เมื่อโลกกระตุ้นให้เราต้องการมากขึ้น เราจะหยุดตรงไหน

รีวิวเที่ยว > Think


เมื่อโลกกระตุ้นให้เราต้องการมากขึ้น เราจะหยุดตรงไหน

วันนี้เกิดคำถามขึ้นมาว่า เรามีทุกอย่างเพียงพอต่อการมีชีวิตแล้ว แต่ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองมีไม่พอตลอดเวลา เพราะอะไร แล้วจะหยุดได้เมื่อไหร่ เพราะมันเหนื่อยนะที่จะวิ่งตามโลกตลอดเวลา เลยลองไล่เรียงความคิดว่ามนุษย์เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง และจะเป็นยังไงต่อ แล้วเราจะปรับตัวยังไงให้พอดี

1. ยุคที่ต้องเอาชีวิตรอด

  • สมัยก่อนมนุษย์เรา แค่กินให้อยู่รอด กินน้อยๆก็อยู่ได้แล้ว
  • กินเพื่อให้มีพลังงานและมีชีวิตอยู่
  • เก็บอาหารไว้เพราะไม่รู้ว่าจะหาอาหารได้อีกเมื่อไร
  • มีสิ่งของเท่าที่จำเป็นหรือเท่าที่ผลิตและขนย้ายได้
  • แต่ก็ยังมีเครื่องประดับ ตกแต่งสถานที่ การสังสรรค์ การแบ่งปัน การเลี้ยงฉลอง

2. ยุคอุตสาหกรรมและการบริโภคจำนวนมาก

  • ต่อมาเป็นยุคอุตสาหกรรม มีการกระตุ้นการบริโภค
  • ทำให้บริโภคเกินจำเป็น อ้วนขึ้น ใช้ของฟุ่มเฟือยมากขึ้น เก็บของมากขึ้น
  • ไม่ได้กินเพื่อแก้หิวแล้ว แต่กินเพื่อความสุข สนุก
  • เสื้อผ้าไม่ได้มีไว้ปกปิดร่างกาย แต่เพื่อแฟชั่น สถานะ การแสดงตัวตน
  • บ้านต้องใหญ่ขึ้นเกินจำเป็น

มนุษย์มีความต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นปกติของมนุษย์ใช่มั้ย?

  • ความสุขจากของเดิมลดลง ของที่เคยตื่นเต้น กลายเป็นเรื่องธรรมดา เลยต้องมองหาสิ่งใหม่เพื่อให้รู้สึกตื่นเต้น
  • เปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่น ต่อให้เรามีเพียงพอแล้ว แต่ถ้าเห็นคนรอบข้างมีมากกว่า ก็จะรู้สึกว่าตัวเองยังขาดอะไร ความพอไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งที่เราต้องการ แต่ขึ้นอยู่กับสิ่งที่คนอื่นมีด้วย
  • ได้อะไรง่ายๆ ก็ทำให้ต้องการมากขึ้น เมื่อก่อนต้องออกไปหาซื้อ แต่ตอนนี้นั่งที่บ้านของก็มาส่งถึงมือเอง โฆษณากระตุ้นอีกทั้งที่ไม่เคยอยากได้
  • สะสมสิ่งของเพื่อความรู้สึกปลอดภัย เงินสำรอง อาหาร หรือสิ่งของ แต่ “มีเท่าไรก็ยังไม่พอ”


จากยุคอุตสาหกรรมกระตุ้นการบริโภค กิน เสพ ใช้ มาสู่ยุค AI กระตุ้นการรับข้อมูล

  • ยุคอุตสาหกรรมกระตุ้นให้เรากินใช้มากขึ้น สะสมสิ่งของมากขึ้น
  • ยุค AI กำลังกระตุ้นให้เรา รับข้อมูลมากขึ้น คิดมากขึ้น อยากรู้มากขึ้น และติดความสะดวกมากขึ้น
    ใช้แรงน้อยลง แต่ทำให้รู้สึกว่าต้องทำมากขึ้น

เราจะสร้างสมดุลเรื่องนี้ยังไงให้ยังมีชีวิตที่ดี แต่ไม่ไหลตามกระแสความต้องการ

เพราะถ้าเราไม่ทำ เราก็ตามโลกไม่ทัน เราก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ชีวิตแย่
แต่ถ้าวิ่งตามโลก ก็จะถูกลากเข้าวงจรโลภไม่รู้จบ

ทางออกที่คิดคือ ไม่ใช่การขวางโลก และไม่ใช่การวิ่งตามโลก แต่คือการรู้ว่าเรื่องไหนเราต้องตามให้ทัน และเรื่องไหนเราไม่จำเป็นต้องตาม

1. แยกให้ออกว่าอะไรคือสิ่งจำเป็น และอะไรคือเกมที่สังคมสร้างขึ้น

  • สิ่งที่ต้องมีเพื่อไม่ให้ชีวิตเปราะบาง
    • รายได้พอ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย เงินสำรอง ทักษะที่หาเลี้ยงชีพได้
    • ความสามารถในการรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดคิด
    • เพื่อจะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะอยู่ไม่รอดทุกครั้งที่โลกเปลี่ยน
  • สิ่งที่ต้องพัฒนาตามโลก
    • เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ทักษะใหม่ เปลี่ยนวิธีเมื่อจำเป็น
    • เพื่อจะได้ไม่ตกขบวนในเรื่องที่กระทบการดำรงชีวิตของเรา
  • รู้ทันเกมแห่งการมีมากขึ้น
    • รวยขึ้น มีของใหม่เรื่อยๆ ทำงานได้มากกว่าคนอื่น ต้องมีชื่อเสียง ต้องมีผู้ติดตามมากขึ้น หรือต้องใช้ชีวิตให้ดูประสบความสำเร็จ
    • เพื่อความต้องการของเราจริงๆ ไม่ใช่ข้อบังคับ หรือความต้องการของสังคม

