❰ ย้อน : หน้ารวม < 2025 < Jeju
ไปต่อ : สรุป 2025 ❱
รีวิวเที่ยวดานัง – ฮอยอัน
อากาศ เที่ยวดานัง ฮอยอัน ประเทศเวียดนาม 3 เดือน
- ช่วงเดินทาง เม.ย.- มิ.ย. 2568 แบ่งเป็นดานัง 2 เดือน และฮอยอัน 1 เดือน
- ช่วงเมษายน อากาศดี ยังมีลมเย็นๆพัดมาในแดดร้อนๆ กลางคืนอากาศเย็น น้ำไม่เย็นมาก ไม่อุ่น ไม่มีฝน
- ช่วงพฤษภาคม อากาศเริ่มร้อน กลางวันแดดแรง กลางคืนลมเย็น ฝนแทบไม่ตก
- ช่วงมิถุนายน อากาศร้อนจริงจัง เดรสต้องมา เจอพายุหลงมา 3-4 วัน
➤สไตล์การเดินทาง (คลิกดูเพิ่ม)
- จี๊กับอ๊อบไม่มีบ้านที่ไทย เดินทางไปเรื่อย เช่าไปเรื่อย
- ขอวีซ่าเวียดนาม 90 วัน อยู่ยาวจะได้ประหยัด ไม่ต้องออก ไม่ต้องอยู่โรงแรม
- หาห้องจาก airbnb เลือกแบบรายเดือน (28 วัน)
- ลักษณะการเที่ยว ไม่ใช่การมาเป็นทริปสั้นๆ ไม่เน้นเที่ยวตามที่เที่ยว
- อารมณ์เปลี่ยนที่อยู่ เปลี่ยนบรรยากาศ ใช้ชีวิต
- เดินเที่ยว ดูเมือง ดูผู้คน เดินใกล้ๆในรัศมีไปกลับ 6 กม. ถ้าไกลหน่อยก็เรียกรถจากแอพ
- ที่เที่ยวจิ้มดูจาก google ง่ายๆ เดินไปได้ หรือ นั่งรถไม่ไกล
- ช่วงนี้ยังอยู่ในโหมดประหยัด แต่ยังอยากใช้ชีวิต
- ที่เที่ยวดัง แต่ไกล ก็อาจไม่ได้ไป
➤เดือนที่เหมาะกับการท่องเที่ยวดานัง (คลิกดูเพิ่ม)
- ประมาณ กุมภาพันธ์ – สิงหาคม : อากาศแห้ง แดดเยอะ ทะเลค่อนข้างนิ่ง
- ช่วงดีที่สุด: มีนาคม – พฤษภาคม (ร้อนแต่ไม่พายุ) มีนาคม จะมีลมเย็นๆด้วย แต่ถ้าเข้าพฤษภาคมจะเริ่มร้อนแล้ว
- มิถุนายน–สิงหาคม: แดดแรงมาก อากาศร้อนจัด แต่ทะเลสวย ไม่มีฝน
ฤดูมรสุม / ฝนเยอะ (Low Season)
- อย่าได้คิดจะไปเลย บางแห่งอันตราย พายุเข้า น้ำท่วม ประมาณ
- กันยายน – มกราคม ฝนตกหนัก
- ตุลาคม – พฤศจิกายน มีคลื่นแรง ลมแรง บางช่วงมีพายุจากทะเลจีนใต้ บางปีมีน้ำท่วมในเขตเก่าเมืองฮอยอัน ช่วงนี้ทะเลไม่เหมาะเล่นน้ำ คลื่นแรง สีทะเลขุ่น
➤ความรู้สึกส่วนตัวสำหรับดานัง (คลิกดูเพิ่ม)
- เป็นประสบการณ์ที่ดีในการมาดูทะเลของเพื่อนบ้าน
