ประวัติ ประเทศเช็ก

ประวัติ ประเทศเช็ก

เล่าประวัติสาธารณรัฐเช็ก ตอน 1/3

สรุปประวัติสาธารณรัฐเช็ก ความรู้คร่าวๆเพื่อให้การท่องเที่ยวสนุกและเข้าใจกับสถานที่ต่างๆได้มากขึ้น

– 500 ปีก่อนคริสตศักราช เริ่มจากจักรวรรดิโรมัน โดนชนเยอรมานิกเริ่มเข้ามารุกราน

– ค.ศ.200-300 อาณาจักรโรมันถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย โรมันตะวันออก กับ โรมันตะวันตก

– ค.ศ. 400 อาณาจักรโรมันตะวันตกล่มสลาย เพราะชาว Huns เข้ามา

– ไม่นานชาว Huns หนีกลับถิ่น ชนเยอรมานิกเจริญแทน

– ค.ศ. 600 ชาวสลาฟเริ่มเข้ามาแทนที่ชาวเซลติก

– ค.ศ. 800 พระสันตปาปาได้แต่งตั้ง Charlemagne ให้เป็นจักรพรรดิ

– ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน อาณาจักรโมราเวียได้ถูกก่อตั่งขึ้น ซึ่งยิ่งใหญ่มาก แต่ก็ล่มสลายไปอย่างรวดเร็ว
– ค.ศ.900 ราชวงศ์ Premyslid ก็เข้ามาปกครองแทน เจ้าชาย Borivoj ก็สร้างปราสาท Praha castle ขึ้น (คนละที่กับปราสาทปรากในปัจจุบัน)

– ต่อมา King Wenceslas I ก็ได้เป็น King ทำให้พื้นที่แถบโบฮีเมียมีความสำคัญมากขึ้น

– King Premyslid Ottokar II ของโบฮีเมีย ยิ่งใหญ่ขึ้นเกือบเทียบรัศมีจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

– แต่ Rudolf of Hubsburg ก็ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อคานอำนาจ King Premysl Otakar II

– สุดท้าย King Premysl Otakar II ก็พ่ายแพ้ไป และ Rudolf of Hubsburg ก็คือต้นตระกูลที่ทำให้ตระกูล Hubsburg ยิ่งใหญ่ เป็นจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์สืบต่อกันมา 200-300 ปีในเวลาต่อมา

– ส่วน King Wenceslas II (ลูกของ King Ottokar II) ก็ได้ขยายอาณาเขตไปได้อย่างกว้างขวางใหญ่โตมากๆ แต่ท่านไม่มีทายาทผู้ชายสืบตระกูล มีแต่ลูกผู้หญิง จึงทำให้ต้องไปแต่งงานกับตระกูล Luxembourg


 

เล่าประวัติสาธารณรัฐเช็ก ตอน 2/3

– ตอนที่แล้วเล่าถึง King Wenceslas II อันยิ่งใหญ่แต่กลับไม่มีทายาทผู้ชายสืบตระกูล มีแต่ลูกสาว จึงทำให้ต้องไปแต่งงานกับตระกูล Luxembourg

– ลูกสาวคนนี้ชื่อ Elizabeth of Bohemia ก็ได้ไปแต่งงานกับ John of Luxembourg

– ทำให้ John of Luxembourg ขึ้นเป็น King และขยายอาณาเขตไปอย่างกว้างขวาง

– ทั้งสองพระองค์นี้ได้ให้กำเนิดบุคคลสำคํญมากคือ กษัตริย์ชาร์ล ซึ่งได้เป็นจักรพรรดิด้วย (Charles IV Holy Roman Emperor)

– จักรพรรดิชาร์ล ที่4 เป็นผู้ที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้ดินแดนโบฮีเมียอย่างมหาศาล

– แต่ยุคของ จักรพรรดิชาร์ล ที่4 นี้ก็มีทั้งรุ่งเรืองถึงขีดสุด และตกต่ำมากในช่วงปลายรัชกาล

– แต่ในยุคถัดๆมาก็เริ่มตกต่ำ เนื่องด้วยสงครามศาสนาแพร่ไปทั่วยุโรป

– จนกระทั่งราชวงศ์ Hubsburg ก็ได้เข้ามาปกครองแทน


 

เล่าประวัติสาธารณรัฐเช็ก ตอน 3/3

ตอนที่แล้วถึง ราชวงศ์ Hubsburg ก็ได้เข้ามาปกครองแทนนานกว่า 400 ปี
(ช่วงจักรพรรดิชาร์ล เป็นยุคทองของโบฮีเมียช่วงที่ 1 ต่อมาก็ตกต่ำ แล้วก็เข้าสู่ยุคทองในยุคของราชวงศ์ Hubsburg นี่ล่ะ)

– ช่วงศตวรรษที่ 17 เป็นยุคสงครามสามสิบปี (สงครามศาสนา) ซึ่งเป็นยุคที่มีแต่ผู้ที่หากินกับศาสนา ทำให้ศาสนาเสื่อม จนเกิดคนไม่พอใจมากขึ้น บุคคลที่สำคัญมากคือ Martin Luther ซึ่งเป็นผู้ตั้งนิกายโปรแตสแตนท์ที่ต่อต้านคาทอลิก

– จากสงครามสามสิบปี ทำให้อาณาจักรโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ถึงคราวเสื่อม

– ซึ่งช่วงนั้น Hubsburg ก็เป็นผู้ปกครองโบฮีเมีย ปรากถือว่าเป็นเมืองหลวงแห่งที่สอง รองจากเวียนนาเลยทีเดีียว

– บุคคลสำคัญของชาวโบฮีเมียอีกคนนึงในยุคถัดมาก็คือ จักรพรรดิ์ Joseph II ซึ่งเป็นลูกชายของ Maria Theresa เพราะพระองค์ได้เลือก “ปราก” ให้เป็นเมืองหลวงในรัชสมัยของพระองค์

– ต่อมายุคประมาณค.ศ.18xx เป็นยุคที่นโปเลียนยิ่งใหญ่ไปทั่วยุโรป จนอยากขึ้นเป็น Holy Roman Emperor แต่ช่วงนั้น จักรพรรดิคือ Fransic II ซึ่งเป็นลูกของ Maria Theresa ก็ตัดสินใจยุบตำแหน่ง Holy Roman Emperor ไปซะเลยเพื่อปกป้องไม่ให้นโปเลียนได้ตำแหน่งนี้ไป และนั่นก็คือจุดจบของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

– หลังจากนั้น ปราก ก็โดนลดบทบาทลงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา จนเข้ายุคสงครามโลกครั้งที่1

– หลังจบสงครามโลกครั้งที่1 ประเทศเช็ก กับประเทศสโลวาเกีย ก็โดนจับรวมกัน เป็น “เช็กโกสโลวัคเกีย”

– จากนั้น โซเวียตก็เข้ามาปกครองจน เช็กโกสโลวัคเกีย อยู่ในระบอบคอมมิวนิสต์กว่า 40 ปี

– หลังจบสงครามโลกครั้งที่2 คอมมิวนิสต์สลาย เช็กโกสโลวัคเกีย ก็แยกตัวออกจากกันเหมือนเดิม กลายเป็น สาธารณรัฐเช็ก กับ สาธารณรัฐสโลวัก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.