ขอวีซ่าออสเตรเลีย เยี่ยมแฟนอังกฤษ เช็คลิสต์เอกสารให้ผ่านฉลุย
คบกันทางออนไลน์ เจอกันไม่กี่ครั้ง แฟนชาวอังกฤษออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด บทความนี้จะมาแชร์เบื้องหลังและวิธีเตรียมเอกสารยื่นวีซ่าเยี่ยมแฟนออสเตรเลีย ว่าต้องพิสูจน์ความสัมพันธ์อย่างไร และเตรียมการเงินฝั่งผู้เชิญแบบไหน ถึงจะมัดใจสถานทูตได้สำเร็จ
⬩➤ หัวใจสำคัญของวีซ่าเยี่ยมแฟนออสเตรเลีย
สถานทูตออสเตรเลียให้ความสำคัญกับ “สถานะทางการเงินของผู้เชิญ (แฟน)” เป็นหลัก
- ผู้เชิญต้องมีเงินเพียงพอ สอดคล้องกับจำนวนวันที่เราจะเดินทางไปจริง และมีเอกสารประกอบครบถ้วน
- ผู้ยื่น (ตัวเรา) ต้องแสดงความผูกมัดกับประเทศไทย ให้ชัดเจนว่าพร้อมจะกลับไทย ไม่จำเป็นต้องมีงานประจำ ทำอาชีพส่วนตัว หรือไม่ได้ทำงานก็ได้ แต่ต้องอธิบายได้ว่าใช้ชีวิตและเลี้ยงชีพอย่างไร หากทำงานอยู่ เอกสารต้องตรงกับที่แจ้งสถานทูต
- หลักฐานความสัมพันธ์ต้องชัดเจน แฟนต้องเคยมาหา มีรูปถ่ายคู่ และประวัติการติดต่อกันยืนยัน
ข้อสังเกตเรื่องระยะเวลาพิจารณา: ส่วนใหญ่ถ้าวีซ่าผ่าน สถานทูตจะใช้เวลาพิจารณาไม่นาน แต่หากไม่ผ่าน มักจะใช้เวลานานเป็นพิเศษ การแจ้งผลจะส่งผ่านอีเมล ซึ่งสามารถดูผลเบื้องต้นได้จากหัวข้ออีเมลเลย
⬩➤ เจาะลึกเคสตัวอย่าง
ระยะเวลาเดินทาง: ผู้ยื่นต้องการเดินทางไปออสเตรเลียประมาณ 34 วัน
สถานะของผู้เชิญ (แฟน):
- แฟนเป็นชาวอังกฤษ แต่ถือสถานะ ผู้พำนักถาวร (Resident) ในออสเตรเลียมานานกว่า 40 ปี และอยู่ในวัยเกษียณ
- ข้อรู้เพิ่มเติม: ผู้ถือสถานะ Resident หรือคนที่ไปทำงานที่ออสเตรเลีย สามารถส่งหนังสือเชิญได้ (แต่ถ้าเป็นสถานะนักเรียนอาจจะทำไม่ได้)
จุดที่ต้องระวัง: การขอวีซ่าออสเตรเลียเพื่อไปเยี่ยมแฟน โดยยื่นเป็นประเภท “ท่องเที่ยวเฉย ๆ” มักจะมีโอกาสผ่านยากมาก แม้วีซ่าที่ได้รับส่วนใหญ่จะเป็นแบบ 1 ปี (เข้าได้ครั้งละไม่เกิน 3 เดือน) เหมือนกันก็ตาม ดังนั้นการแจ้งวัตถุประสงค์เพื่อไปเยี่ยมแฟนโดยตรงจึงมีความชัดเจนมากกว่า
⬩➤ การพิสูจน์ความสัมพันธ์ (รู้จักกันออนไลน์)
ประวัติการคบหา: รู้จักกันผ่านเว็บไซต์หาคู่ออนไลน์ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2020 แต่ช่วงแรกยังเจอกันไม่ได้เนื่องจากติดสถานการณ์โควิด-19 จึงติดต่อกันทุกวันผ่าน Facebook Messenger, อีเมล, แชต และวิดีโอคอล
การพบกันครั้งแรก: เมื่อประเทศไทยเปิดประเทศ แฟนได้เดินทางมาพบกันที่ภูเก็ตในเดือนเมษายน ปี 2022 (หลังจากคุยออนไลน์มาประมาณ 2 ปีกว่า) และใช้เวลาร่วมกันประมาณ 3 สัปดาห์
รูปถ่ายและความหลากหลาย: แม้จะเคยเจอกันเพียงครั้งเดียว แต่สิ่งสำคัญคือ ความหลากหลายของรูปถ่าย ในเคสนี้ ได้ไปท่องเที่ยวหลายสถานที่ด้วยกัน เช่น เกาะพีพี กระบี่ และอ่าวนาง ทำให้รูปถ่ายมีความสมจริง ไม่ใช่การถ่ายเก็บไว้สั้น ๆ เพียงวันเดียว
หลักฐานการติดต่อ: ยื่นหลักฐานแชตข้อความที่คุยกัน รวมถึงภาพแคปหน้าจอระหว่างวิดีโอคอลหลาย ๆ ครั้ง (สังเกตได้จากการแต่งกายและเสื้อผ้าที่ไม่ซ้ำกัน)
⬩➤ แฟนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ผู้ยื่นต้องมีเงินในบัญชีไหม?
คำตอบคือ: สำหรับวีซ่าเยี่ยมแฟน ผู้ยื่นไม่จำเป็นต้องมีเงินในบัญชีจำนวนมาก หรืออาจจะไม่มีเลยก็ได้
- จุดสำคัญอยู่ที่ผู้เชิญ: หากเงินของผู้เชิญมีเพียงพอ สถานทูตจะพิจารณาผ่านได้ง่าย แต่ถ้าเงินของผู้เชิญไม่พอ สถานทูตจะหันมาดูการเงินของผู้ยื่นแทน หากไม่พอทั้งคู่ วีซ่าจะถูกปฏิเสธทันที
- การติงของสถานทูต: เวลาปฏิเสธวีซ่า สถานทูตมักจะระบุเหตุผลติงมาที่ตัว “ผู้ยื่น” แต่ในความจริงแล้ว สาเหตุหลักมักมาจากเอกสารทางการเงินของผู้เชิญไม่ผ่านเกณฑ์
- วิธีการระบุว่าแฟนออกค่าใช้จ่าย:
- เลือกช่องทางการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในใบสมัครออนไลน์
- ระบุชัดเจนในจดหมายแนะนำตัว (Cover Letter) และจดหมายเชิญ (Invitation Letter) ว่าแฟนจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด
⬩➤ อาชีพและรายได้ของผู้ยื่น
ในเคสนี้ ผู้ยื่นทำธุรกิจร้านขายเสื้อผ้ามาประมาณ 8 ปี รายได้เฉลี่ยเดือนละ 20,000 – 30,000 บาท
- ความจริงเรื่องรายได้: หากคำนวณตามค่าครองชีพและค่าเดินทางในออสเตรเลีย รายได้ระดับนี้อาจไม่เพียงพอต่อการเดินทางเอง แต่เมื่อแฟนเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้ เรื่องระดับรายได้จึงไม่ใช่ประเด็นหลัก
- สิ่งที่ต้องเน้น: คือ การยืนยันว่าทำอาชีพนั้นจริง หากแจ้งว่าเปิดร้านค้า แต่ไม่มีหลักฐานยืนยัน วีซ่าก็อาจไม่ผ่านได้
- เอกสารยืนยันการทำธุรกิจที่ยื่นเพิ่มเติม:
- รูปถ่ายผู้ยื่นคู่กับร้านค้า เห็นหน้าชัดเจน
- รูปถ่ายคู่กับสินค้า และภาพขณะขายสินค้าให้ลูกค้า
- สื่อโฆษณาออนไลน์ หรือช่องทางการขายของร้าน
- ทะเบียนการค้า (ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ)
- เอกสารการสั่งซื้อสินค้า (แปลเป็นภาษาอังกฤษด้วยตนเองได้)
⬩➤ สรุปรายการเอกสารที่แนะนำในการยื่นวีซ่า
1. เอกสารฝั่งผู้เชิญ (แฟน) ▼
- รายการบัญชีธนาคาร (Bank Statement) ย้อนหลัง 3 เดือน: ต้องอัปเดตให้เป็นปัจจุบันมากที่สุดก่อนวันยื่นวีซ่า
- จดหมายเชิญ (Invitation Letter): เขียนอธิบายประวัติความสัมพันธ์ เจอกันได้อย่างไร ไปเที่ยวไหนด้วยกัน วัตถุประสงค์ที่เชิญไป พร้อมยืนยันการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และการันตีว่าผู้ยื่นจะเดินทางกลับประเทศไทยตามกำหนด
- สำเนาหนังสือเดินทาง (Passport): พร้อมหน้าตราประทับเข้า-ออก ประเทศไทย
- หลักฐานการทำงาน/รายได้: หากเกษียณอายุ ให้ยื่นหลักฐานการรับเงินป้ายชดเชยหรือเงินบำนาญ
- หลักฐานการถิ่นที่อยู่ (Residence Status): หากผู้เชิญไม่ได้ถือพาสปอร์ตออสเตรเลีย (เช่น ถือพาสปอร์ตอังกฤษเหมือนในเคสนี้) ต้องแนบหลักฐานวีซ่าถาวรหรือสิทธิ์การพำนักในออสเตรเลียเพิ่มเติม
2. หลักฐานความสัมพันธ์ ▼
- รูปถ่ายคู่กัน: เลือกรูปที่เห็นหน้าชัดเจน ถ่ายระยะใกล้ ไม่เน้นรูปถ่ายไกล ๆ หรือรูปหมู่ จำนวนประมาณ 20 – 30 รูป
- รูปถ่ายการติดต่อออนไลน์: ภาพแคปหน้าจอวิดีโอคอล หรือข้อความบทสนทนา จำนวนประมาณ 20 – 30 รูป
3. เอกสารฝั่งผู้ยื่น (ตัวเรา) ▼
- หลักฐานการทำงาน:
- ทำงานประจำ: ใบรับรองการทำงาน
- ทำธุรกิจส่วนตัว: ทะเบียนการค้า (แปลภาษาอังกฤษ) หรือรูปถ่ายการทำงาน/ร้านค้า
- หลักฐานภาระความผูกมัดในประเทศไทย:
- ภาระครอบครัว: เช่น สูติบัตรลูก, บัตรรถรับรองผู้พิการ หรือใบรับรองแพทย์ของคนในครอบครัวที่ต้องดูแล
- ทรัพย์สิน: โฉนดที่ดิน, ทะเบียนรถยนต์ (ต้องแปลเป็นภาษาอังกฤษ)
