เฉียดตายที่ฮาเนดะ

เฉียดตายที่ฮาเนดะ

แหะๆ… พาดหัวเกินจริงไปมั้ยนะ  แต่มันรู้สึกถึงความกลัวมากที่สุดในชีวิตการท่องเที่ยวเลยนะ  เรื่องมันมีอยู่ว่า…

วันนั้นเป็นวันสุดท้ายแล้วต้องมานอนสนามบินฮะเนดะ เพื่อรอขึ้นเครื่องในตอนเช้าตรู่

เช้ารุ่งขึ้น นอนไปก็ชมไป โหย…ห้องน้ำเค้าดีเนอะ อย่างกะห้องนอนแน่ะ

โหย…ที่นอนเขาก็ดีเนอะ(จริงๆที่นั่งต่างหาก) ปลอดภัยดีเนอะมีเจ้าหน้าทีเดินตรวจด้วย

มีช่องถ่ายรูปเครื่องบิน แบบไม่ติดลูกกรงบนดาดฟ้าด้วย มีแฟมิลี่มาร์ทหาของกินง่ายดีเนอะ ชมๆๆๆ…


แต่ทว่า เหตุการณ์ที่จำไม่มีวันลืมเลย กำลังจะเกิดขึ้น

เรากำลังหยิบปากกาจากกระเป๋า  มาจดนู่นจดนี่   ปากกาต้นเหตุด้ามนั้นล่วงหล่นลงพื้น


สามีจึงเอื้อมมือผ่านช่องแคบของเก้าอี้ไปหยิบ   แหมวิญญาณสุภาพบุรุษเข้าสิงรึใงไม่รู้

แต่ปรากฏว่าเอื้อมไม่ถึง   เลยต้องยื่นไปสุดแขน  เหยียดนิ้วชี้กับนิ้วกลาง

เพื่อคีบปากกาด้ามนั้นขึ้นมา  จริงๆก็แค่ก้มลงหยิบใต้เก้าอี้ก็จบกันแล้ว

แต่ด้วยความขี้เกียจลุก  นึกว่าแขนยาวเป็นแม่นาค  เลยเอื้อมไปด้านหลังแทน


เที่ยวโตเกียว-422
เหตุการณ์จำลอง

ใช้นิ้วสองนิ้วเหมือนตะเกียบ  คีบแตะถึงปากกาได้    กำลังดึงแขนกลับมา

สามีค้างท่านั้นอยู่แล้วก็บอกว่า   ฮึ๊ย…ดึงไม่ออกอ่ะ   ติดๆๆ

เราก็นึกว่าเล่นมุข  ไม่ได้สนใจอะไร  แถมเร่งให้เอาขึ้นมาเร็วๆอีก

เขาก็บอกว่า   ฮึ๊ย .. ติดจริงๆ ดึงไม่ขึึ้น

แขนถูกหนีบโดยร่องเก้าอี้  ดึงเท่าไหร่ก็ไม่ออก


ตอนแรกสีหน้าก็เหมือนแกล้ง  แต่พอผ่านไปเริ่มหน้าตาจริงจังแล้ว

ดูตกใจน่าดู   เราก็ยังคิดในใจว่า อะไรกันช่องแค่นี้ ก็ดึงแขนขึ้นมาดิ

มันจะไปยากอะไร  เขาก็บอกว่า ดึงแล้ว มันไม่ขึ้นจริงๆ  มันเจ็บกระดูกด้วย


เราก็เอ๋อสิ… สตั๊นไปชั่วขณะ  แล้วมองหน้าซีดๆของสามี

นี่คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆแล้ว  เลยต้องเรียกสติกลับมา


แล้วช่วยค่อยๆเคลื่อนๆ  ดันๆเนื้อออก  ค่อยๆขยับ   รีดเนื้อออกทีละนิด

แต่สามีก็ร้องอย่างเจ็บปวด   เพราะเก้าอี้มันหนีบเข้ามา

จนเราไม่รู้จะทำยังไงดี  ใจเริ่มเสียแล้ว

มือก็สั่น  บอกตรงๆว่า ปัสสาวะจะราด


สามีเริ่มมีสีหน้าถอดสีมากขึ้น  แขนเริ่มมีรอยแดง

และบวมกว่าเดิมอีก (คือแขนก็ใหญ่อยู่แล้ว)

