ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีทรัพย์สิน ขอวีซ่าจะผ่านไหม?
สรุปให้ฟังก่อนเลยว่า “ไม่เกี่ยวกัน” เพราะเวลาสถานทูตหรือเจ้าหน้าที่พิจารณาวีซ่า เขาจะดูภาพรวมทั้งหมดเป็นหลัก
ภาพรวมที่เจ้าหน้าที่ใช้พิจารณาเรียงตามลำดับความสำคัญ
1. มีเงินเพียงพอกับการเดินทางครั้งนี้หรือไม่
(สำคัญที่สุด มีผลเกิน 50%)
⬩➤ กรณีออกค่าใช้จ่ายเอง
สำคัญที่สุด มีผลเกิน 50%
วีซ่าท่องเที่ยว หรือวีซ่าเยี่ยมเยียนที่จ่ายเงินเอง ต้องมีเงินในบัญชีเพียงพอ โดยมีสูตรคำนวณง่ายๆ ดังนี้:
- สูตรคำนวณเงินที่ต้องมี:
(2,500 บาท × จำนวนวันเดินทาง) + ค่าเครื่องบิน 40,000 บาท + (ค่าโรงแรมคืนละ 2,000 บาท × จำนวนวัน) - หมายเหตุ: ถ้าเป็นวีซ่าเยี่ยมเยียน ไม่ต้องนำค่าโรงแรมมาบวกเพิ่ม เพราะพักบ้านผู้เชิญ
- ตัวอย่าง ไปเที่ยว 10 วัน:
(2,500 × 10 = 25,000) + ค่าเครื่องบิน 40,000 + (โรงแรม 2,000 × 10 = 20,000)= ต้องมีเงินในบัญชีประมาณ 85,000 บาท - ตัวอย่าง ไปเยี่ยมเยียน 90 วัน:
(2,500 × 90 = 225,000) + ค่าเครื่องบิน 40,000= ต้องมีเงินในบัญชีประมาณ 265,000 บาท
⬩➤ กรณีมีผู้เชิญออกค่าใช้จ่ายให้
เจ้าหน้าที่จะไปเช็กเอกสารทางการเงินของผู้เชิญเป็นหลัก ผู้เชิญต้องมีเงินพอกับการดูแลเราตลอดทริป ส่วนตัวผู้ยื่นเองไม่จำเป็นต้องทำอะไรกับบัญชีตัวเอง มีเงินติดบัญชีหลักหมื่น หรือมี 0 บาทก็ยื่นได้
⬩➤ ข้อควรระวังเรื่อง Statement:
เงินในบัญชีต้องมีความสมเหตุสมผล ไม่ใช่ว่าก่อนยื่นวีซ่าอยู่ดีๆ มีเงินก้อนโอนตูมเข้ามา 30,000 – 50,000 บาท เพื่อให้ยอดครบ 85,000 บาท แบบนี้วีซ่าจะไม่ผ่าน เพราะเจ้าหน้าที่จะย้อนดู Statement ถอยหลัง 3 เดือน ถ้าเดือนแรกๆ มีติดบัญชีแค่หมื่นกว่าบาท แล้วอยู่ๆ มีเงินโอนเข้ามาข้ามคืน ไม่ว่าจะโอนก้อนเดียวหรือแบ่งโอนหลายรอบ เจ้าหน้าที่จะมองว่าไม่ใช่เงินจริงของคุณ และจะนำไปเทียบกับรายได้ประจำด้วย ถ้าเงินที่เข้ามาไม่สอดคล้องกับเงินเดือน เขามองออกแน่นอน
⬩➤ 2. หลักฐานการทำงานที่ชัดเจน
ถัดจากเรื่องเงิน เจ้าหน้าที่จะดูว่าเราทำอาชีพอะไร และมีหลักฐานน่าเชื่อถือแค่ไหน:
- พนักงานประจำ / ลูกจ้าง: ใช้ใบรับรองการทำงาน (ภาษาอังกฤษ)
