คนไทยต้องรู้ก่อนไปยุโรป (ปี 2026)

สิ่งที่คนไทยต้องรู้ก่อนเดินทางไปยุโรป (อัปเดตปี 2026)

เป็นคนไทย ถือพาสปอร์ตไทย และมีแผนเดินทางไปยุโรปในปี 2026 สิ่งสำคัญที่ควรรู้คือ ยังคงต้องใช้วีซ่าเชงเก้น (Schengen Visa) และยุโรปกำลังเริ่มใช้ระบบตรวจคนเข้าเมืองแบบใหม่ที่เรียกว่า EES (Entry/Exit System) ซึ่งจะเปลี่ยนขั้นตอนการเข้า–ออกประเทศไปจากเดิม


คนไทยยังต้องขอวีซ่า Schengen ในปี 2026

ในปี 2026 ประเทศไทยยังไม่ได้รับการยกเว้นวีซ่าเชงเก้น
ดังนั้นหากต้องการเดินทางเข้าเขตเชงเก้นเพื่อท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ หรือธุรกิจระยะสั้น (ไม่เกิน 90 วัน) ยังคงต้องขอ Schengen Visa เหมือนเดิม

📌 สรุปอีกครั้งหนึ่ง:
คนไทย(ถือพาสปอร์ตไทย) เดินทางไปยุโรป (เชงเก้น) แบบพำนัก ≤ 90 วัน → ยังต้องขอวีซ่า


ระบบใหม่ของยุโรป: EES (Entry/Exit System) เริ่มใช้ในปี 2026

ยุโรปกำลังเปลี่ยนระบบตรวจคนเข้าเมืองจากการ “ปั๊มตราในพาสปอร์ต”
ไปเป็นระบบดิจิทัลที่เรียกว่า EES (Entry/Exit System)

ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อบันทึกข้อมูลการเข้า–ออกของผู้เดินทางที่ ไม่ใช่พลเมืองสหภาพยุโรป (Non-EU) และทำให้การคำนวณระยะเวลาพำนักในเชงเก้นแม่นยำมากขึ้น

จุดประสงค์ของระบบ เพื่อป้องกันการอยู่เกินกำหนดวีซ่า เพิ่มความปลอดภัย และทำให้ข้อมูลการเข้าออกเป็นดิจิทัลทั้งหมด


EES คืออะไร?

EES (Entry/Exit System) คือระบบของสหภาพยุโรปที่ใช้บันทึกข้อมูลการเดินทางเข้า–ออกเขตเชงเก้นแทนการปั๊มตราแบบเดิม โดยจะเก็บข้อมูลสำคัญ เช่น

  • วันเข้า และวันออกจากเขตเชงเก้น
  • ประเทศที่เดินทางเข้า
  • ประเภทวีซ่าที่ใช้
  • ข้อมูลชีวมิติ (Biometric Data) ได้แก่
    • รูปถ่ายใบหน้า
    • ลายนิ้วมือ (เก็บตอนเข้าใช้งานครั้งแรก)

ข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บไว้ในฐานข้อมูลกลางของสหภาพยุโรป


คนไทยต้องผ่าน EES หรือไม่?

คำตอบคือ: ต้องผ่าน
คนไทยที่ถือพาสปอร์ตไทย และเดินทางเข้าเชงเก้นด้วยวีซ่าเชงเก้น ระบบ EES จะถูกใช้กับเราโดยอัตโนมัติ

โดยข้อมูลจะถูกเก็บเมื่อเรา

  • สแกนพาสปอร์ตกับเจ้าหน้าที่ ตม.
  • หรือผ่านช่องตรวจอัตโนมัติ (Automatic Gates) ที่สนามบิน

ขั้นตอนเข้าเชงเก้นหลังมีระบบ EES (สำหรับคนไทย)

