เที่ยว Melk – St. Polten

เที่ยวเยอรมัน-384
Melk Abbey

เที่ยว Melk – St. Polten

เช้าวันนี้พวกเราเริ่มต้นกันที่ Obertraun ที่พักที่ใกล้ Hallstatt ที่สุด  และจะออกเดินทางไกลไปที่ Melk  ด้วยการต่อรถไฟถึง 5 ต่อ


วิธีไป Melk

ถามว่ารู้ได้ยังไงว่าไปยังไง ง่ายมากค่ะ เข้าเวป http://fahrplan.oebb.at/

ใส่ต้นสาย ปลายทาง แล้วก็กด Search เพียงแค่นี้ ก็มีเส้นทางให้เราเลือกมากมาย


 

แล้วเราจะเลือกเส้นทางไหนดี

เลือกเส้นทางที่ใช้เวลาน้อยที่สุด

ก่อนหน้าที่พวกเราจะไป ก็กลัวว่าจะต่อรถไฟไม่ทัน จะหา platform ไม่เจอ จะต้องเดินไกลๆแบบญี่ปุ่น ก็เลยเลือกแบบเปลี่ยนรถนานๆหน่อย

ซึ่งพอไปจริงๆแล้ว มันไม่ยากเลย Platform มันไปถึงกันได้ไม่ไกล  ใช้เวลา 3-5 นาที ก็ทันถมเถ(แต่เดินเร็วๆหน่อยนะ)

ดังนั้นถ้าพวกเราจะไปอีก ก็จะเลือกที่เวลาต่อรถน้อยๆ

ถ้าสมมุติว่ารถไฟดีเลย์  แล้วเปลี่ยนรถไฟไม่ทัน  ก็ไม่เป็นไรค่ะ ค้นหาเส้นทางในเวปใหม่ อาจจะรอนานหน่อย แต่ก็ยอมเสี่ยง  ดีกว่ารอต่อรถนานๆ


 

เลือกเส้นทางที่เปลี่ยนรถไฟน้อยๆ

คงไม่มีใครอยากหิ้วกระเป๋า ขึ้นๆลงๆ เปลี่ยนรถไฟบ่อยๆ นั่งรวดเดียวถึงยิ่งดี

แต่ถ้าเราใช้พาสก็ต้องเป็น Local train เท่านั้นนะคะ


 

Einfach-Rach-Ticket

พวกเราเลือกใช้ Einfach-Rach-Ticket 2 คน ราคา 33 ยูโร เงื่อนไขคล้ายๆ Bavaria ticket แต่

Einfach-Rach-Ticket จะเพิ่มทีละ 4 ยูโรทุกๆ 1 คน ได้สูงสุด 5 คน

และใช้ได้เฉพาะรถไฟช้าระยะไกลเท่านั้น  ใช้กับบัสไม่ได้นะคะ

ใช้ไปถึง Vienna ได้ค่ะ แต่ใช้รถไฟในเมือง ใต้ดิน บนดินที่วิ่งภายในเมืองไม่ได้นะคะ

 

เวลาซื้อตั๋ว จะมีให้เลือก จำนวนคน และจำนวนใบ

ถ้าเราเลือก 2 คน  ก็ต้องเลือก 1 ใบนะ (ไม่ใช่2ใบ)

ส่วนราคา 1 คนไม่มีค่ะ (ราคาเริ่มที่ 2 คน)

เที่ยวเยอรมัน-381
Einfach-Raus-Ticket

ส่วนเวลา Search เส้นทาง ก็อย่าลืมเลือก Einfach-Raus-Ticket ด้วยนะคะ

 

เที่ยวเยอรมัน-382

เส้นทางการเดินทางของเราในวันนี้ค่อนข้างจะยาวไกล และเปลี่ยนรถไฟบ่อยถึง 5 สาย (มือใหม่ เลยเลือกแบบเปลี่ยนสายนานหน่อย)

