ก่อนโควิด
ก่อนโควิดพวกเรา จี๊กับอ๊อบก็อยู่ไทยตามปกติ เช่าคอนโดอยู่ที่เดิมมานับสิบปี ไม่อยากซื้อเพราะไม่อยากผ่อน และไม่ได้คิดจะอยู่ที่นั้นไปจนตาย แต่ก็อยู่ด้วยความจำเป็นและความเคยชิน
จากหน้าที่แล้ว จะเห็นว่าเราก็วางแผนเที่ยวต่างประเทศครั้งละ 7-40 วันอยู่แล้ว ทั้งในเอเชีย และยุโรป ประมาณปีละ 1-2 ครั้ง
ช่วงโควิดมาใหม่ๆ
ช่วงโควิดมาใหม่ๆ เที่ยวบินยกเลิก เดินทางไปไหนไม่ได้ กฎระเบียบมากมาย ก็ต้องหยุดไปตามโลก ไม่ได้ว่าง มีอะไรทำไปเรื่อยๆ แต่ก็ไม่ได้ยุ่งมาก
จนมีเพื่อนๆผู้ติดตามเพจถามเรื่องการเดินทางกันมากขึ้น ว่าจะเข้าไทยยังไง จะไปประเทศนั้นประเทศนี้ยังไง มีกฎระเบียบยังไง อ๊อบก็เลยหาข้อมูลมานำเสนอ
จนสืบไปมาได้รู้ว่าโลกของเราไม่ได้วุ่นวายอย่างที่คิด โลกเราไม่ได้กำลังจะแตก พอรู้เรื่องโลกภายนอกมากขึ้น ก็เกิดความมั่นใจบนความอึดอัด
และเป็นความบังเอิญหรือโชคชะตาพาไปหรือยังไงไม่รู้ ตอนนั้นเป็นช่วงชีวิตพลิกผันหลายอย่าง ทำให้มีอิสระมากขึ้น ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่อยากลอง และอยากทำมานาน แต่ก็ไม่ได้ทำซักที คือการเดินทางแบบต่อเนื่อง การใช้ชีวิตในต่างประเทศ แบบเปลี่ยนที่อยู่ไปเรื่อยๆ
ไม่ใช่การไปหางานทำ ไม่ใช่การไปเรียน แต่เป็นการใช้ชีวิตทั่วๆไป ทำงานทางออนไลน์ โดยเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมไปเรื่อยๆ
เราคิดกันแค่ว่าลองดูแค่ปีเดียวก่อน นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมและดีที่สุดในการทำแล้ว
ที่แรกที่เลือกไปคือ Switzerland
แต่เนื่องจากกฎระเบียบในการเข้าประเทศแต่ละที่ยังมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยๆ และประเทศที่เข้าง่ายที่สุดตอนนั้นคือ “สวิตเซอร์แลนด์” ประจวบกับราคาตั๋วบินไป-กลับถูกมากได้มาเพียงแค่คนละ 20,xxx บาท บินตรง SWISS อีกด้วย
เงื่อนไข เข้าสวิตเซอร์แลนด์ช่วงโควิด
- ไม่ต้องฉีดวัคซีน แค่ตรวจโควิด RT-PCR ไม่เกิน 72 ชม. ก่อนขึ้นเครื่อง หรือ Rapid antigen ไม่เกิน 48 ชม.ก่อนขึ้นเครื่อง
- ถ้าใครฉีดวัคซีนแล้ว (ที่อียูรับรอง – ซิโนแวค ยังไม่รับรอง) ก็ไม่ต้องตรวจโควิด เข้าได้เลย
- กรอก locator form
ช่วงนั้นที่ไทยมีให้ฉีดวัคซีน 2 เข็ม แต่เราฉีดไปได้แค่เข็มเดียว ก็ไม่มีปัญหาการเข้าสวิตเซอร์แลนด์
เช็คอินที่สนามบินสุวรรณภูมิ
- เช็คอินออนไลน์มาก่อนเพื่อเลือกที่นั่ง เห็นบางคนไม่ได้นั่งด้วยกัน เพราะไม่ได้เลือกที่นั่งมาก่อน
- กรณีวีซ่าท่องเที่ยว หรือ วีซ่าเยี่ยมเยียนระยะสั้น ต้องมีตั๋วขากลับด้วย ถ้าไม่มีสายการบินจะทักตั้งแต่ตอนเช็คอินแล้ว
- ขอดูผลตรวจโควิดอย่างเดียว โชว์ในมือถือได้ ไม่ต้องปริ้นท์
- ถามว่ากรอก locator form หรือยัง บอกว่ากรอกแล้ว ต้องโชว์มั้ย เขาบอกว่าไม่ต้อง
สายการบิน SWISS
- ตามมาตรฐานทั่วไป กลางๆ เก้าอี้ดีสบาย
- ราคาไปกลับ บินตรง คนละ 20,100 บาท
- คนเกือบเต็มเครื่องเลย น่าจะประมาณ 80%
- พนักงานบริการดีมาก
ผ่านตม.
