พ่อแม่อยู่ต่างประเทศ เชิญลูกมาเยี่ยมได้ไหม? ต้องขอวีซ่าแบบไหน?

วีซ่า > คำถามที่พบบ่อย


พ่อแม่อยู่ต่างประเทศ เชิญลูกมาเยี่ยมได้ไหม? ต้องขอวีซ่าแบบไหน?

หากพ่อแม่อาศัยอยู่ต่างประเทศในระยะยาว เช่น เป็นพลเมือง มีพาสปอร์ตของประเทศนั้น หรือมีใบอนุญาตพำนัก (Resident Permit) สามารถทำเรื่องเชิญลูกมาเยี่ยมได้อย่างแน่นอน โดยใช้เป็น “วีซ่าเยี่ยมเยียน (ระยะสั้น)”

คำแนะนำ: หากมีแผนจะพาตัวลูกมาเยี่ยม การทำเรื่องเชิญตั้งแต่ลูกยังเด็กจะผ่านง่ายกว่ามาก เพราะมีขั้นตอนเอกสารที่ไม่ซับซ้อนเรื่องการทำงาน ทั้งยังเป็นการสร้างประวัติการเดินทางที่ดี (Travel History) ทำให้การขอวีซ่าในครั้งต่อๆ ไปง่ายขึ้นตามไปด้วย

โดยทั่วไปการขอวีซ่าประเภทนี้มักผ่านได้ง่าย แต่จุดสำคัญที่ต้องระวังจะขึ้นอยู่กับ “อายุของลูก” ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 กรณีหลักๆ ดังนี้


⬩➤ 1. กรณีลูกอายุต่ำกว่า 18 ปี (หรือยังเรียนอยู่)

กลุ่มนี้ได้วีซ่าง่ายในเรื่องประวัติการทำงานและการเงิน เพราะสถานทูตเข้าใจว่าเด็กยังเรียนอยู่และใช้เงินของผู้ปกครอง แต่จุดที่ต้องระวังที่สุดคือ “เรื่องสิทธิ์ในการปกครองบุตร”

เอกสารฝั่งลูก (ผู้เดินทาง): ▼
  • พาสปอร์ต: หากอายุต่ำกว่า 20 ปี การทำพาสปอร์ตไทยจะต้องใช้ความยินยอมของผู้ปกครอง
  • เอกสารสิทธิ์ปกครองบุตร:
    • หากพ่อและแม่มีสิทธิ์ปกครองร่วมกัน แต่มีแค่คนใดคนหนึ่งพาไป (เช่น แม่ไม่อยู่ พ่ออยู่ไทย) ฝ่ายที่อยู่ไทยจะต้องทำ “หนังสือยินยอมให้บุตรเดินทางไปต่างประเทศ”
    • หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีสิทธิ์ปกครองบุตรเพียงผู้เดียว ต้องมีเอกสารยืนยันชัดเจน
  • การเซ็นเอกสารยื่นวีซ่า: ต้องให้ผู้มีสิทธิ์ปกครองเป็นคนเซ็น หากพ่อแม่คนที่มีสิทธิ์อยู่อบรอดและไม่สะดวกดำเนินการเอง ต้องทำ “หนังสือมอบอำนาจ” ให้ญาติที่ไทยพาเด็กไปยื่นเรื่องแทน
  • หลักฐานการเรียน: หนังสือรับรองสถานะการเป็นนักเรียน/นักศึกษาจากโรงเรียน (ใบนี้ใบเดียวใช้ยืนยันความผูกมัดในการกลับไทยได้เลย)
  • หลักฐานการเงิน: เด็กไม่จำเป็นต้องมีบัญชีตัวเอง หรือถ้ามีใส่ไว้ก็ไม่ได้จำกัดยอดเงิน

