ประวัติเยอรมัน

ประวัติเยอรมัน

เล่าประวัติประเทศเยอรมนี (1/3) | History of Germany part1/3 | GNGHistory

“กำเนิดจักรวรรดิปรัสเซีย”
กว่าจะมาเป็นประเทศเยอรมนีอย่างทุกวันนี้ ได้มีการรวมชาติครั้งยิ่งใหญ่

เพราะพื้นที่นี้เดิมมีชนเยอรมานิกอาศัยอยู่หลากหลากกลุ่มมาก
คล้ายๆกับจีนที่มีหลายเชื่อชาติ อย่างที่เราคุ้นเคยชื่อกันเช่น จีนกวางตุ้ง จีนแต้จิ๋ว จีนแคะ จีนไหหลำ และอีกนับร้อยๆชื่อ

ที่เยอรมนีก็คล้ายๆกันคือเป็นกลุ่มชนชาวเยอรมานิก ที่แบ่งเป็นหลายเชื่อชาติ เช่น Franks Bavarians Saxons และอีกมากมาย

ซึ่งคำว่าชนเยอรมานิก ก็ไม่ได้หมายถึงประเทศเยอรมนีอย่างเดียว แต่เป็นการเรียกรวมๆ ซึ่งพวกนี้แผ่ขยายอำนาจไปทั่วยุโรป ซึ่งก็คือบรรพบุรุษของประเทศต่างๆในยุโรปนั่นเอง

Roman Empire 27 BC- 395 AD
ซึ่งก่อนหน้าที่กลุ่มชนเยอรมานิกจะเข้ามา ดั้งเดิมคือมีชาวโรมันเป็นเจ้าถิ่นอยู่ก่อนแล้ว เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มาก เจริญที่สุดในโลกในสมัยนั้นเลยก็ว่าได้

แต่ต่อมา (หลังปีค.ศ.395) ชนเยอรมานิกก็ได้เข้ามายึดครองพื้นที่ของชาวโรมันไว้อย่างเบ็ดเสร็จ

ชาวโรมันเรียกชนเยอรมานิกพวกนี้ว่า “พวกอนารยชน” หรือพวกไม่มีวัฒนธรรม พวกไร้มารยาท คนเถื่อน

แต่กลับกลายเป็นว่าคนเถื่อนเหล่านี้ได้พัฒนากลายเป็นชนชั้นสูงแทนพวกโรมันไปแล้ว

ค.ศ. 8xx
กลุ่มชนเยอรมานิกที่ใหญ่ที่สุดตอนนั้นก็คือ Franks ก็ได้ยกให้ Charlemagne เป็นจักรพรรดิแห่งโรมันอันศักดิ์สิทธิ์คนแรก

ค.ศ. 1095 – 1291 เกิดสงครามครูเสด (Crusades War) เป็นสงครามศาสนาระหว่างคริสต์และอิสลาม กินเวลานานถึง 200 ปี

แต่สุดท้ายฝ่ายคริสต์ก็ไม่สามารถเข้ายึดกรุงเยรูซาเลมของอิสลามได้ ฝ่ายคริสต์เสียหายอย่างหนักจากการทำสงครามยาวนาน

ทำให้แต่ละเมืองในยุโรปเริ่มแข็งข้อกันเอง ไม่นับถือสันตปาปาแล้ว ก็เริ่มแบ่งแยกเป็นอาณาจักรของตัวเองมากมาย

ทำให้เราเห็นปราสาทในยุโรปมากมายนับไม่ถ้วน เพราะเขามีอาณาจักรเป็นของตัวเองเป็นร้อยๆแห่ง

ในช่วงสงครามครูเสดจะมีตระกูลนึงที่ชื่อ Hohenzollern ที่มีอิทพลมากอยู่แถว Stuttgart

ซึ่งมีการแยกออกเป็นสองสาย สายนึงก็อยู่ทางใต้ (แถวสตุทการ์ท) อีกสายนึงก็ขึ้นเหนือ (แถวๆ Berlin)

สายทางเหนือนี้แหละที่เป็นผู้ก่อตั้งอาณาจักรปรัสเซียขึ้นมา ตั้งแต่ประมาณค.ศ.12xx

เป็นอาณาจักรที่ใหญ่มากกินพื้่นที่ไปถึงโปแลนด์และยุโรปตอนเหนือทั้งหมด (ยกเว้น แสกนดิเนเวีย) เรียกว่า อาณาจักรปรัสเซีย