- ไม่ขอดูใบจองที่พัก
- ไม่ขอดู locator form
- ไม่ดูตั๋วขากลับ
- ไม่ขอดูอะไรเลย แค่ถามเฉยๆ
- จะอยู่สวิสกี่วัน เยอรมนี กี่วัน เรายื่นแผนเดินทางให้ แค่นี้ จบ แป้บเดียวผ่าน
การขึ้นรถไฟ
- ซื้อตั๋วจากแอพได้เลย
- ใช้ Travel card แลกเงินสะดวก รวดเร็ว ไม่ต้องนับเหรียญ
ข้อสังเกตุ
- อยู่ข้างนอกกลางแจ้ง ไม่ใส่แมส ถ้าเข้าในร่ม ซุปเปอร์ก็ใส่
- เดือน มิ.ย. ร้อนจริงๆ
- ห้องน้ำสาธารณะ 1 สวิสฟรังค์ หรือ 1 ยูโร
- 1 CHF = 34.8 THB
- อาหารแพงมาก แพงทุกอย่าง มิน่าล่ะทำไมไม่ค่อยเห็นคนอ้วน กินน้อย เดินเยอะ ขี่จักรยานแทน เราจะผอมก็คงตอนนี้แหล่ะ
- ของที่พอจ่ายได้
- โยเกิร์ต 0.5-2 CHF
- ขนมปัง 1-2 CHF
- พริกยักษ์ กล้วยหอม ลูกพีช
- ไม่มีหลอด ไม่มีช้อน ไม่มีถุง แบบให้ฟรีนะ ทุกอย่างต้องซื้อ
- ปลั๊กเหมือนในยุโรปทั่วไป
เข้าสวิตเซอร์แลนด์วันแรก
- ตั้งแต่เหยียบเข้าสวิตวันแรก ก็เห็นถึงความแตกต่าง ตั้งแต่ตม.ที่ขอบอกเลยว่า คล้ายญี่ปุ่นเลย ไม่รู้สึกกดดันอะไรมาก ไม่ดุ ไม่เรื่องมาก
- การก้าวขาออกมาครั้งนี้ เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน ในความคิดชั่ววูบ
- จี๊ (พูดลองเชิงเล่นๆ): เราไปเที่ยวซักปีมั้ย รอประเทศเปิดค่อยกลับ
- อ๊อบ (ตอบอย่างเรียบๆว่า) : เออๆ ดีๆ
- และแล้ว ก็มาถึงตรงนี้อย่าง งงๆ แม้จะกลัวหลายอย่าง แต่การไม่ค่อยมีเวลาคิดอะไรมาก มันก็มีข้อดีอยู่เหมือนกัน
ทำไมถึงไป
- เราขายทรัพย์สิน ยกเลิกห้องที่เช่าอยู่ และเหลือกระเป๋าเดินทางแค่สองใบ เป้สองใบ ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีทรัพย์สินที่จับต้องได้
- ของที่นำมา ครึ่งนึงจริงๆเป็นของที่ไม่เคยนำไปต่างประเทศเลย เช่น หน้ากากอนามัย รองเท้าหลายแบบ ยาที่เยอะขึ้น แอลกอร์ฮอล์ ฯลฯ
- หลายอย่างเอาไปเพราะที่สวิสแพง ของใช้จำเป็นจริงๆของคนเรามันมีแค่ไม่กี่อย่างหรอก
- เราไม่ใช่คนร่ำรวย ไม่มีคนซัพพอร์ต แต่เราประหยัด และใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นจริงๆ
- การไปเที่ยวของพวกเรา ไม่ใช่การเที่ยวเล่น แต่เราถือว่าเราไปเรียนรู้(ในห้องเรียนที่ใหญ่ที่สุด)
- ฉะนั้น เงินที่จ่ายถือเป็นค่าเล่าเรียน
- เราเรียนแต่ในห้องมามากแล้ว ตอนนี้เราอยากเห็นของจริงๆบ้าง
- มันสอนให้เราไม่ยึดติด ให้เราปล่อยวาง
- ถามว่ากลัวมั้ย กลัวสิ แต่จี๊นึกถึงคำๆนึงได้คือ “ก่อนตาย ฉันจะไม่มีอะไรต้องเสียดายที่ไม่ได้ทำ“
GoNoGuide New Chapter
- GoNoGuide New Chapter ตั้งชื่อวิดีโอรีวิวเพื่อให้ค้นหาง่ายว่า “GoNoGuide Go ep.1” แล้วตัวเลขก็เพิ่มขึ้น
- วิดีโอเป็นการนำมาต่อกันแบบง่ายๆ เพราะไม่มีเวลาทำอะไรมาก ทำเพื่อบันทึกความจำเป็นหลัก
- เราไม่มีแผนอะไรมาก เน้นเที่ยวไปเรื่อยๆแบบช้าๆ จะกลับเมื่อไหร่ยังไม่แน่นอน
- อาจไม่มีรีวิวละเอียดเหมือนซีซั่น 1-5 แล้ว ไม่ใช่ทริป แต่เป็นการเดินทางที่ไม่รู้จุดจบ
- แต่จะนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเปิดประเทศ และข้อมูลที่ช่วยเหลือเพื่อนๆที่จะกลับไทย หรือไปต่างประเทศที่เพื่อนๆถามๆกันเข้ามา
- ทำไปพร้อมๆกับการใช้ชีวิตอย่างที่อยากลองโดยไม่ได้สนใจว่าจะได้อะไร
การเดินทาง