เมื่อเดินทางถึงสนามบินหรือด่านตรวจคนเข้าเมืองในประเทศเชงเก้น ขั้นตอนจะเป็นดังนี้

1) เดินทางถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองตามปกติ

  • ไปยังช่องตรวจคนเข้าเมืองของสนามบิน

2) ยื่นพาสปอร์ตและวีซ่าเชงเก้น

  • เจ้าหน้าที่จะตรวจเอกสารเหมือนเดิม

3) สแกนพาสปอร์ตเข้าระบบ

  • เจ้าหน้าที่หรือเครื่องอัตโนมัติจะสแกนข้อมูลจากพาสปอร์ต

4) ถ้าเข้าหลังระบบเริ่มใช้ครั้งแรก

จะมีการเก็บข้อมูลชีวมิติ ได้แก่

  • ถ่ายภาพใบหน้า
  • สแกนลายนิ้วมือ

📌 หลังจากครั้งแรก ระบบจะบันทึกไว้ และครั้งถัดไปจะเร็วขึ้น

5) ไม่ต้องปั๊มตราในพาสปอร์ต

  • ระบบจะบันทึกวันเข้าแบบอัตโนมัติแทนการปั๊มตราแบบเดิม

ขั้นตอนตอนออกจากเขตเชงเก้น

เมื่อเราเดินทางออกจากเขตเชงเก้น พาสปอร์ตจะถูกสแกนอีกครั้ง และระบบจะบันทึกวันออกโดยอัตโนมัติ

ผลลัพธ์คือ:

  • คำนวณวันพำนักในเชงเก้นได้แม่นยำมากขึ้น
  • ลดปัญหาการนับวันผิด
  • ตรวจสอบการอยู่เกินกำหนดได้ง่ายขึ้น

โดยระบบจะช่วยบังคับใช้กฎ 90 วัน ภายใน 180 วัน ได้เข้มงวดกว่าเดิม


ใคร “ไม่ต้อง” ใช้ Schengen Visa และไม่ต้องผ่าน EES?

หากเราอยู่ในกลุ่มต่อไปนี้ จะไม่ต้องใช้วีซ่าเชงเก้น และโดยทั่วไปจะไม่ถูกใช้ระบบ EES

✅ ผู้ถือพาสปอร์ตประเทศในยุโรป (EU/EEA/Swiss)

  • ยังสามารถใช้ช่องตรวจคนเข้าเมืองสำหรับ EU/EEA/Swiss ได้ตามปกติ

✅ ผู้มีบัตรพำนักระยะยาวในประเทศเชงเก้น

  • เช่น Residence Permit หรือบัตรพำนักถาวร/ระยะยาวของประเทศในเขตเชงเก้น

📌 ระบบ EES ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับ ผู้เดินทางที่ไม่ใช่พลเมือง EU เป็นหลัก


สรุป: คนไทยต้องเตรียมตัวอะไรบ้างก่อนเดินทางยุโรป 2026?

  • คนไทย ยังต้องขอวีซ่า Schengen หากจะอยู่ไม่เกิน 90 วัน (เหมือนเดิม)
  • ยุโรปจะใช้ระบบใหม่ EES บันทึกการเข้า–ออกแทนการปั๊มตรา (ระบบเข้าใหม่)
  • ผู้เดินทางครั้งแรกหลังระบบเริ่มใช้ จะถูกเก็บข้อมูลชีวมิติ เช่น รูปถ่ายและลายนิ้วมือ (เร็วขึ้น)
  • การนับวันอยู่ในเชงเก้นจะเข้มงวดขึ้น เพราะระบบคำนวณอัตโนมัติ (แค่อย่าอยู่เกิน)

วิดีโอที่เกี่ยวข้อง

▶️ คนไทยต้องรู้ก่อนไปยุโรป (ปี 2026)

งานบริการวีซ่า

  • ช่วยทำวีซ่าทุกประเทศ
  • กรอกใบสมัคร นัดหมาย
  • แปลเอกสาร
  • จดหมายแนะนำตัว / เชิญ
  • ประกันเดินทาง
  • ตั๋วบิน และอื่นๆตามสั่ง