- ชายหาดที่ดานัง จะมีหลายหาด แต่ละหาดแม้จะติดกัน แต่ก็มีความแตกต่างกัน ถ้าให้เปรียบเทียบเพื่อเห็นภาพ บางส่วนจะคล้าย พัทยา บางส่วนคล้ายหัวหิน (แต่ไม่เหมือน)
- อย่าได้นำไปเปรียบกับกระบี่ ภูเก็ตหรือทะเลทางใต้ของไทย (เทียบกันไม่ติดอยู่แล้ว)
- แต่ถ้าเปรียบเฉพาะเรื่องทราย และน้ำทะเล เทียบกับพัทยา หัวหิน ส่วนตัวก็ยังให้พัทยา หัวหิน ชะอำ ที่ไทยอยู่ดี
- ส่วนเรื่องพื้นที่ที่ไม่ใช่ชายหาด ก็จะดีแตกต่างกัน
- ดานังจะมีแม่น้ำไหลผ่าน วิวสวย มีอะไรให้ดูมากมาย
- แต่รำคาญรถมอร์เตอร์ไซต์มาก ข้ามถนนยาก ฝุ่นเยอะ มลพิษเยอะ
- ในเรื่องของการไปอยู่ 2 เดือนของพวกเรา ถือว่า ดี สำหรับการไปอยู่ระยะยาว
- เพราะค่าใช้จ่ายไม่แพงมาก มีที่เดินเล่นในเมือง ใครที่อยากไปอยู่ระยะยาว ก็แนะนำเลย
- ค่าอยู่ค่ากิน ดูเหมือนจะสูงกว่าเมืองอื่นๆของเวียดนามเล็กน้อย
- สำหรับใครที่ไประยะสั้น ก็คงแค่ 3 วัน ก็เที่ยวหมดแล้ว คงไม่ค่อยมีคนไทยอยากไปเล่นน้ำที่ดานังเท่าไหร่ เพราะอยู่ที่ไทยก็เล่นน้ำได้ และดีกว่า แต่ก็แนะนำให้มาดูเป็นประสบการณ์ เห็นสิ่งแปลกใหม่เหมือนกัน
- สรุปชอบ แนะนำให้มาแน่นอน
➤ความรู้สึกส่วนตัวสำหรับฮอยอัน (คลิกดูเพิ่ม)
- เมืองโบราณ มีมณขลัง สวยแบบเก่าๆ
- คนเยอะมากๆที่สุดเท่าที่เคยเห็น
- แน่นอนว่าที่ใดมีนักท่องเที่ยวเยอะ ความเป็นสถานที่ท่องเที่ยวก็จะมากหน่อย แต่ความเป็นชาวบ้านจริงๆจะน้อย ไม่ใช่ว่าไม่มีชาวบ้านนะ แต่ความรู้สึกเมื่อเทียบกับที่อื่นที่เราไป ที่ฮอยอันจะมีเสือสิงอยู่เยอะกว่า ราคาสูงกว่าเล็กน้อย
- เมืองเล็กๆ เดินวันเดียวหมด ล่องเรืออีกวัน เที่ยว 2 วัน สำหรับระยะสั้น
- แต่ส่วนพวกเราอยู่ 1 เดือน เดินทุกซอกทุกมุม ไปทั่ว เต็มอิ่มจริงๆ
- แต่ที่พักรายเดือนแบบอพาร์ทเม้นค่อนข้างหายาก ส่วนใหญ่เป็นโรงแรมคนมาพักระยะสั้นมากกว่า
- สรุปชอบ แนะนำให้มาแน่นอน
➤สรุปค่าใช้จ่าย 3 เดือน (คลิกดูเพิ่ม)
- ค่าของกิน+ของใช้ 36,501 บาท
- ค่าห้องพักรวม 84 คืน 47,282 บาท
- ค่าวีซ่าเวียดนาม 90 วัน 1782 บาท
- ค่าเครื่องบิน 9,762 บาท
- สายการบินฮ่องกงแอร์ไลน์ เซี่ยงไฮ้-ดานัง
- รวมกระเป๋า 20 กก.
