โรงเรียน ถังขยะก็ใหญ่ เยอะ มีหลายจุดดีมากๆ

แล้วก็จะมีคนมาเก็บจานไปล้างให้ แล้วเอามาจ่ายให้แม่ค้าที่เรืออีกทีนึง

ถ้าไปก็ไปนั่งกินลม ชมวิว ดูบรรยากาศ(ร้อนๆ…แต่นั่งในร่มก็ไม่ร้อนนะ)  ดูคลอง ดูแม่ค้า ดูต้นไม้ ฟังเพลง

ตลาดน้ำท่าคา

แต่ที่นี่เปิดถึงแค่บ่ายๆ เย็นๆเองนะ มีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ วันหยุด อาจจะมีวันพิเศษข้างขึ้น ค้างแรมอะไรไม่รู้ รู้กันเองในหมู่ชาวบ้านแถวนั้น

บรรยากาศเหมือนสมัยก่อนมันก็ดีนะ แต่สงสารแม่ค้าอ่ะ นั่งอยู่แต่ในเรือ อ้วนๆกันทั้งนั้นเลย ไม่ได้เดินไปไหน

อากาศก็ร้อน มีร่มกางก็จริง แต่มันกันได้นิดเดียวนะ พอเราร้อน เราก็อยากกินน้ำเย็นๆ แล้วส่วนใหญ่ก็เป็นน้ำหวานๆ น้ำตาลสดไรงี้

แม่ค้าอยู่กันร้อนๆทั้งวัน คงจะกินน้ำหวานๆเย็นๆทั้งวัน ไม่ได้เดินไปไหนอีก น่ากลัวจะเป็นเบาหวาน ไขมัน

ราคาของทุกอย่างก็ถือว่าไม่แพงเลย ไม่โขกนั่งท่องเที่ยว แต่ของที่ขายไม่น่าจะถูกใจต่างชาตินะ เพราะเขาไม่รู้จัก แล้วก็ไม่รู้จะซื้อไปทำไม เขามาก็ได้แต่ดูๆ ใช้จ่ายเงินไม่เยอะ (ดูดเงินต่างชาติได้ไม่เยอะว่างั้นก็ได้)

แต่มีบางร้านที่ทำดี ตกแต่งดึงดูดนักท่องเที่ยว นั่งฟังเพลง นั่งกินกาแฟ ทานอาหาร ก็คิดว่าดีนะ สมัยนี้ธรรมชาติก็ต้องมาควบคู่กับความสะดวกสบาย ก็สามารถขายได้มากกว่า อัพราคาแพงขึ้น แต่ก็ไม่ได้แพงเว่อร์ ราคาปกติดี

ใช้เวลากับที่นี่ได้ซัก 1-2 ชม. ก็น่าจะเต็มที่แล้วนะ

สรุปว่าแนะนำให้ลองไปดูนะ ตลาดเล็กๆ ยาวแค่ไม่กี่ร้อยเมตร แต่บรรยากาศไม่ปรุงแต่ง ไปอุดหนุนที่นั่นกันหน่อยนะ นักท่องเที่ยวไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่


 

 

ตลาดน้ำอัมพวา น่าไปมั้ย

สำหรับที่นี่คงไม่ต้องโฆษณาอะไรกันมาก ตลาดเป็นแนวเกือกม้ายาวเป็นกิโล ของขายเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่จะแนวเน้นขายนักท่องเที่ยว  จะมาหาซื้อผัก ซื้อปลา ผลไม้ ไม่ต้องนะ มาอารมณ์กินเที่ยวเลย

รู้สึกว่าจังหวัดนี้เน้นของหวานๆ และเค็มๆ นะ พวกปลาทูต้มเค็ม  ปลาทูจะเด่นมาก ต้องหน้างอ คอหัก เลยถามเขาว่าทำไมต้องหน้างอคอหัก  เขาบอกว่า ถ้าหน้าไม่งอ คอไม่หัก มันยัดลงเข่งไม่ได้ไง