- เจ้าของกิจการ / ธุรกิจส่วนตัว: ใช้เอกสารเกี่ยวกับธุรกิจ เช่น ทะเบียนการค้า ทะเบียนบริษัท หรือใบอนุญาตต่างๆ (แปลเป็นภาษาอังกฤษ)
- ฟรีแลนซ์ / อาชีพอิสระ: จำเป็นต้องทำ “จดหมายแนะนำตัว” เพื่ออธิบายลักษณะงานและที่มาของรายได้ให้ชัดเจน
- นักเรียน / นักศึกษา: ใช้หนังสือรับรองสถานะการเป็นนักเรียน/นักศึกษา จากสถาบันการศึกษา
⬩➤ 3. เอกสารประกอบการยื่นวีซ่าครบถ้วน
เอกสารพื้นฐานที่ใช้เหมือนกันทุกประเภท:
- ใบแสดงเที่ยวบิน (ใช้ใบจองตั๋วเครื่องบิน ยังไม่ต้องซื้อตั๋วจริง)
- ประกันการเดินทาง (สำหรับวีซ่าเชงเก้นเป็นข้อบังคับที่ต้องซื้อ)
กรณีวีซ่าท่องเที่ยว:
- ใบจองโรงแรม (ห้ามยกเลิกจนกว่าจะทราบผลวีซ่า)
- แผนการเดินทาง
กรณีวีซ่าเยี่ยมเยียน:
- เอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์ เช่น รูปถ่ายคู่ที่เห็นหน้าชัดเจนหลากหลายสถานที่, รูปหน้าจอขณะคุย Video Call หรือ Chat, หลักฐานการโอนเงินให้กัน
- เอกสารจากผู้เชิญ เช่น จดหมายเชิญ, เอกสารทางการเงินของผู้เชิญ, ใบการันตี, ตราประทับเข้าประเทศไทยของผู้เชิญ
⬩➤ 4. ความผูกมัดกับประเทศไทย / แนวโน้มการกลับประเทศ
(สำคัญเป็นลำดับสุดท้าย)
การมีบ้าน รถ หรือทรัพย์สิน จัดอยู่ในหมวดนี้ ซึ่งเป็นเพียง “ส่วนเสริม” เท่านั้น บางประเทศยังระบุไว้ชัดเจนเลยว่า หลักฐานการเป็นเจ้าของรถยนต์ เป็นเอกสารที่มีประโยชน์น้อยมากสำหรับการยื่น Visitor Visa ดังนั้นถ้ามีอยู่แล้วก็แนบไป แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไร ไม่จำเป็นต้องไปซื้อบ้านหรือซื้อรถเพื่อนำมายื่นวีซ่า
หากมีทรัพย์สินเยอะ เช่น ที่ดินเป็น 10 ผืน แล้วต้องเสียค่าแปลเอกสารแพงๆ ไม่จำเป็นต้องยื่นทั้งหมด ให้เลือกยื่นเฉพาะฉบับที่สมบูรณ์และโอเคที่สุดก็พอ
นอกจากทรัพย์สินแล้ว สิ่งที่ใช้แสดงความผูกมัดเพื่อแทนกันได้ ได้แก่:
- ภาระทางครอบครัว: มีลูกต้องดูแล (แนบสูติบัตรลูก), มีพ่อแม่ต้องดูแล (แนบรูปถ่าย หรือสำเนาบัตรประชาชนพ่อแม่)
- ภาระทางการเงิน: สัญญาผ่อนบ้าน ผ่อนรถ (แปลเฉพาะหน้าที่มีชื่อเรา ไม่ต้องแปลหมดทุกหน้า)
วิดีโอ: ไม่มีบ้าน ไม่มีรถ ไม่มีทรัพย์สิน ขอวีซ่าจะผ่านไหม?