- ต่อเครื่องที่ฮ่องกง
- ไม่มีตั๋วขาออก
💰รวมค่าใช้จ่าย 2 คน 95,327 บาท (เฉลี่ย 31,777 บาทต่อเดือน)
วิดีโอ
🇻🇳 พิพิธภัณฑ์ศิลปะจาม เมืองดานัง และวันรวมชาติเวียดนาม 🇻🇳 ชายหาดเมืองดานัง น่าเที่ยวมั้ย เล่นน้ำได้มั้ย 🇻🇳 Da Nang Downtown สวนสนุกเก่าแก่ ก่อนปิดถาวรแผนที่เวียดนาม
ดานัง
ดานังเป็นเมืองใหญ่อันดับ 5 ของเวียดนาม (รองจาก Ho Chi Minh City , Ha Noi, Haiphong และ Can Tho) อยู่ตรงกลางประเทศขั้นกลางระหว่างเหนือกับใต้ บริเวณริมทะเลจีนใต้
➤จุดเด่นสำคัญ (คลิกดูเพิ่ม)
- อยู่ใกล้เมืองมรดกโลกอย่าง Hoi An, โบราณสถานจามที่ My Son และเมืองหลวงเก่า Hue
- สามารถพักที่ดานังที่เดียว แล้ว Day trip ไปที่ต่างๆได้
- ช่วงกลางทศวรรษ 2010 โรงแรม คอนโด ผุดขึ้นจำนวนมาก แต่หลังจากนั้นก็มีปัญหาเรื่องอสังหา เลยทำให้เห็นตึกร้างหลายแห่ง
- ชายหาดที่ทอดยาวที่สุดคือ My Khe Beach (หรือ China Beach ในสมัยสงครามเวียดนาม)
- ถนนดีมากเมื่อเทียบกับเมืองใหญ่ของเวียดนาม ทำให้รถไม่ติด
- แม้ว่ารถไม่ติด แต่สังเกตุได้ว่า มีรถยนต์มากกว่ามอร์เตอร์ไซค์
➤ประวัติย่อ (คลิกดูเพิ่ม)
- พื้นที่รอบดานังเคยเป็นศูนย์กลางอาณาจักรจาม (Champa) ที่ได้รับอิทธิพลศาสนาฮินดูมานานราว 3,000 ปี
- ศตวรรษที่ 17 เวียดนามเข้ายึดครอง ทำให้อารยธรรมจามเสื่อมลง
- เป็นจุดแรกที่ฝรั่งเศสบุกยึด จึงยังเห็นสถาปัตยกรรมแบบฝรั่งเศส (ส่วนใหญ่เป็นสถานที่ราชการ)
- เป็นจุดที่ทหารอเมริกันขึ้นบกครั้งแรกในสงครามเวียดนาม ยังมีร่องรอยฐานทัพเก่า และเฮลิคอปเตอร์ที่เวียดนามยึดมาได้
➤ลักษณะเมืองปัจจุบัน (คลิกดูเพิ่ม)
- ฝั่งตะวันออกติดทะเล มีแนวชายหาดยาวเกือบ 40 กม. ไปถึงฮอยอัน
- ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำฮาน เป็นย่านธุรกิจและสนามบิน
- มีสะพานหลายแห่ง รวมถึงสะพานมังกร (Dragon Bridge)
ที่เที่ยวดานัง
Da Nang Beach
Man Thai Beach
Phuoc My Beach (Pham Van Dong Beach)
My Khe Beach
My Khe Beach (หาดหมีเค) ชายหาดที่มีชื่อเสียงที่สุดของดานัง เคยถูกจัดให้เป็นหนึ่งในชายหาดที่น่าดึงดูดที่สุดของโลกโดย Forbes ในปี 2005
หาดนี้ทอดยาวที่สุด มีคนเยอะที่สุด เพราะอยู่ใกล้ใจกลางเมืองที่สุด มีบาร์ คาเฟ่หลายจุด แต่เมื่อเทียบกับจำนวนนักท่องเที่ยวแล้ว ถือว่าน้อยมาก และคนนั่งร้านน้อยมาก ทางเหนือของหาดส่วนใหญ่เป็นเกาหลี จีน เวียดนามมาเล่นน้ำแล้วก็กลับที่พัก ส่วนทางใต้ของหาดจะเห็นชาวตะวันตกมากขึ้น
หาดนี้มีกิจกรรมทางน้ำราคาไม่แพง จัดกรอบให้เล่นน้ำเป็นจุดๆและมี life guard คอยดูแลเยอะมาก เพื่อความปลอดภัย พวกเราลองลงน้ำทุกหาดแล้ว หาดนี้ถือว่าดีและคึกคักที่สุด
จากรูปที่มีรองเท้าวางบนเนินทราย อันนั้นคือหลุมที่ขุดเพื่อฝังของใช้เช่นกุญแจห้อง เงิน แล้ววางรองเท้าหรืออื่นๆทับไว้เป็นสัญลักษณ์จะได้กลับมาหาเจอ
ที่นี่มีก๊อกน้ำจืดให้ล้างเท้าฟรี ถ้าอาบน้ำจืดก็มีตรงลานกว้างให้ ราคาถูกไม่เกิน 10 บาท ถือว่าดีมาก
Da Nang City



เมืองดานังเคยเป็นจุดขึ้นบกของกองทัพอเมริกาในสงครามเวียดนาม จะเห็นเฮลิคอปเตอร์ที่ทหารเวียดนามยึดมาได้วางเป็นอนุสรณ์เอาไว้
- ภาพแรก ถนนของเมืองดานังที่กว้างมาก ทำให้รถไม่ค่อยติด มีตึกสูงมากมาย แต่ก็ร้างหลายแห่ง
- ภาพสอง พิพิธภัณฑ์ดานังที่เก่า (ปิดไปแล้ว) สร้างที่ใหม่ทันสมัยกว่าหลายเท่าอยู่ไม่ห่างกัน
- ภาพสาม สถานีรถไฟดานัง สามารถไปทางเหนือ เช่น ฮานอย เว้ หรือทางใต้ เช่น โฮจิมินห์ซิดี้ได้
Da Nang Museum of Cham Sculpture
พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจาม เมืองดานัง เปิดในปี 1919 จัดแสดงโบราณวัตถุและประติมากรรมของอารยธรรม Champa ซึ่งเคยรุ่งเรืองในเวียดนามตอนกลางระหว่างศตวรรษที่ 2–15 ถือเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมศิลปะจามที่ใหญ่ที่สุดในโลก
- บรรพบุรุษของชาวจาม” น่าจะเป็นคนที่ อพยพทางทะเล มาจากเขตหมู่เกาะ แถบ มาจากไต้หวัน → ฟิลิปปินส์ → อินโดนีเซีย → เวียดนาม ใช้ภาษาออสโตรนีเซียน คล้ายมาลายู อินโดนีเซีย
- เข้ามาตอนกลางของเวียดนามในปัจจุบันประมาณ คริสต์ศตวรรษที่ 2
- แต่ยุคทองของอาณาจักรจามปา อยู่ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 4-13
- ราชวงศ์เหงียนของเวียดนามเข้ายึดผนวกเป็นเวียดนามปี ค.ศ. 1832 นับรวมๆตั้งแต่ก่อตั้งถึงล่มสลายประมาณ 1,600 ปี
Dragon Bridge
สะพานมังกรข้ามแม่น้ำ Han River แลนด์มาร์กสำคัญของเมือง Da Nang เปิดใช้งานในปี 2013 สัญลักษณ์แห่งพลังและความเจริญรุ่งเรือง
- คืนวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ 21:00 น. จะมีการ พ่นไฟ และพ่นน้ำ ออกจากปากมังกร
- แบบปุด ปุด ปุด สามที แล้วก็เงียบชาร์จพลัง แล้วก็ปุด ปุด ปุด แล้วก็พ่นสเปรย์น้ำดับร้อน รวมๆประมาณ 15 นาที
- เราก็อ่านไม่หมด นึกว่าพ้นไฟอย่างเดียว พอพ่นไฟจบ มีพ่นน้ำตามเปียกเลย
- เป็นการแสดงที่จริงๆไม่ได้อลังการอะไรมาก แต่คนดูอลังการเว่อร์จริงๆ (รวมเราด้วย) ฟรีเนอะ
Han River Da Nang
แม่น้ำสายสำคัญที่ไหลผ่านกลางเมือง Da Nang ก่อนออกสู่ทะเลจีนใต้ มีสะพานข้ามหลายจุด มีสะพานคนเดินโดยเฉพาะอันนึงด้วย เป็นจุดชมวิวแม่น้ำและเมืองสองฝั่งทั้งกลางวันและกลางคืนดีมากๆ
Dragon Carp Statue (Cá chép hóa rồng) หรือ รูปปั้นปลาคาร์พแปลงร่างเป็นมังกร อยู่ริมแม่น้ำ Han ตั้งอยู่ใกล้กับ Dragon Bridge สร้างเสร็จในปี 2015