เราคิดในใจว่าถ้าถึงที่สุดจริงๆ  จะวิ่งไปเรียกใครก็ได้มาช่วย

คงจะเป็นเรื่องใหญ่น่าดู  หรืออาจต้องตัดเก้าอี้ออก

เพราะเห็นคนญี่ปุ่นเค้าจริงจังเว่อร์ไปซะทุกเรื่องเลย

แล้วเรื่องใหญ่ๆแบบนี้ สงสัยเรียกหน่วยกู้ภัย แล้วพาไปโรงพยาบาลแหง๋ๆ


ตอนนั้นทำอะไรไ่ม่ถูกจริงๆ   คิดแต่ว่าทำยังไงดีๆๆ   พยายามทำใจให้เย็นลง

เราก็เห็นว่าสีหน้าสามีไม่ดีแล้ว  ถ้าทำหน้าตกใจอีกคน

คนเจ็บก็ยิ่งใจหายเข้าไปใหญ่   ก็เลยบอกว่าไม่เป็นไร

มันเข้าได้ก็ต้องออกได้แน่ๆ  ใจเย็นๆนะ  หายใจเข้าลึกๆ  อย่าตกใจ

อยู่นิ่งๆ เฉยๆ  แขนจะได้ไม่บวม   (เพราะตอนนี้มันเริ่มแดงมากขึ้นแล้ว)


สัญญาว่าต้องช่วยให้มันออกได้แน่นอน  ตอนนี้ต้องอย่าตกใจนะ

อย่าตกใจๆๆ (แต่เราน่ะใจเสียไปแล้ว) จริงๆพูดปลอบตัวเองมากกว่าแหล่ะ


ทันใดนั้นก็นึกขึ้นมาได้  เลยบอกว่า ใจเย็นๆ  เดี๋ยวมานะ

จะไปเอาน้ำสบู่มาลูบให้   เรารีบหยิบขวดน้ำกินที่ยังมีน้ำเหลืออยู่

แล้ววิ่งไปห้องน้ำ  ใจยังสั่น  ขาก็ยังสั่นอยู่


ถึงห้องน้ำ ที่อยู่ห่างประมาณแค่ 100 เมตร  แต่ทำไมรู้สึกว่ามันไกลนักไม่รู้

เทน้ำในขวดมารองน้ำสบู่แทน   ทั้งๆที่มือยังสั่นอยู่

แล้วก็รีบวิ่งกลับมา   เอาน้ำสบู่มาลูบบริเวณที่ติด

ที่ตอนนี้เป็นรอยแดง และบวมขึ้นอีกแล้ว   พอลูบเสร็จ

ก็ช่วยกันดึงอีก   ก็ยังไม่ออก  สามีร้องว่าเจ็บมาก

มันบีบกระดูก  สีหน้าน่าสงสารมาก


เอาใหม่  ใส่สบู่ให้มากๆ  น้ำเลอะพื้นไปหมด  ก็ไม่สนใจแล้ว

ตกลงกันว่าเดี๋ยวเราจะแหวกเก้าอี้ออกสุดแรงเกิดเลยนะ

ทนเจ็บหน่อยนะ  แล้วก็ใช้หัวเข่าดันเก้าอี้ให้ถ่างออก

มือข้างหนึ่งก็แหวกเก้าอี้เต็มแรง  อีกมือที่เหลือก็ค่อยๆดันเนื้อ


กลัวเก้าอี้มันจะหักเหมือนกันนะ    แต่ไม่สนใจแล้ววินาทีนั้น

หักก็ช่างมัน   ดันเต็มที่   รับรู้ถึงสีหน้า  ความเจ็บปวด

แต่ถึงเลือดจะออก   เนื้อจะฉีก   ก็ยังดีกว่าติดอยู่นาน

ไม่อย่างนั้น  แขนอาจจะบวมจนออกไม่ได้จริงๆ


แล้วตัดสินใจพูดเป็นครั้งสุดท้าย  ให้ทนเจ็บแป๊บนึง

อึดใจเดียวเท่านั้นนะ  พร้อมนะ  แล้วนับ หนึ่ง สอง สาม  ย๊ากกกกส์…

ทั้งสองจึงใช้พลังสุดแรงเกิด   วินาทีที่แขนเลื่อนหลุดออกมา

ดีใจจนบรรยายไม่ถูก   เหมือนยกภูเขาฟูจิออกจากอกได้เลย


เที่ยวโตเกียว-421
ที่นอน เอ้ย…ที่นั่งสนามบินฮาเนดะ

ระยะเวลาตั้งแต่ต้นจนจบ ความรู้สึกเหมือนมันนานมาก

แต่จริงๆแล้วแค่ไม่ถึง 15 นาทีเท่านั้นเอง

แต่ก็ไม่มีเวลามาปลอบกันมากนัก  เพราะใกล้เวลาเช็คอินแล้ว

แต่ก็แปลกนะ ที่ขณะที่พวกเรากำลังชุลมุนอยู่นั้น

ไม่มีใครสังเกตุพวกเราเลยหรอ  ว่าทำอะไร  มันแปลกมากๆ

ไม่ใช่ไม่มีคนนะ  มีคนนั่งอยู่ประปราย  พนักงานต่างๆก็เดินไปเดินมา

ที่นี่เขาไม่มีญี่ปุ่นมุงหรอไง   หรือเขานึกว่าเราเล่นพิเรนท์อะไรกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.