หลังจดทะเบียนสมรสแล้ว จะไปประเทศสามี ต้องทำจดหมายเชิญไหม?
หลายคนมักสงสัยว่า เมื่อจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติแล้ว เวลาจะเดินทางไปเยี่ยมสามีที่ต่างประเทศ ยังจำเป็นต้องทำจดหมายเชิญอยู่ไหม สรุปสั้นๆ คือ ยังคงต้องทำตามปกติ เพราะทะเบียนสมรสไม่ใช่ตัววีซ่า หรือไม่ใช่สิทธิพิเศษที่ว่ามีใบเดียวแล้วจะบินไปได้เลยโดยไม่ต้องขอวีซ่า
ทะเบียนสมรสเป็นเพียงเอกสารในหมวดของความสัมพันธ์ เป็นหลักฐานที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือ ทำให้วีซ่าผ่านง่ายขึ้นเท่านั้น แต่เอกสารส่วนตัวอื่นๆ รวมถึงเอกสารเชิญจากฝั่งสามี ก็ยังต้องเตรียมตามกระบวนการปกติทุกประการ
⬩➤ เอกสารจากฝั่งผู้เชิญ (สามี) ที่ต้องเตรียม
จดหมายเชิญ: ▼
ระบุข้อความว่าต้องการเชิญภรรยาที่จดทะเบียนสมรสกันแล้วไปเยี่ยมเยียน อาจเล่าเรื่องราวความสัมพันธ์คร่าวๆ ว่าเจอกันเมื่อไหร่ ทำอะไรร่วมกันบ้าง ระบุเหตุผลที่เชิญ พร้อมแสดงความจำนงค้ำประกันค่าใช้จ่ายทั้งหมดและสัญญาว่าภรรยาจะเดินทางกลับประเทศไทยแน่นอนหลังจบการเดินทาง
ใบการันตี: ▼
สำหรับกลุ่มวีซ่าเชงเกน (ยุโรปทุกประเทศ ยกเว้นอังกฤษ) โดยต้องไปทำเรื่องกับหน่วยงานทางราชการของประเทศนั้นๆ ซึ่งแต่ละประเทศจะมีวิธีส่งมอบต่างกัน เช่น ส่งตัวจริงมาทางไปรษณีย์ (เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เบลเยี่ยม, ออสเตรเลีย) หรือกรอกข้อมูลแล้วถ่ายรูปส่งมาให้ (เดนมาร์ก, สวีเดน, อิตาลี) สำหรับประเทศนอกยุโรป เช่น อังกฤษ, ออสเตรเลีย, แคนาดา, อเมริกา ส่วนใหญ่ไม่ต้องทำใบการันตีนี้
เอกสารส่วนตัวอื่นๆ: ▼
- ตราประทับเข้าประเทศไทย: ดูได้จากหน้าพาสปอร์ตของสามี
- บัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือน: สำคัญมากเพื่อแสดงว่าสามีมีความพร้อมและมีเงินเพียงพอในการสนับสนุนค่าใช้จ่าย
- สำเนาพาสปอร์ตของสามี
นอกจากนี้ อาจแนบหลักฐานความสัมพันธ์เพิ่มเติม เช่น รูปถ่ายคู่ที่ชัดเจนจำนวนไม่เกิน 10 รูป เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีความสัมพันธ์กันจริง
⬩➤ ทำไมถึงต้องขอวีซ่าระยะสั้น แม้จะมีทะเบียนสมรสแล้ว?
การเดินทางไปเยี่ยมสามีในลักษณะนี้ จัดอยู่ในกลุ่ม วีซ่าระยะสั้น (เช่น วีซ่าเชงเกนของยุโรป, Visitor Visa ของอังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์)
เมื่อมีทะเบียนสมรส ทางการจะมองว่าตัวผู้ยื่นอาจจะไม่ได้มีความพร้อมเรื่องการเงินสูงนัก สามีจึงทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายให้ และทะเบียนสมรสทำหน้าที่เป็นตัวเชื่อมโยงความสัมพันธ์ว่าเป็นสามีภรรยาจริง การที่สามีออกเงินให้ภรรยาไปเยี่ยมจึงไม่ใช่เรื่องแปลก
ถึงแม้ทะเบียนสมรสจะเป็นหลักฐานความสัมพันธ์ที่ดีที่สุด เพราะผ่านการรับรองจากหน่วยงานราชการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะตรวจสอบความเหมาะสมเหมือนที่สถานทูตทำ
บางคนอาจจดทะเบียนสมรสอย่างรวดเร็วเพื่อลัดขั้นตอนการขอวีซ่า แทนที่จะคบหากันแบบแฟนแล้วต้องยื่นเอกสารพิสูจน์ความสัมพันธ์หลายรอบ ดังนั้น การเตรียมเอกสารให้รอบคอบจึงยังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะต่อให้มีทะเบียนสมรสแล้ว หากเตรียมเอกสารไม่ครบก็ยังมีโอกาสถูกปฏิเสธวีซ่าได้เช่นกัน
⬩➤ ข้อแตกต่างระหว่างวีซ่าระยะสั้นและวีซ่าระยะยาว (วีซ่าติดตาม)
หลายคนอาจตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ขอวีซ่าติดตาม (ระยะยาว) ไปเลยทีเดียว?
- วีซ่าระยะสั้น: เหมาะสำหรับคนที่จะเดินทางไปชั่วคราว อยู่ได้จำกัดตามกำหนดของแต่ละประเทศ (เช่น เชงเกนไม่เกิน 90 วัน, อังกฤษไม่เกิน 6 เดือน) สุดท้ายต้องกลับประเทศไทย ไม่จำเป็นต้องผ่านขั้นตอนยุ่งยาก
- วีซ่าระยะยาว (วีซ่าติดตาม): จะยุ่งยากและใช้เวลานานกว่ามาก (บางประเทศ เช่น อเมริกา สำหรับวีซ่า CR1 หรือ IR1 อาจใช้เวลาเป็นปี) อีกทั้งยังมีเงื่อนไขการทดสอบภาษา (ในบางประเทศยุโรป) และขั้นตอนตรวจสอบความพร้อมของฝั่งสามีอย่างละเอียด รวมถึงมีข้อจำกัดเรื่องการเดินทางออกจากประเทศนั้นๆ ด้วย วีซ่าประเภทนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการย้ายไปใช้ชีวิตต่างประเทศเป็นหลักมากกว่า
⬩➤ เอกสารจากฝ่ายผู้ยื่น (ภรรยา) คร่าวๆ
- ใบสมัครและใบนัดหมายจากสถานทูต
- ใบแสดงเที่ยวบิน (ใช้สำหรับยื่นวีซ่า ยังไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินจริง)
- ประกันการเดินทาง (บังคับซื้อเฉพาะวีซ่าเชงเกน)
- บัญชีธนาคารย้อนหลัง 3 เดือนของผู้ยื่น
- หลักฐานการทำงาน (เช่น ใบรับรองการทำงาน, ทะเบียนการค้า) หรือหากไม่ได้ทำงาน สามารถใช้หลักฐานการโอนเงินจากสามีแทนได้
- หลักฐานความผูกพันกับประเทศไทย (เช่น เอกสารดูแลพ่อแม่ หรือทรัพย์สินต่างๆ)
- เอกสารทั้งหมดควรแปลเป็นภาษาอังกฤษ
วิดีโอ: หลังจดทะเบียนสมรสแล้ว จะไปประเทศสามี ต้องทำจดหมายเชิญไหม?
📑 จดทะเบียนสมรสกับต่างชาติแล้ว แต่ไม่ได้จะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ จะขอวีซ่าเยี่ยมเยียนได้ไหม?