ความหมาย มาจากตำนานจีน–เวียดนามเรื่อง ปลาคาร์พกระโดดข้ามประตูมังกร ซึ่งสื่อถึง ความพยายาม, ความสำเร็จ และการเปลี่ยนแปลงสู่สิ่งที่ยิ่งใหญ่
รูปปั้นนี้มี น้ำพุพ่นออกจากปาก และกลายเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิย เพราะหน้าตาคล้ายกับ Merlion ที่ Singapore
DIFF – Danang International Fireworks Festival
เทศกาลพลุนานาชาติของเมือง Da Nang จัดขึ้นบริเวณริม Han River โดยมีทีมจุดพลุจากหลายประเทศมาแข่งขันแสดงพลุประกอบดนตรี เป็นหนึ่งในเทศกาลใหญ่ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก มีประจำทุกปีในช่วงฤดูร้อนของเวียดนาม
ซื้อตั๋วนั่งชมตั้งแต่ 1,xxx – 3,xxx บาท มีแบ่งโซนเหมือนเข้าสนามบอล หรือคอนเสิร์ต แต่ชาวบ้านอย่างเราก็สามารถดูฟรีได้ทุกมุม แต่อาจจะไม่ได้ดูการแสดงอื่นๆ หรือได้ยินเพลงเหมือนคนเสียเงินเท่านั้น
เป็นงานที่พวกเราชอบมาก ไม่เคยชมพลุได้จุใจเท่านี้มาก่อน มีประมาณ 6 รอบ ทุกวันอาทิตย์ ประมาณปลายพฤษภาคม – ต้น กรกฎาคม
ข้อควรระวังคือ คนเยอะมาก หาที่นั่งยาก เพราะคนไปจับจองที่กันตั้งแต่ยังไม่มืด สองข้างทางริมแม่น้ำจะมีร้านน้ำของกินเล่นมาเปิดมีเก้าอี้เตี้ยๆให้นั่งแต่มันไกลหน่อย มองไม่ค่อยเห็น ต้องไปใกล้ๆ (จุดชมพลุแนะนำดูในแผนที่)
Da Nang Night Market
เป็นตลาดนัด ขายอาหารทะเล ของฝาก สำหรับนักท่องเที่ยว ไม่ใช่ของคนท้องถิ่นที่จะไปเดินกัน
ราคานักท่องเที่ยว ตื้อประชิดตัว hard sell ถ้าไม่เคยมาตลาดนัดเมืองไทย ที่นี่ก็ไม่ได้แย่ แต่เรารู้จักตลาดนัดไทยดี ก็เลยอดเปรียบเทียบไม่ได้
แต่ตลาดอยู่ใกล้กับ dragon bridge อยู่แล้ว ก็ไม่ได้เสียเวลามากที่จะแวะซักหน่อย
Da Nang Downtown – Sun World
Theme Park อารมณ์ย้อนยุค ไม่ได้ตกแต่งให้ย้อนยุคนะ แต่มันดูเก่าจริง น่าจะเป็นธีมพาร์คที่สร้างมานานมากๆ Sun Group เข้ามา take over ปรับปรุง แต่สุดท้ายก็ต้องปิดถาวรในปี 2568 เพื่อพัฒนาพื้นที่ใหม่เป็นโครงการสุดอลังการ และจะกลายเป็นพื้นที่ที่ทันสมัยที่สุดในอีกไม่กี่ปี พวกเราไปก่อนปิดประมาณ 3 เดือน โดยไม่รู้ว่าจะปิด ไปเพราะเห็นโฆษณาว่าแสดงเชิดสิงโต ไปเล่นๆ ไม่ได้คาดหวังอะไร ก็เลยไม่ได้ผิดหวังอะไร ก็ถือว่าได้มาดูทิ้งทวนก่อนปิดแล้วกัน
Linh Ung Pagoda
วัดพุทธสำคัญของเมือง Da Nang ตั้งอยู่บนคาบสมุทร Son Tra Peninsula จุดเด่นอยู่ที่ รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมสูง 67 เมตร สูงที่สุดในเวียดนาม มองจากชายหาดจะเห็นรูปปั้นได้เลย หรือมองจากวัดก็เห็นวิวทะเลและเมืองดานังได้
ทำไมภาษาอังกฤษเรียก Pagoda แต่ภาษาเวียดนามเรียก “Chùa” (จั่ว) ที่แปลว่า “วัด”
- เพราะ Pagoda เป็นคำที่ให้ความรู้สึกเฉพาะถึงสถาปัตยกรรมของวัดพุทธ ที่มีหลังคาซ้อนๆกันหลายชั้น
- แต่ Temple เป็นคำกว้างๆที่ให้ความรู้สึกถึงวัดทั่วๆไป ทั้งวัดฮินดู วัดจีน โบราณสถานทางศาสนา
- ฉะนั้น ถึงจะเป็นวัดพุทธ แต่มีเจดีโดดเด่น ภาษาอังกฤษก็เลยเรียก Linh Ung Pagoda
The Marble Mountains
กลุ่มภูเขาหินปูนและหินอ่อน 5 ลูก ทางตอนใต้ของเมือง Da Nang ใกล้ชายแดน Hoi An ตั้งชื่อตามธาตุทั้งห้าในปรัชญาจีน ได้แก่ โลหะ ไม้ น้ำ ไฟ และดิน ภายในมีถ้ำ วัดพุทธ และจุดชมวิวหลายแห่ง เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและยอดฮิตของดานัง
ที่นี่ถูกใช้เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ตั้งแต่สมัยอารยธรรมจาม มีรูปปั้นเก่าแก่ ถึงสมัยราชวงศ์เหงียน
อยู่ไม่ไกลจากตัวเมือง เรียกรถจากแอพไปแค่ร้อยบาทก็ถึงแล้ว ไม่จำเป็นต้องเหมาทัวร์เพื่อแค่ไปส่ง แต่ถ้าต้องการไกด์อธิบายประวัติและศิลปะก็สามารถทำได้ แนะนำให้เผื่อเวลาไว้ครึ่งวันสำหรับที่นี่ ถ้าต้องการสำรวจควรเตรียมรองเท้า น้ำดื่ม ร่างกายให้พร้อม เพราะเดินขึ้นลงเยอะ ถ้าพาผู้สูงอายุไปก็ให้ขึ้นลิฟท์ เดินด้านบนเล็กน้อยได้เหมือนกัน
อาหารในดานัง
อาหารในดานัง จะมีความชาวบ้านมากกว่าที่ฮอยอัน คือดูเป็นอาหารที่ชาวบ้านคนเวียดนามกินจริงๆ ราคาชาวบ้านมากกว่าที่ฮอยอันที่ดูเป็นอาหารสำหรับนักท่องเที่ยวมากกว่า แต่ทั้งสองแห่งก็ไม่ได้ต่างกันมากเพราะอยู่ใกล้กัน
- รูปแรก น้ำปั่น Shin to เป็นเครื่องดื่มที่เรากินบ่อยที่สุด เพราะราคาไม่แพง ผลไม้เข้มข้น อย่างสีเขียวคือทุเรียนผสมใบบัวบก มันเข้ากันได้ยังไงไม่รู้นะ และที่ต้องกินคือมะม่วงปั่น มะม่วงของเขาอร่อยมาก และราคาไม่แพงเลย 30-40 บาท
- รูปสอง Banh Mi มีทั่วเวียดนามอยู่แล้ว แต่ต่างกันตรงสูตร เครื่องที่ใส่ รสชาด แต่ละร้านจะไม่เหมือนกันเลย ส่วนที่ชอบบั๋นหมี่ที่สุดเพราะราคาถูกมาก 30-50 บาท ขนมปังกรอบ นิ่ม ไม่แข็งไม่ต้องกลัวฟันหัก แถมมีขายทั่วไปหาซื้อง่าย
- รูปสาม ข้าวผัด + ไก่ทอด หมูทอด เหมือนว่าเป็นของกินประจำดานังหรือไงไม่แน่ใจ แต่เห็นเยอะมาก ส่วนข้าวที่ผัดไม่ได้ผัดไข่นะ แต่ทำไมเป็นสีเหลืองไม่รู้ 40-50 บาท
- รูปแรก Bun Thit Neung บุ๋นทิดหนึ๋ง เส้นคล้ายขนมจีน หมูปิ้ง น้ำราดสเต๊ะ รสชาดไม่ได้เข้มข้น แต่อร่อยที่หมูปิ้ง และเป็นเมนูที่อิ่มแป้ง แค่เคี้ยวเส้นก็ใช้เวลานานแล้ว 40 บาท
- รูปสอง ข้าว+หมูปิ้ง หรือจะเลือกเป็นเส้นขนมจีน (ฺBun) ก็ได้ 40 บาท
- รูปสาม ข้าวราดแกง (แต่ไม่มีแกงนะ) ร้านจะเหมือนร้านข้าวราดแกง มีเป็นถาดๆ ชี้ๆ ให้ตักตามที่ต้องการ ส่วนใหญ่เป็นปลา หมู ไก่ ที่ไม่ได้ปรุงอะไรมาก อย่างมากก็แค่คลุกซอส รสชาดจืดสำหรับคนไทยอย่างเรา 40 บาท
- รูป 1-2 Bun Dau (บุ๋น เต๋า) เส้นขนมจีน หั่นๆเป็นสีเหลี่ยม มีหมู เต้าหู้ทอด ถั่วทอด เนื้อต่างๆตามเลือก ส่วนใหญ่เป็นของทอด ทีเด็ดของเมนูนี้คือ น้ำจิ้มที่มีรสกะปิเปรี้ยวหวาน บีบส้มจี๊ด คือเป็นเมนูที่ชอบมากๆ นึกถึงแล้วน้ำลายสอเลย (ชอบที่น้ำจิ้มนะ)
- รูปสาม ข้าวราดกับข้าว ร้านข้างทางแบบนี้มีเยอะมากในดานัง อาหารจะธรรมดา เหมือนให้กินคลีน คือใส่อะไรมาเราจะรู้เลยว่าใส่อะไร ปลา ไก่ หมู กุนเชียง ผักลวก ไม่ได้มีแกงนู่นนี่นั่นหลากหลายเหมือนบ้านเรา
ร้านนี้ไม่ได้ตั้งใจมากิน แต่เห็นแปลกดีเลยจะลองสั่งมาซักหน่อย โดยการจิ้มที่รูปจางๆหน้าร้าน คุยกันไม่ค่อยรู้เรื่อง ได้มาเป็นข้าวต้มชามใหญ่ให้ถ้วยเล็กๆมาเพื่อตักแบ่ง น้ำมันสีเหลืองลอยหนาแน่น ในชามมีข้าวต้มเรียงเม็ด ไก่ติดกระดูกแตกๆ ก็พอกินได้แต่ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่เพราะอาหารมันมาก
คนขายเชียร์อะไรก็ไม่รู้โชว์รูปให้ดู เราดูไม่ออก เราก็บอกว่า เอาๆ ที่ได้มาคือ “ไก่ไหว้เจ้า”ครึ่งตัว ต้มจนกระดูแตก แต่เหนียวมาก เวลากินต้องระวังเคี้ยวโดนเศษกระดูก กลัวฟันแตก กินได้ 2-3 ชิ้น กินไม่ไหวเพราะเหนียวมาก เลยขอห่อกลับ
ส่วนอีกอันเป็น signature ของร้าน คล้ายข้าวตัง เห็นเขาเอาทัพพีคดข้าวสวยในหม้อ แผ่ๆในจาน แล้วเอาเข้าเตาอบ แล้วก็โรยๆๆๆ มีน้ำจิ้มคล้ายน้ำจิ้มไก่ สรุปว่า อันนี้อร่อย แต่ก็แข็งไปหน่อย รวมสามอย่างคิดเงิน จากที่คิดว่าจะนั่งกินจานละ 40-50 บาท กลายเป็นรวมสองร้อยกว่าบาท
สรุป
- น้ำปั่น Shin to อร่อยมาก 30-40 บาท
- อาหารจานเดียว 40-60 บาท
- เมนูที่อิ่มอร่อยและประหยัดที่สุด Banh Mi 25-45 บาท
- เมนูที่ชอบ ข้าวเหนียวโปะหน้าต่างๆ 25-35 บาท
- เมนูที่กินบ่อยที่สุด หมูปิ้ง ไม่ได้เป็นไม้ปิ้ง แต่โปะราดข้าว หรือเส้นๆ 40-50 บาท
- ที่โดดเด่นของเวียดนามอีกอย่างคือ ข้าวสวยทุกร้าน”อร่อย”
ที่พักเดือนแรกในดานัง
Sunny Beach apartment (Da Nang) ที่นี่ไม่ได้อยากแนะนำเพราะพวกเราได้รับประสบการณ์ไม่ดีจากที่นี่ (เฉพาะส่วนตัวนะ)
ดูในรูปเหมือนดูดี แต่ห้องสีแดง (room 102) เหม็นอับมากเพราะแดดส่องไม่ถึง กลิ่นน้ำหอมจัดเพื่อกลบกลิ่นอับ แต่ปนกันแล้วมันรบกวนจมูกของคนที่จมูกดี เปิดหน้าต่างออกไปเจอกำแพง ทั้งที่ในรูปก่อนจองมีวิว อยู่ที่นี่ตั้งแต่วันแรกก็มีอาการเจ็บคอ และต่อมาก็ป่วย คล้ายโควิดอยู่นานมากๆเกือบเดือน
(จากรูปทางขวานี้คือรูปตามในเว็บก่อนจอง)
เราเลยขอเปลี่ยนห้อง ซึ่งกว่าจะได้ห้องใหม่ก็ต้องอยู่ห้องเดิมไป 17 วัน ห้องใหม่(ที่เก่ากว่า) อีก 11 วัน (จากรูปห้องแดง เป็นห้องขาว)
ทั้งหมดนี้เราไม่โมโหเท่ากับการตอบของเจ้าของ ซึ่งเหมือนพูดจาดี มืออาชีพ(น่าจะทำมานานแล้ว) พูดอังกฤษคล่อง แต่ไม่ยอมรับ ไม่ขอโทษ ไม่รู้สึกเสียใจใดๆ เหมือนปากหวานก้นเปรี้ยว เฟคมาก