เริ่มต้นที่ Obertraun 9โมงเช้า ไปถึง Melk บ่ายสองกว่าๆ

รอบแรก  Obertraun –> Attnang-Puchheim

รอบสอง   Attnang-Puchheim –> Linz

รอบสาม   Linz – St. Valentin

รอบสี่   St. Valentin  –> Amstetten

รอบห้า  Amstetten  –> Melk


 

เที่ยวเยอรมัน-383
Melk Abbey

เรามาทำอะไรกันที่ Melk

ทีแรกตั้งใจจะล่องเรือแม่น้ำดานูป ไป Krems แต่เห็นพยากรณ์แล้ว ฝนตกแน่ๆ พรุ่งนี้ ก็เลยยกเลิกไป ประกอบกับความงกทั้งเงิน และเวลา

เพราะราคาล่องเรือ ก็สูงใช้ได้ แถมยังต้องใช้เวลาไปกลับ ทั้งวัน

พวกเราก็เลยยกเลิก ไม่ล่องเรือ แต่จะ นั่งบัสแทน เอาไว้ตอนหน้าจะลงรายละเอียดอีกทีค่ะ

 

สำหรับวันนี้ พวกเราไม่ได้เที่ยวอะไรเป็นเรื่องเป็นราว

แค่เดินชมเมือง ซึ่งมี Melk Abbey เป็นสถานที่หลัก  ส่วนตัวเมืองไม่ใหญ่มาก เดินไม่ถึงชั่วโมงก็หมดแล้วค่ะ

นอกจากนี้ พวกเรายังโลภมาก ไป St. Polten ที่เป็นเมืองข้างๆ Melk ด้วย แต่ต้องนั่งรถไฟไปนิดนึง

ไหนๆก็ซื้อ Einfach-Raus-Ticket มาแล้ว ก็ใช้ให้คุ้ม

St. Polten  ใช้เวลาเดินในเมืองเล็กๆ ไม่เกิน 1 ชม. ค่ะ

 

ไม่ผิดหวังค่ะ St. Polten เป็นเมืองใหญ่กว่า Melk และสวยพอสมควร ออกแนวบาโร๊ค


 

Melk และ St Polten น่าเที่ยวมั้ย

ทั้ง Melk และ St Polten ให้ความรู้สึกเหมือนห้างที่ตกแต่งเลียนแบบยุโรป

สำหรับแอดมิน ไม่ได้ปลาบปลื้ม ซาบซึ้งกับทั้งสองเมืองนี้มากค่ะ  เหมือนเป็นเมืองทางผ่านเฉยๆ

ไม่ได้แย่ ไม่ได้ทันสมัยตึกเหลี่ยมไร้วัฒนธรรมนะ  แต่รู้สึกกลางๆมากกว่า

มาก็ดี ไม่มาก็ไม่ได้เสียดายอะไรทำนองนี้


 

ถ้าถามว่าแนะนำให้มามั้ย

คงต้องแล้วแต่คนชอบนะคะ  แต่สำหรับแอดมินคิดว่า ถ้าผ่านมา ใช้พาส อยากมาดู แล้วมีเวลา ก็มาชะโงกซะหน่อยได้ค่ะ

แต่ถ้าไม่มีเวลา ไม่ได้ใช้พาสอะไร ก็ไม่ต้องมาค่ะ (เปลือง)

Melk Abbey แนะนำไม่ได้ เพราะไม่ได้เข้าค่ะ แต่ข้างนอกดูใหญ่โตมาก

ค่าเข้าก็แพงกว่าวังอื่นๆ ก็คงจะมีอะไรน่าสนใจล่ะค่ะ


 

ถ้าถามว่าเสียใจมั้ยที่มาพักที่ Melk

ไม่เสียใจนะคะ แล้วก็คิดว่าพักถูกที่แล้ว เพราะเราจะไป Dunestein , Spitz , Krems อยู่แล้ว

ถ้าจะเสียใจก็คงเสียใจที่ไม่ได้พักที่ Dürnstein หรือ Spitz มากกว่า (แต่ที่พักแพงกว่ามาก)

สรุปว่าจะมาพักที่ Melk ก็แนะนำสำหรับคนจะไปเส้นทาง Dunestein , Spitz , Krems ค่ะ


 