เอกสารฝั่งผู้เชิญ (พ่อ/แม่): ▼
  • หนังสือเชิญ (Letter of Invitation): ระบุเหตุผลที่เชิญ ยืนยันว่าจะรับผิดชอบค่าใช้จ่าย และรับรองว่าลูกจะเดินทางกลับเมื่อครบกำหนด
  • พาสปอร์ตของผู้เชิญ: หากผู้เชิญเป็นคู่สมรสชาวต่างชาติ (เช่น แม่แต่งงานใหม่กับชาวต่างชาติแล้วสามีเป็นคนสปอนเซอร์) ต้องแนบเอกสารพาสปอร์ตของทั้งคู่ พร้อม “ทะเบียนสมรส” เพื่อยืนยันความสัมพันธ์ แต่หากแม่เป็นผู้สปอนเซอร์เองคนเดียว ก็ใช้แค่พาสปอร์ตของแม่
  • หลักฐานการอยู่อาศัย: ใบอนุญาตพำนัก (Resident Permit) หรือพาสปอร์ตของประเทศนั้น
  • หลักฐานการเงิน: บัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนของผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
  • ใบการันตี (Sponsorship Letter): ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละประเทศ (โดยเฉพาะกลุ่มประเทศเชงเก้น)
  • หลักฐานความสัมพันธ์: สูติบัตรของลูก (สำคัญที่สุด) รวมถึงรูปถ่ายครอบครัวเมื่อครั้งกลับไทย ตราประทับเข้า-ออกประเทศ เพื่อยืนยันว่ามีความสัมพันธ์และติดต่อกันจริง



⬩➤ 2. กรณีลูกอายุมากกว่า 18 ปี (หรืออยู่ในวัยทำงาน)

กลุ่มนี้ไม่ต้องใช้เอกสารเรื่องสิทธิ์ปกครองบุตร ใบยินยอมให้บุตรเดินทาง หรือหลักฐานการปกครองเดี่ยวอีกต่อไป แต่สิ่งที่ต้องเน้นเป็นพิเศษคือ “หลักฐานการทำงานและความผูกมัดกับประเทศไทย” เพื่อให้สถานทูตมั่นใจว่าจะไม่แอบไปลักลอบทำงานและยินดีเดินทางกลับไทย

เอกสารฝั่งลูก (ผู้เดินทาง):

หลักฐานการทำงาน: ▼
  • ทำงานประจำ: ใช้หนังสือรับรองการทำงานจากบริษัท
  • ธุรกิจส่วนตัว: ใช้ใบทะเบียนการค้าหรือเอกสารจดทะเบียนธุรกิจ
  • ฟรีแลนซ์/อาชีพอิสระ: ใช้รูปถ่ายการทำงาน ผลงาน หรือเอกสารรับเงินที่ยืนยันการทำอาชีพนั้นจริง

หมายเหตุ: หากอายุเกิน 18 ปี แต่ยังเรียนมหาวิทยาลัยอยู่ ให้ใช้หนังสือรับรองสถานะนักศึกษาแทน


หลักฐานการเงินของลูก: ▼

แม้ว่าพ่อแม่หรือผู้เชิญจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ลูกก็ยังจำเป็นต้องแนบสเตทเมนท์ธนาคารของตัวเองไปด้วย (ไม่จำเป็นต้องมีเงินก้อนใหญ่ เพราะสถานทูตเน้นดูการเงินของผู้เชิญเป็นหลัก แต่ต้องยื่นแสดงตัวตน)


หลักฐานพันธะผูกมัดในไทย: ▼

เอกสารแสดงแสดงภาระหรือทรัพย์สิน เช่น โฉนดที่ดิน สัญญาซื้อขายบ้าน รถยนต์ หรือโครงการธุรกิจที่วางแผนจะกลับมาทำที่ไทย




⬩➤ ข้อควรรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับระยะเวลาวีซ่าเยี่ยมเยียน
  • เชงเก้น (ยุโรป ยกเว้นอังกฤษ): พำนักได้สูงสุด 90 วัน ภายในระยะเวลา 180 วัน
  • อังกฤษ: พำนักได้สูงสุด 6 เดือน
  • สหรัฐอเมริกา / แคนาดา: พำนักได้สูงสุด 6 เดือน
  • ออสเตรเลีย: มักได้วีซ่าอายุ 1 ปีขึ้นไป โดยพำนักได้ครั้งละไม่เกิน 3 เดือน

วิดีโอ: พ่อแม่อยู่ต่างประเทศ เชิญลูกมาเยี่ยมได้ไหม? ต้องขอวีซ่าแบบไหน?


📑 หลักฐานแสดงความสัมพันธ์ ในการขอวีซ่า