อ้าว…เราก็นึกว่า ถ้าหน้างอ คอหัก มันจะอร่อยกว่า

ของหวานๆก็เยอะมาก โดยเฉพาะน้ำตาลสด ขนมหวานๆ เชื่อมๆ เต็มไปหมด ถ้ามาอยู่ที่นี่ซักเดือนสงสัยเบาหวานถามหาแน่ๆ เพราะมันน่ากินไปหมด

อ้อ…มีผักอยู่ชนิดนึง เคยได้ยินชื่อแต่ยังไม่เคยเห็นของจริง มันคือ “ใบชะคราม” คลายๆชะอมที่เด็ดแล้ว แต่ใหญ่กว่า ไอ้เราก็นึกว่ามันจะจืดๆเหมือนผักทั่วไป

พอเอามากินจริงๆ โอ้ว…เขาเอาไปแช่น้ำเกลือ หรือว่าปลูกในน้ำเกลือกันแน่  ใบบ้าอะไร เค็มมากๆ สมกับจังหวัดนาเกลือจริงๆ ซื้อใบนี้มาไม่ต้องซื้อเกลือเลยนะ

ตลาดน้ำอัมพวา

มาเที่ยวที่นี่ต้องเตรียมน้ำเปล่ามาซักลิตรนึงน่ะ เพราะมันร้อนมาก ใส่เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น ถือพัดด้วยนะ

ที่น่าสนใจอีกอย่างคือ นั่งเรือ คนละ 50 บาท ประมาณ 1 ชม. เป็นเรือใหญ่ๆ นั่งได้เป็นสิบๆคน ควันจากเรือก็ไม่มีนะ เสียงเรือก็ไม่ดัง

ที่เยอะมากๆคงจะเป็นโฮมสเตย์ ที่พักเพียบ แต่เราก็คนไทย เคยอยู่บ้านนอกเนอะ ก็ไม่ค่อยปราถนาเท่าไหร่อ่ะ ต่างชาติหรือคนเมือง คุณหนู อยากมาสัมผัสความเป็นชาวบ้าน นอนฟูกก็มาได้นะ

สรุปว่า ที่นี่น่าไปสมคำล่ำลือค่ะ แม้จะออกแนวเอาใจนักท่องเที่ยว แต่ของก็มีให้เลือกหลากหลาย คนไทยก็ซื้อได้ ต่างชาติก็น่าจะชอบ


 

เที่ยวใกล้กรุงเทพ ไปเช้า-เย็นกลับ ถูกๆ ดีๆ

เช้าๆ 8-10 โมงไปตลาดน้ำท่าคาก่อนอันดับแรก ไปกินอะไรให้อิ่ม ย้ำว่ากินให้อิ่มเลยนะ เพราะที่นั่นถูกกว่าที่อื่น กินบรรยากาศ ซึมซับความร้อน เอ้ย…ความเป็นธรรมชาติ

11โมง-บ่าย3 ไป ตลาดน้ำอัมพวา แม้ว่ามันจะร้อนหน่อย แต่คนไม่เยอะ ไม่รำคาญนะ ถ้าเย็นแล้ว อากาศก็ดีขึ้น แต่คนก็จะเยอะขึ้นด้วย  เลือกเอาละกันว่าจะเอาร้อน หรือจะเอาคน

บ่าย 3-4 ก็กลับไปซื้อของที่ตลาดแม่กลอง บอกเลยว่าทุกอย่างที่ขายที่ตลาดน้ำ หาได้ที่ตลาดแม่กลอง (แหม..เราเผลอแบกมาซะไกล)

5-6 โมงเย็น ก็น่าจะถึงกรุงเทพแล้ว

ค่าเดินทางรวมๆ ไป-กลับ ไม่เกิน 200 บาท

ใครอยากไปโฉบตลาดน้ำดำเนินสะดวก ก็ไปก่อนเป็นอันดับแรกๆเลย แล้วรีบกลับ เพราะมันไม่น่าจะค่อยมีอะไรที่ชาวไทยอย่างเราจะสนใจ อาจต้องเพิ่มค่าเดินทางไปกลับอีกซักร้อยนึง


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.