ดูวิดีโอ การเดินทางจาก Obertraun ไป Melk เปลี่ยนสายรถไฟ 5 คัน (เที่ยวออสเตรีย Ep.99)

 

 

ดูวิดีโอ เที่ยว Melk – St. Pölten ; Melk Abbey พัก 1 คืน ที่ Melk (เที่ยวออสเตรีย Ep.100)

 

 


ข้อมูลประวัติศาสตร์เพิ่มเติมเกี่ยวกับเมือง Melk

Melk เป็นที่ปักหลักแห่งแรกของตระกูล Babenburg (เป็นตระกูลผู้ปกครองแรกของออสเตรีย)

 

เรื่องมีอยู่ว่า…

คือเมื่อก่อนกษัตริย์แห่งบาวาเรียจะยิ่งใหญ่มากใช่มั้ยคะ ก็ได้แต่งตั้งคนไปดูแลเมืองหน้าด่านต่างๆ

คนที่ได้รับมอบหมายนั้น ก็จะมีมีอำนาจเหมือนกษัตริย์เลย

 

แต่มีอยู่คนนึง ไปเข้าข้างคนอื่น แถมยังคิดเกิดเหิมเกริม จะล้มล้างลูกของคนที่แต่งตั้งตัวเองอีก

(ก็ลูกต้องขึ้นเป็นกษัตริย์ต่อจากพ่อใช่มั้ย)

 

ก็เลยถูกปลด แล้วตั้งขุนนางคนอื่นมาแทน คนนั้นก็คือ Leopold จากตระกูล Babenburg

ซึ่งตระกูลนี้ก็ปกครองพื้นที่แถบออสเตรีย ตั้งแต่ปี976 จนถึงปี 1230 รวม 254 ปี

 

Leopold ตอนเข้ามารับหน้าที่ ก็ได้สร้างป้อม และเลือกฐานที่มั่นของตัวเองไว้ที่ Melk

จนภายหลังก็มีการสร้างโบสถ์เมลค์ขึ้นมาข้างๆป้อม (ป้อมที่ว่า ก็คือปราสาทนั่นแหละ)

 

ต่อมา ทายาทตระกูลบาเบนเบิร์ก อีกหลายรุ่นสืบต่อกันมา

มีคนหนึ่งได้ขึ้นครองราชย์ ก็เลยย้ายฐานไปแถวๆเวียนนาแทน

แล้วก็ยกปราสาท Melk และดินแดนรอบๆ ให้เป็นส่วนหนึ่งของโบสถ์ Melk ไปเลย

 

โบสถ์เมลค์ขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตกแต่งอย่างหรูหราสไตล์บาโรค

เคยต้อนรับคนสำคัญๆ เช่น พระนางมาเรีย เทเรซ่า  และโมซาร์ท มาแล้วด้วย

 

โบสถ์เมลค์เป็นโบสถ์นิกายเบเนดิกทีน ซึ่งเป็นแนวทางแห่งชีวิต

โดยพระในนิกายนี้ จะห้ามมีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง

ชุมชนใกล้ๆ จะมาถวายอาหาร และของใช้

 

พระจะใช้เวลาทั้งวันไปกับการสวดมนต์ ทำงาน(เกษตรกรรม) และนอน (พักผ่อน)

แล้วยังต้องช่วยเหลือผู้คน บริจาคสิ่งของ สอนหนังสือ

ส่วนเครื่องแต่งกายก็ง่ายๆ เสื้อคลุมมีฮู้ด

เมื่อก่อนเสื้อคลุมไม่ได้ย้อมสี  แต่ต่อมานิยมเป็นสีดำ คนเลยเรียกพระนิกายนี้ว่า Black Monks 

 

(สรุปเฉพาะใจความสำคัญจากหนังสือชื่อ “ท่องโลกศิลปวัฒนธรรม กับ เสรษฐวิทย์ เล่ม 3” ผู้เขียน เสรษฐวิทย์ ชีรวินิจ)

 


รวมลิ้งค์ทุกตอน รีวิวเที่ยวยุโรป Season1


 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *