ปีนฟูจิ

เล่าประสบการณ์ปีนฟูจิแบบขึ้นเช้าลงเย็น ไม่ค้างกระท่อม ใช้เวลาขึ้น 5.30 ชม. ลง 2.30 ชม. ด้วยสภาพอากาศเลวร้ายทั้งวัน ฝนตกหนักสลับปรอยๆ หมอกตลอด ไม่เห็นวิวอะไรเลย ปีนวันที่ 7 กรกฎาคม

ข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการปีนภูเขาฟูจิควรอัพเดทข่าวสารที่เว็บทางการ fujisan-climb.jp/ สำหรับบทความนี้จะมาสรุปประสบการณ์ส่วนตัว ถือว่าเป็นบันทึกนะคะ

การเดินทางไปฟูจิ

การเดินทางไปปีนฟูจิ
การเดินทางไปปีนฟูจิ

จากสนามบินนะริตะ

  • GoNoGuide เลือกวิธีนี้ คือบัสจากสนามบินนาริตะ ไปสุดที่สถานีคาวากุจิโกะ 4000 เยน (ปี 2019)
  • ค้างคาวากุจิโกะ ตอนเช้าค่อยซื้อตั๋วบัสไป 5th station 2300 เยน แบบไปกลับ ใช้ได้ 2 วัน (ปี 2019)
  • พอไปถึง 5th station ก็เดินขึ้นยอดฟูจิได้เลย

จากตัวเมืองโตเกียว

  • ขึ้นบัสที่ชินจุกุ ไปสุดที่ 5th station 2950 เยน (ปี 2019)
  • หรือ จะไปลงที่สถานีคาวากุจิโกะ 2000 เยน (ปี 2019) แล้วค่อยต่อบัสไป 5th station ก็ได้

ปีนฟูจิเดือนไหน

การปีนฟูจิ ทำได้เฉพาะฤดูปีนเท่านั้นคือต้นกรกฎาคม-ต้นกันยายน เพราะนอกเวลานั้น ยอดฟูจิจะยังมีน้ำแข็งอยู่ อันตรายมาก


เช็คอากาศก่อนปีนฟูจิ

  • เว็บตรวจสอบสภาพอากาศที่นิยม mountain-forecast.com
  • แต่อย่าลืมว่าอากาศไม่แน่นอน ถ้าให้ชัวร์ต้อง clear ติดต่อกันหลายวันหน่อย

ปีนฟูจิเส้นทางไหน

เส้นทางปีนฟูจิมีทั้งหมด 4 เส้นทางคือ

  • Yoshida Trail อันนี้ง่ายสุด และเป็นที่นิยมสุด ไปง่ายสุด มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากสุด
  • Subashiri Trail
  • Gotemba Trail อันนี้สั้นสุด แต่ใช้เวลามากสุด
  • Fujinomiya Trail

มือใหม่ไม่ต้องคิดอะไรมาก เลือก Yoshida Trail ก่อนเลย


อุปกรณ์ปีนฟูจิ

  • ไม้เท้า Hiking อันนี้สำคัญสุดเลย ในความเห็นของ GoNoGuide เพราะมันคือผู้ช่วยชีวิตเราไว้
  • รองเท้า Hiking เพราะหินมันเยอะมาก ยิ่งขาลงจะลื่นมาก รองเท้าขาดได้เลย แต่เห็นคนที่ชำนาญปีนบ่อยๆแล้ว เขาก็ใส่ผ้าใบกันเฉยเลยนะ
  • เสื้อ+กางเกง+ที่คลุมข้อเท้า เพื่อกันฝนกรณีไม่ชัวร์ว่าจะมีฝนหรือไม่
  • เงิน เพราะขาดอะไร ซื้อได้เลย เข้าห้องน้ำก็ต้องจ่าย ห้ามโกง (บาปนะ)
  • นอกจากนั้นก็แล้วแต่ว่าจะเพิ่มอะไร แต่อย่าลืมว่าเพิ่มของ คือเพิ่มน้ำหนักที่เราต้องแบกนะ

ค้างกระท่อมบนฟูจิ

  • ค่าที่ซุกหัวนอนในกระท่อม ประมาณ 10000 เยน (แล้วแต่ที่)
  • ที่คนส่วนใหญ่ทำกันคือ เริ่มที่ 5th station ประมาณ บ่ายๆ ขึ้นไปถึง 7th หรือ 8th station (ซึ่งมันมีหลายชั้นมากนะ) ประมาณเย็นๆ หรือหัวค่ำ แล้วพักผ่อน ทานอาหารจนถึง ตี1-ตี2 แล้วเดินขึ้นไปถึงยอดประมาณ ตี 4- ตี5 เพื่อดูพระอาทิตย์ขึ้น จากนั้นก็เริ่มเดินลงประมาณ 7-8 โมงเช้า ลงมาถึงที่ 5th station ประมาณเที่ยง -บ่าย
  • แต่ด้วยความงกของ GoNoGuide ไม่ได้ค้างค่ะ ขึ้น 9 โมง ลงถึง 5th staion 5โมงเย็น ถือว่าเป็นอะไรที่บ้ามาก ไม่แนะนำให้ทำตามค่ะ

ประสบการณ์ปีนฟูจิ วันเดียว

บัสไป 5th station
บัสไป 5th station

ขึ้นบัสที่สถานีคาวากุจิโกะ platform 7 ซื้อตั๋วได้ที่ป้อมใกล้ๆป้ายเลย ป้อมขายตั๋วเปิด 6.30 น. ทันรถรอบแรกออก 7 โมงเช้า ไม่มีจองที่ ซื้อตั๋วแบบไปกลับ 2300 เยน ซื้อล่วงหน้าก็ได้ ใช้ได้ 2 วัน

ไปถึง Fuji Subaru 5th station ประมาณ 8 โมงเช้า

Information center 5th station
Information center 5th station

ทางขึ้นฟูจิจะมี Tourist Information center ให้เราเข้าไปขอข้อมูล ศึกษาให้ดีก่อนว่าเราพร้อมจริงๆหรือไม่ จะมีเจ้าหน้าที่ให้ข้อมูลภาษาอังกฤษด้วย

เมื่อตกลงปลงใจว่าจะขึ้นจริงๆแล้ว ก็จ่ายค่าธรรมเนียม 1000 เยน จะได้ป้ายที่ระลึกมา1อัน และห้องน้ำเคลื่อนที่อีกแพคนึง

ของที่ระลึก ปีนฟูจิ
ของที่ระลึก ปีนฟูจิ

แหม…ได้ป้าย Certificate มาก่อนแบบนี้ มันกดดันให้ต้องทำให้ได้สินะ

ในวันนั้น (7 กรกฎาคม) สภาพอากาศเลวร้ายมากๆ เจ้าหน้าที่ก็ถามแล้วถามอีกว่าแน่ใจนะ จะขึ้นจริงๆนะ ต้องยอมรับความเสี่ยงของตัวเองนะ

จี๊น่ะหรือ คิดในใจ กลับเหอะอ๊อบ วันหลังค่อยมาใหม่ ฝนตกแรงขนาดนี้จะไปได้ไง

ด้วยความดื้อของอ๊อบ อะไรที่ตัดสินใจจะทำแล้ว จะต้องทำให้ได้ ว่าแต่ทำไมต้องให้จี๊ไปด้วยก็ไม่รู้

เอาก็เอาวะ เดี๋ยวเดินๆไป ก็รู้เองว่ามันเป็นไปไม่ได้ ลมแรง ฝนสาดขนาดนี้ ชุดก็ห่วยแตก ที่กันข้อเท้าก็ใช้ถุงพลาสติกหุ้ม เอาเชือกเอาหนังยางมัด คนเห็นแล้วก็เวทนา แต่ญี่ปุ่น ไม่มีใครสนใจใครถ้าไม่ได้มาขอความช่วยเหลือ

เริ่มต้นเดินออกจากหลังคา ไปได้ 10 ก้าว โอย…ไม่ไหวอ่ะ่ ลมพัดแรงมาก ฝนก็ตกหนัก

ไม่ไหวอ่ะอ๊อบ จะไปจริงหรอ เนี่ยะคนเขาเดินกลับกันทั้งนั้น

อ๊อบก็ใช้ความเงียบสยบความเคลื่อนไหว ด้วยการตะล่อมว่าลองเดินๆไปก่อน ไม่ไหวค่อยกลับ

อ่ะๆ ลองไปดูก็ได้ จะได้รู้ว่ามันไปได้ไม่ถึงไหนหรอก เดี๋ยวน้ำเข้ารองเท้าก็รู้สึกเอง

ช่วงแรกๆจาก 5th station ไป 6th station จะเป็นทางราบๆง่ายๆ ป่าๆนิดหน่อย ฝนก็ยังตกอยู่เรื่อยๆ ช่วงเข้าป่ารู้สึกฝนน้อยลง (ต้นไม้มันบังไง) ก็ทำเป็นคิดบวกว่า เอออากาศค่อยๆดีขึ้นแล้ว

พอไปถึง 6th station ฝนตกน้อยลงเป็นปรอยๆ แต่อากาศหนาวขึ้น ในใจก็ฮึกเหิม “ไม่เห็นเหนื่อยเท่าไหร่เลยนี่ สนุกดี ลั้นลาไปเรื่อย”

เนื่องจากจี๊ไม่ได้ดูข้อมูลอะไรมาก่อนเลย ว่ามันไกลแค่ไหน เส้นทางเป็นยังไง เพื่อจะได้ไม่กลัวล่วงหน้า เจ้าหน้าที่ก็อธิบายแหล่ะ แต่ไม่ได้สนใจมาก

ปีนฟูจิ
ทางเดินชั้น 7 -8 จะเป็นแบบนี้ สลับกับทางเรียบซิกแซก

พอถึงจุดที่ต้องปีน เป็นโขดหิน ก็ปีนไป ไม่ได้คิดอะไร ขึ้นไปถึงเห็นเขียนว่า 7th station ก็ดีใจ เย้…ถึงแล้วหรอ ต่อไปก็ต้องเป็น 8th station สินะ โถ่…แค่นี้เอง ไม่เห็นยากเลย

หารู้ไม่ว่านั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของการหลวมตัวแบบถอนตัวไม่ขึ้น เหมือนคนติดยาเสพติดไปแล้ว

Fuji 7th station
กระท่อมบน Fuji 7th station

สายฝนยังโปรยปราย อากาศเริ่มหนาวขึ้น วิวไม่ต้องไปสนใจ มันไม่เห็นอะไรอยู่แล้ว ตอนปีนจะพยายามไม่หันหลังเลย มองเท้าตัวเองอย่างเดียว

แต่ละสถานีจะมีกระท่อมที่สำหรับคนจองมาแล้วเข้าพัก มีอาหารขาย แต่ไม่มีหลังคาหลบฝนเลย แปลว่าตลอดการเดินทางเราจะโดนฝนตลอดเวลา ยกเว้นตอนเข้าห้องน้ำ

ช่วงเวลาการไต่ คือต้องใช้คำว่าไต่เลยนะ มันก็คงไม่ยากมากถ้ามันไม่ลื่น แต่เนื่องจากหินเปียกๆ ฝนพรำๆ แอ่งน้ำแฉะๆ มันทำให้ความกลัวของเราเพิ่มขึ้น ถ้าลื่นไปเสียโฉมแน่ๆ ก่อนจะคิดถึงเรื่องเสียโฉม จะมีคนมาช่วยมั้ย ช่วยยังไง ในหัวคือ “ห้ามพลาด เด็ดขาด”

ก้าวแต่ละก้าวด้วยความระวังสุดๆ ช้าเยี่ยงหอยทาก ในขณะที่บางคนเดินผ่านไปแบบสวยๆหล่อๆ เหมือนเดินขึ้นบันไดบ้าน ไม้เท้าไม่มี แถมใส่กางเกงขาสั้น เสื้อกันฝนไม่สน

ขึ้นไปถึงกระท่อมอีกหลัง เขียนว่า 7th station ห๊ะ…Seven อีกแล้วหรอ ทำไมตัวเลขมันไม่เปลี่ยนซักที หรือว่าเราหลงอยู่ในเขาวงกต เดินอยู่กับที่ ขึ้นมาถึงแต่ละชั้น ก็ยัง Seven อยู่ มันมีกี่ Seven กันเนี่ยะ

จริงๆแล้วมันมีแผนที่ดูจากเว็บก็ได้ ตอนก่อนขึ้น จนท.ก็อธิบายแล้ว แต่เราไม่สนใจ เราแค่คิดว่าก็เดินๆไปเดี๋ยวก็ถึงเอง ไม่คิดว่ามันจะเหนื่อยขนาดนี้

แผนที่ Yoshida Traiil
แผนที่ Yoshida Traiil

ยิ่งสูงขึ้น ขาก็ก้าวยากขึ้น หลังยิ่งงอลงเหมือนคนแก่ โชคดีที่เอาไม้เท้ามาด้วย ไม่งั้นคงต้องคลานไป เดิน3ก้าว หยุด 1ก้าว ในใจคิดอย่างเดียวว่า เมื่อไหร่จะถึงซักที ย้อนกลับก็ไม่ได้แล้ว ปีนลงยากกว่าปีนขึ้นอีก แค่มองลงไปก็หวาดเสียวแล้ว

สิ่งเดียวที่ทำให้ขายังก้าวต่อคือ “ฝน” เพราะยิ่งอยู่นาน โอกาสที่น้ำจะเข้ารองเท้าก็ยิ่งมากขึ้น ถ้าน้ำเข้าก็คงอยู่ได้อีกไม่นาน ร่างกายก็จะเริ่มหนาว ต่อให้มีถุงเท้ามาเปลี่ยน แต่รองเท้ามันเปียก เปลี่ยนถุงเท้าไปก็ไม่มีประโยชน์

ฉะนั้น พวกเราต้องทำเวลา พักไม่ได้ แทบจะไม่กล้านั่งเลยเพราะกลัวลุกไม่ขึ้น นั่งไปก็เจอแต่น้ำ หลังคาก็ไม่มีให้คุ้ม มันเป็นสถานการณ์ที่ต้องเอาตัวรอด และกำลังใจที่ต้องให้กันและกัน

จากชั้น 7th ไปถึงชั้น 8th ผ่านกระท่อมหลายชั้น หลาย8th เหลือเกิน ถึงกระท่อมสุดท้ายเป็นทางวกลงได้ ในระดับความสูง 3250 เมตร (จุดสูงสุดอยู่ที่ 3776 เมตร)

ปีนฟูจิ
ปีนฟูจิ

อ๊อบยังมีหน้ามาถามอีกว่า เอาไง จะขึ้นต่อมั้ย จะบ้าหรอ จะตายอยู่แล้ว ขึ้นไปคนเดียวเหอะ เดี๋ยวลงไปรอข้างล่าง แหม…อุตส่าห์หลวมตัวมาขนาดนี้ ระงับความโกรธมาได้ตลอด ตะบะแตกก็ตอนมาถามว่าจะขึ้นต่อมั้ย ฮึ่มๆๆ

ปีนฟูจิ
ปีนฟูจิ

ในวันนั้นเส้นทางเปิดถึงแค่ 8.5th station เท่านั้น จากจุดที่เรามาถึงก็ต้องเดินขึ้นไปอีก1ชม. ต่อให้เดินขึ้นไป ก็ไม่ถึงยอดอยู่ดีเพราะชั้น 9 เขายังปิดอยู่ นั่นคือโอกาสให้เราได้นำมาเป็นข้ออ้างได้นั่นเอง ฮ่าๆๆ

Yoshida Trail
จุดวกลงของ Yoshida Trail

ขาลง แม้เส้นทางจะดูน่าเบื่อไปหน่อย วิวเหมือนเดิมราวกับเดจาวู นี่เราวนอยู่กับที่รึเปล่า แต่ความยากของมันคือ ทำยังไงไม่ให้ลื่น ยิ่งฝนตกด้วย คำตอบคือ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ลื่นล้มเลย แต่หินมันเล็กๆร่วนๆ ก็ไม่ค่อยเจ็บเท่าไหร่

เส้นทางลงเขา ปีนฟูจิ
เส้นทางลงเขา ปีนฟูจิ

ขาลงฝนตกหนักขึ้น ขาที่ล้ามากๆอยู่แล้ว แย่หนักกว่าเดิม ตั้งแต่ขึ้นมาก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย น้ำที่เขาแนะนำว่าให้พกมาคนละ 2 ลิตร ก็จิบไปได้ไม่เกิน 500 มล. ดีนะเอามาแค่คนละลิตรเท่านั้น แต่อาหารยังเต็มกระเป๋า ภาพในจินตนาการคือ แพคอาหารมานั่งกินชมวิวกับแดดอ่อนๆ เรากินกันไม่ลงเลย แม้จะกลับถึงที่พักแล้วก็ยังกินไม่ลง

ตัดมาตอนถึง 5th station เลยแล้วกัน เพราะมันก็ไม่ได้มีอะไรมาก แค่เดินๆๆๆๆๆ สงบปากสงบคำพาตัวเองไปให้ถึงก่อนจะมืดก็พอ

ทางขึ้นฟูจิ
จุดเริ่มต้นของทางขึ้นฟูจิ

ลงไปถึงก็รอบัสกลับอย่างเดียว ไม่มีอารมณ์เที่ยวรอบๆอีกแล้ว ความทรมานหลังจากจบคือ เท้ามันเปียก และกว่าจะไปถึงที่พักก็นาน อ๊อบจะซื้อรองเท้าแตะให้ใส่ ก็ไม่เอา เพราะตอนนั้นคิดว่าทนได้ ยังไม่หนาวมาก เดี๋ยวก็ถึงที่พักแล้ว

แต่ผลปรากฏว่า พอได้นั่งพักในรถ การเผาผลาญมันลดลง ร่างกายเริ่มหนาวขึ้นแบบกระทันหัน พอถึงสถานีคาวากุจิโกะ ร่างกายก็หนาวสั่นไปทั้งตัว ฟันขบกันแบบควบคุมไม่ได้ จะถอดรองเท้าเดินก็ไม่ได้ พื้นก็หนาว ทำยังไงไม่ได้นอกจากรีบเดินกลับที่พักที่ห่างไปถึง 1.4 กม.

แผนที่ Yoshida Traiil
แผนที่ Yoshida Traiil

สรุป

  • ยอมรับว่าโง่ และบ้า กันทั้งคู่
  • ยอมรับว่าประสบการณ์เราน้อย แต่ดื้อ
  • ยอมรับว่า งก เพราะคิดบวกมากไป
  • แต่เราทั้งคู่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆมากมายมหาศาล โดยเฉพาะเรียนรู้จิตใจตัวเอง และจิดใจของอีกฝ่าย
  • วันนี้เหมือนการปฏิบัติธรรมเดินธุดงค์ โฟกัสที่จุดเดียวคือ “เท้า” และการควบคุมอารมณ์
  • การปีนฟูจิครั้งนี้สอนเราหลายอย่างที่นำมาอธิบายไม่ได้ เพราะคนที่กำลังจะตาย กับคนที่หันหลังไปมองอดีต ความรู้สึกมันต่างกัน
  • ตอนรู้สึกกำลังจะตายคือมันจะตายจริงๆ แต่พอรอดมาแล้วก็รู้สึกว่า ก็แค่นั้นเอง ไม่เห็นยาก ไม่เข็ด เดี๋ยวไปหาที่ลองใหม่ มันก็เป็นซะแบบนี้เนอะ “มนุษย์
  • สุดท้ายคือความภูมิใจกับสิ่งที่อยากทำแล้วได้ทำ ความภูมิใจสร้างความมั่นใจให้คนเราได้มากเลย เมื่อมีความมั่นใจมากขึ้น ความสำเร็จในการทำอะไรต่อๆไปก็เป็นเรื่องง่ายขึ้น

สถิติปีนฟูจิของ GoNoGuide

  • ขาขึ้น 9 โมงเช้า ใช้เวลา 5.30 ชม.
  • ขาลง ถึง 5 โมงเย็น ใช้เวลา 2.30 ชม.
  • รวมเวลา 8 ชม. ภายในวันเดียวกัน ถือว่าเป็นสถิติที่ดีกว่ามาตรฐานนะ

อ่านรีวิว GoNoGuide Season 4 เที่ยวโตเกียว คาวากุจิโกะ นิกโก้



พีคสุดในชีวิต🗻ปีนฟูจิ ไปกลับ 8 ชม.ในวันเดียว ฝนตกตลอด

https://youtu.be/ZYDkJXO2p_k
พีคสุดในชีวิต🗻 ปีนฟูจิ ไปกลับ 8 ชม.ในวันเดียว ฝนตกตลอด | GNG ss4 Tokyo ep.4

วิธีเดินทางไปฟูจิ Fuji Subaru 5th station

วิธีเดินทางไปฟูจิ Fuji Subaru 5th station | Japan Tips 5

สวัสดีค่ะ GoNoGuide มีเป้าหมายที่จะให้ข้อมูลท่องเที่ยวและวีซ่า อย่างเต็มที่ในทุกเรื่องที่เรารู้ เพื่อนๆที่ต้องการสนับสนุนเรา สามารถทำได้ดังนี้

  • เลือกบริการที่ต้องการสนับสนุนเรา
  • GoNoGuide จะได้รับค่าคอมมิชชั่นเล็กๆน้อยๆ โดยที่เพื่อนๆไม่ต้องจ่ายอะไรเพิ่ม สำหรับลิงค์แนะนำโรงแรม เครื่องบิน และประกันต่างๆ
  • กดติดตามช่อง Youtube และ Facebook GoNoGuide

ขอขอบคุณที่สละเวลาอ่านค่ะ


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.