2. ไม่ต้องพยายามตามโลกให้ทันทุกเรื่อง ให้ตามเฉพาะเรื่องที่กระทบชีวิตเรา

  • ต้องรู้ เรื่องที่จะมากระทบรายได้ อาชีพ ความปลอดภัย การดำรงชีวิตของเรา
  • ควรรู้ เรื่องที่ช่วยให้การทำงานดีขึ้น ประหยัดเวลา
  • ไม่จำเป็นต้องรู้ เรื่องที่เป็นกระแส แต่ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น
  • ไม่ต้องรู้เรื่องใหม่เร็วที่สุด แต่เป็นคนที่ปรับตัวได้เมื่อจำเป็น ไม่ต้องตื่นตัวกับทุกเรื่องตลอดเวลา

3. สร้างความมั่นคงให้พอดี แบบไม่ต้องใช้ความกลัววิ่งตาม

  • คนที่1 รายได้เพิ่ม ค่าใช้จ่ายเพิ่มตาม ต้องทำงานเพิ่ม หยุดไม่ได้เพราะกลัวว่าจะไม่พอรายจ่าย
  • คนที่2 รายได้เพียงพอ มีเงินสำรอง ค่าใช้จ่ายไม่เพิ่มตามรายได้ มีเวลาพัฒนาทักษะเพิ่ม เลือกได้ว่าจะทำเพิ่มหรือจะใช้ชีวิตเพิ่ม
  • คนที่2 อาจจะไม่รวยเท่าคนที่1 แต่อาจมีอิสระในการใช้ชีวิตมากกว่า

4. เทคโนโลยีทำให้เราทำงานได้มากขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำมากขึ้นตาม

  • แบบแรก ทำเหมือนเดิม แต่มากขึ้น เพื่อรายได้มากขึ้น
  • แบบสอง ทำเท่าเดิม แต่พัฒนา สร้างช่องทางที่ทำให้เราไม่ต้องทำงานเพิ่มขึ้น แต่รายได้มากขึ้น
  • แบบสาม ทำเท่าเดิม แต่ใช้ชีวิตมากขึ้น ทำสิ่งที่เราสนใจ รู้สึกสนุก ไม่ต้องมีเป้าหมายเรื่องรายได้

5. คำว่า “พอ” ต้อง “พอ” แบบที่เราพอใจจริงๆ

  • เงินใช้ประจำพอ เงินสำรองพอ ช่วยเหลือตัวเองได้
  • ทักษะที่ใช้ทำงานหาเงินพอ ไม่ต้องเก่งทุกเรื่อง เอาแค่เรื่องที่ใช้หาเงิน
  • มีเวลาให้ตัวเองพอ ทำให้ตัวเองพอใจกับสิ่งที่ตัวเองต้องการ
  • มีความสุขกับสิ่งที่มี โดยไม่ต้องเพิ่มตามคนอื่น

6. การไม่วิ่งตาม ไม่ได้แปลว่าเราไม่พัฒนา

  • เรียนรู้เทคโนโลยีเฉพาะที่ใช้งานกับของเรา ไม่ต้องใช้เป็นทุกอย่าง
  • สร้างรายได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเพิ่มรายได้ให้สูงที่สุดเสมอ
  • พัฒนาตัวเอง โดยไม่ใช้ความกลัวไล่ตาม แต่ใช้ความอยากรู้นำทาง
  • มีทรัพย์สิน แต่ไม่ต้องเสียเวลาส่วนใหญ่ไปกับการรักษาทรัพย์สินนั้น
  • ติดตามโลก แต่ไม่ต้องให้มันมีอำนาจกำหนดทิศทางชีวิตเรา


สรุป เราคนธรรมดาจะอยู่บนโลกยังไงให้ยังเป็นตัวเราเอง

ย้อนนึกถึงตอนเราไปเที่ยว ก็ไม่จำเป็นต้องไปทุกเมือง ไม่จำเป็นต้องถึงเร็วที่สุด และไม่จำเป็นต้องไปให้ไกลกว่าคนอื่น

แต่เราก็ไม่ได้หยุดเรียนรู้ แบบที่ทำให้เราไม่สามารถไปต่อได้

สิ่งที่เราต้องเป็นไม่ใช่การหยุดนิ่ง แต่ก็ไม่ใช่การวิ่งให้เร็วที่สุด

แต่คือการมีทักษะ(เช่น การสร้างเงิน) ทรัพยากร(เช่น เงิน) และความยืดหยุ่น (เช่น ความพอ) ที่จะเลือกเส้นทางของตัวเองได้

อิสรภาพของเรา ไม่ใช่การที่เราไม่ต้องการอะไรอีก ไม่ใช่การไม่ต้องทำอะไรเลย ไม่ใช่ต้องทำได้ทำทุกอย่าง
แต่คือการที่เราไม่จำเป็นต้องทำทุกสิ่งที่โลกบอกว่าควรทำ เรามีสติเลือกสิ่งที่เราต้องการจริงๆ