ต่อมาก็มีการแต่งงานกับตระกูลที่ Brandenburg ก็ทำให้มีการรวมพื้นที่กันให้ใหญ่ขึ้นไปอีกกลายเป็น Brandenburg-Prussia

เรียกได้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในยุโรปเลยก็ว่าได้ (คือรวยสุดนั่นเอง)
คิดดูว่าขนาดราชวงค์ฮับบูร์ก (House of Habsburg) ซึ่งเป็นจักรพรรดิ์โรมันอันศักดิ์สิทธ์ในตอนนั้น ยังต้องมาขอความช่วยเหลือหลายอย่าง

จน Brandenburg-Prussia ได้มีการสถาปนากษัตริย์องค์แรกอย่างเป็นทางการ

คือคิดดูว่ายิ่งใหญ่ขนาดนั้น แต่ยังไม่ได้เป็นกษัตริย์ (ตอนนั้นเป็นเพียง Elector เท่านั้น) เพราะการตั้งต้องอาศัยจักรพรรดิเป็นคนแต่งตั้ง ไม่ใช่ตั้งกันเอง มันไม่น่าเชื่อถือ

และคนที่ได้เป็นกษัตริย์พระองค์แรกของ Prussia ก็คือ King Frederick I of Prussia

ถึงตรงนี้ก็คือจุดกำเนิดอาณาจักรปรัสเซียอย่างเป็นทางการ มีกษัตริย์ปกครองอย่างเป็นเรื่องเป็นราวแล้ว

 


 

เล่าประวัติประเทศเยอรมนี (2/3) | History of Germany part 2/3 | GNG History

การที่จักรพรรดิแต่งตั้ง King Frederick I ก็ไมได้เป็นการทำด้วยความเต็มใจนักหรอก เพราะนี่ขนาดยังไม่ได้เป็นกษัตริย์ยังยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ถ้าเป็นกษัตริย์แล้วสงสัยจะมากินรวบจักพรรดิทีหลังแน่เลย

แต่ก็ช่วยไม่ได้ จักรพรรดิต้องการความช่วยเหลือทั้งการเงิน และการทหารจากเฟรดเดอริกเองนี่

แต่ก็คิดว่ายังไงก็ยังต้องเป็นเด็กดีอยู่ภายใต้โอวาทจักรพรรดิอยู่ดีเป็นแน่แท้ แต่สุดท้ายเป็นยังไงเราก็รู้กันดีว่าปัจจุบันจักรพรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ล่มสลาย ปรัสเซียรุ่งเรือง

แล้วทำไมปรัสเซียถึงเจริญมาได้ถึงขนาดนี้
ก็เพราะว่าหลังสงครามสามสิบปี คนอื่นเขาเสียหายกันหนักมาก แต่ปรัสเซียมีความเป็นนักธุรกิจสูงมากคือเปลี่ยนสีไปเรื่อย เข้าข้างฝ่ายที่ได้เปรียบ เอาตัวรอดได้เก่งมาก

หลังสงครามสามสิบปี จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ก็เริ่มเสื่อมลงทั้งการเงินการทหาร และศาสนา

ทำให้ปกติที่การเลือกจักรพรรดิต้องมาจาก elector ผู้คัดเลือก แต่หลังจากสงครามผู้คนไม่นับถือสันตะปาปามากเหมือนก่อนแล้ว

ก็เลยตั้งตัวเองเป็นจักรพรรดิต่อเนื่องแบบสืบเชื้อสายต่อๆกันมาเองซะเลย ไม่ต้องเลือกตั้ง ไม่ต้องเกี่ยวกับสันตะปาปาที่มาแต่งตั้งแล้ว ไม่สนแล้ว

เป็นสาเหตุให้จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์มิได้ศักดิ์สิทธิ์อีกต่อไปแล้ว

แต่พอมาถึงยุคของนโปเลียน ปรัสเซียที่ว่ายิ่งใหญ่ยังต้องพ่ายแพ้ต่อนโปเลียนมหาราชที่ยิ่งใหญ่กว่า

กษัตริย์ของปรัสเซียต้องลี้ภัยไปลิทัวเนีย
พอนโปเลียนขยายมาถึงรัสเซีย คิดจะบุกรัสเซีย แต่ไม่สำเร็จ จนเป็นจุดจบของนโปเลียนไปเลย

และหนึ่งในแนวร่วมรบนั้นก็มีคนปรัสเซียเดิมอยู่ด้วย
สุดท้ายเมื่อขับไล่นโปเลียนสำเร็จ ปรัสเซียก็กลับบ้านได้สิคะ แล้วก็ผงาดขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว

เพราะนอกจากจะได้ดินแดนเดิมกลับมาแล้ว ยังได้ดินแดนเพิ่มขึ้นอีกด้วย ทั้งการบีบบังคับ การใช้กลยุทธต่างๆ
ทำให้มีการปฏิวัติอุตสาหกรรม เทคโนโลยีต่างๆ ร่ำรวยขึ้นมาได้ใหม่

จนกระทั่งอาณาจักรปรัสเซียได้กำเนิดจักรพรรดิเยอรมันคนแรก คือ German Emperor William I

สังเกตุว่าตอนนี้ไม่มีจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์แล้วนะ จบไปนานแล้ว
ดินแดนแถบนี้หลังยุคนโปเลียนมีการแบ่งแยกนับร้อยๆพันๆ ซึ่งไม่มีผู้นำหลัก

แต่พี่ชายของ Emperor William I นี่แหล่ะเป็นผู้รวบรวม แกมบังคับให้ทุกดินแดนรวมเป็นหนึ่ง

แต่พี่ชายไม่รับตำแหน่งจนสวรรคต จนมาตกอยู่ที่น้องชายคือ Emperor William I นี้เองที่ได้เป็นจักรพรรดิเยอรมันคนแรก

ติดตามต่อตอน3 นะคะ (ตอนจบ)

 


 

เล่าประวัติประเทศเยอรมนี (3/3) | History of Germany part 3/3 | GNGHistory


ทำไมปรัสเซียถึงรวมประเทศได้
เนื่องจากหลังสงครามศาสนา เศรษฐกิจ ศาสนา และอื่นๆเสื่อมถอยมาก จนตามเพื่อนบ้านไม่ทันแล้ว
เหล่าปัญญาชนต่างๆก็พยายามเรียกร้องให้มีการรวมชาติ ให้เป็นหนึ่งเดียวจะได้สู้ชาติอื่นได้
ก็มีแต่ปรัสเซียเท่านั้นแหละที่เป็นพี่ใหญ่พอ มีศักยภาพพอที่จะเป็นแกนหลักในการรวมชาติได้

คนที่เป็นบุคคลสำคัญก็คือ Otto von Bismarck ซึ่งมีแนวความคิดในการสร้างชาติด้วยการสร้างความเข้มแข็งด้านทหาร พร้อมกับการเชิดชูกษัตริย์
แต่กว่าจะรวมชาติได้ ต้องผ่านสงครามครั้งใหญ่ถึง 3 ครั้ง
หลังจากชนะสงครามทั้ง3ครั้ง ปรัสเซียมีความเข้มแข็งที่สุดในทุกด้าน จนทำให้รัฐอื่นๆในเยอรมนีสมยอมพร้อมใจกันเข้าร่วมเอง
จนกลายเป็นจักรวรรดิปรัสเซีย (ไม่ใช่อาณาจักรปรัสเซียเดี่ยวๆแล้ว)

แต่ต่อมากษัตริย์องค์ต่อๆมา กษัตริย์ก็ไร้ประสบการณ์ แถมยังอวดเก่ง ไม่เห็นด้วยกับ Otto von Bismarck ก็เลยปลด Otto von Bismarck ออกจากตำแหน่ง
จึงทำให้เป็นจุดเสื่อมถอยของปรัสเซีย

ทำไมออสเตรียซื่งใช้ภาษาเยอรมัน เป็นชนเยอรมานิกเหมือนกันถึงไม่ได้เข้าพวกกับปรัสเซีย
ก็เพราะว่า ออสเตรียไปปกครองทั้งฮังการีและโบฮีเมีย ก็เลยถูกมองว่าเป็นพวกเยอรมันนอกคอก ไม่ใช่เยอรมันแท้ๆแล้ว
แต่เยอรมนีกับออสเตรียก็ยังเป็นพันธมิตรกันอยู่นะ

ทีนี้จุดเปลี่ยนของโลกมันเกิดขึ้นก็ตรงที่
มกุฏราชกุมารของออสเตรีย (ซึ่งเป็นรัชทายาทที่จะได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิของออสเตรียองค์ต่อไป) ถูกลอบปลงพระชนม์ที่ประเทศเซอร์เบีย
ก็เลยเป็นชนวนเหตุของสงครามโลกครั้งที่1

เนื่องจากปรัสเซียในใจจริงแล้วก็อยากขยายอำนาจให้มากขึ้นอยู่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่อยู่ๆจะไปแย่งของของคนอื่นมาแบบไร้สาเหตุก็เดี๋ยวชาวโลกจะไม่น้บถือ
พอมีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น ก็เลยเป็นข้ออ้างว่า ต้องปกป้องเรียกร้องความยุติธรรมให้ออสเตรียซึ่งเป็นพันธมิตรกัน

พอเยอรมนีบุกเซอร์เบีย ซึ่งก็เป็นลูกน้องของอังกฤษ อังกฤษก็เลยต้องเข้ามาช่วย จนเกิดเป็นสงครามโลกครั้งที่1 ซึ่งไม่เกี่ยวกับออสเตรียอีกเลย

ทำไมปรัสเซีย ถึงแพ้สงครามโลกครั้งที่1
เพราะปรัสเซีย ดันไปจมเรือดำน้ำของอังกฤษซึ่งในนั้นมีคนอเมริกันอยู่ด้วยนับร้อยๆคน
ทั้งๆที่ตอนนั้นอเมริกันซึ่งยิ่งใหญ่ร่ำรวยกว่าปรัสเซีย อยู่แล้ว ไม่ได้สนใจ ไม่อยากข้องเกี่ยวอะไรด้วย ขอนั่งดูเขาทะเลาะกันดีกว่า
พอเกิดเหตุการณ์นี้ อเมริกันก็อยู่เฉยไม่ได้ (หรือจริงๆก็หมั่นไส้เยอรมนีมานานแล้ว) ก็เลยเข้าร่วมกับอังกฤษ
จนสุดท้ายปรัสเซียแพ้สงคราม ก็ถูกยกเลิกระบบจักรพรรดิและกษัตริย์โดยสิ้นเชิง โดย German Emperor William II สละราชสมบัติไป

สงครามโลกครั้งที่1 เกิดขึ้นเมื่อค.ศ.1914-1918
ต่อมาอีกไม่นาน ค.ศ.1939 – 1945 ก็เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ขึ้นอีก

สงครามโลกครั้งที่่2 เกิดขึ้นได้อย่างไร
เนื่องจากสงครามโลกครั้งที่1 คนเยอรมันได้รับความเสียหายในทุกๆด้าน ถูกเอาเปรียบจากสัญญาต่างๆ ผู้คนแทบจะไม่มีกิน
แต่มีบุคคลในประวัติศาสตร์ที่โลกต้องจารึกและไม่มีวันลืมเลือนก็คือ Adolf Hitler ซึ่งมีความคิดชาตินิยมแบบสุดโด่ง
ต้องการสร้างชาติให้ยิ่งใหญ่ขึ้นมาใหม่ และผู้คนก็ให้การสนับสนุนอย่างมาก เปรียบเสมือนพระเอกผู้ที่จะมากอบกู้ชาวเยอรมันเลยทีเดียว
(ทั้งๆที่ฮิตเลอร์ไม่ใช่คนเยอรมัน แต่เป็นชาวออสเตรียเสียด้วยซ้ำ)

สุดท้ายแล้วก็อย่างที่เรารู้กันดีว่าเยอรมนีแพ้สงครามโลกครั้งที่2
หลังจากนั้นประเทศเยอรมนีก็ถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ เยอรมนีตะวันออก(โซเวียตเอาไป : เป็นคอมมิวนิสต์) และเยอรมนีตะวันตก (ฝรั่งเศส อเมริกา อังกฤษ แบ่งกัน : เป็นประชาธิปไตย)
ส่วนพื้่นที่ของเมืองเบอร์ลิน ก็ยังต้องถูกแบ่งเป็น 2 ส่วนหลักเช่นเดียวกัน
ยุคนี้เองที่มีการสร้างกำแพงเบอร์ลิน

แต่ในที่สุดหลังจากที่ชาวเยอรมันต้องทนทุกข์ทรมานมานานกว่า40ปี ก็ได้รวมชาติกันใหม่ในปีค.ศ.1990
ซึ่งมีการทำลายกำแพงเบอร์ลินในวันที่ 13 มิถุนายน ค.ศ.1990 เป็นวันที่ประชาชนเหมือนได้รับการปลดปล่อยอย่างเป็นทางการ

แล้วที่น่าทึ่งมากๆสำหรับประเทศนี้คือ ตั้งแต่ 1990 ถึงปัจจุบัน (2017) เวลาผ่านไปไม่ถึง 30 ปี ประเทศเยอรมนีได้พัฒนาขึ้นเป็นผู้นำทางเศรษฐกิจและอื่นๆแทบทุกด้าน
อย่างรวดเร็ว
สุดยอดมั้ยล่ะ นี่คือความน่าสนใจที่ทำให้ GoNoGuide อยากมาเที่ยวประเทศเยอรมนีอีกเรื่อยๆ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.