คนงานผู้ชายสองคน ทำความสะอาดแบบลวกมากอย่างไม่เคยเห็นที่ไหนในเวียดนามเลย (เราอยู่เวียดนามรวมๆได้มากกว่า 6 เดือน)
ก่อนออกเราบอกด้วยความหวังดี และอยากให้เจ้าของยอมรับและขอโทษรู้สึกผิด รู้สึกเสียใจซักหน่อย ว่าเราไม่โอเคกับห้องที่คุณให้ เรารู้ว่าห้องคุณเต็ม แต่ก่อนจองฉันได้ถามไปแล้วว่าเห็นวิวมั้ย และการตอบของเขาก็ไม่จริงใจ เฉไฉไปเรื่อย พูดมากกลบเกลื่อนความโมโหของตัวเอง สุดท้ายก็ไม่ได้รับคำขอโทษซักนิด
จองจาก airbnb แบบรายเดือน(28 คืน) 17,521 บาท + ค่าไฟ ค่าน้ำ จ่ายเพิ่มตามที่ใช้อีก 1,760 บาท ราคาสูงกว่าที่อื่น เพราะมีเครื่องซักผ้ามีครัวในห้อง
ที่นี่เป็นที่เดียวในเวียดนามที่ทำลายความรู้สึกดีๆ อารมณ์ดีๆของเราไปในเวียดนามเกือบหมด แต่สำหรับใครที่พักที่นี่แล้วโอเค ไม่มีปัญหาก็ยินดีด้วย มันคงเกิดแต่กับเรา นี่ยังรู้สึกแย่เลยที่ต้องเอารูปห้องนี้มาอยู่ในเว็บของเรา
ที่พักเดือนที่สองในดานัง
ดานังเดือนที่สองไม่มีรูปเพราะยุ่งจนลืม แม้ห้องจะไม่หรู ไม่ดีมาก แต่ก็ไม่มีปัญหาอะไร และราคาก็ถูก ใกล้ชายหาด เดินเล่นชายหาดได้ทุกวันเลย ที่สำคัญเจ้าของหนุ่มสาว จริงใจดีมาก ใครอยากเข้าไปส่องก็ลิงค์นี้ (ผู้ชายหน้าตาดีมาก)
จองจาก airbnb แบบรายเดือน(28 วัน) 14,646 บาท (ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเพิ่ม) มีครัวส่วนตัว มีเครื่องซักผ้าส่วนรวมข้างล่าง
Hoi An Ancient town
Hoi An เป็นเมืองท่าโบราณ ที่รุ่งเรืองมาก ใช้ติดต่อค้าขายกับจีน ญี่ปุ่น และยุโรป ตั้งแต่ศตวรรษที่ 15–19 ในช่วงยุคอาณาจักรจามตอนปลาย ไปถึงหลังเวียดนามเข้ายึด
ทำให้สถาปัตยกรรมในเมืองผสมผสานหลายวัฒนธรรม ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1999
ส่วนตัวยังไม่เคยเห็นเมืองไหนของเวียดนามที่มีคนเยอะได้ขนาดนี้มาก่อน อาจเป็นเพราะเป็นเมืองเก่า พื้นที่เล็ก ทำให้นักท่องเที่ยวหนาแน่น เป็นเมืองที่เดินเล่นง่าย เดินได้ตั้งแต่เช้า และเย็น บรรยากาศจะต่างกันมาก ส่วนกลางวันร้อน
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
Hoi An Ancient town ต้องซื้อตั๋วมั้ย
ตอนแรกไปถึงเห็นเคาร์เตอร์ขายตั๋ว เราก็เข้าไปถามว่าเข้าพื้นที่ Old Town ต้องซื้อตั๋วมั้ย เขาก็อธิบายว่า ราคา 120 VND เลือกเข้าชมได้ 5 แห่ง (ตามรูปที่3)
แต่เราก็ยังไม่เข้าใจ เพราะเห็นคนเดินไปมาโดยไม่ต้องซื้อตั๋ว ไม่มีคนตรวจตั๋วอะไร เหมือนเดินในเมือง ขี่มอร์เตอร์ไซค์ ใช้ชีวิตปกติ และเราก็ไม่ชอบเข้าวัด ก็เลยไม่ได้ซื้อ
อันนี้เดาเอาเองนะ ว่ากฎนี้อาจจะตั้งขึ้นจากการที่ได้ขึ้นทะเบียน UNESCO เลยจะเก็บค่าเข้า แต่มันเป็นเมืองไง จะกั้นยังไง ก็เลยทำภาพลักษณ์ว่ามีค่าเข้า เห็นมีป้ายใหญ่เลยว่า ขอบคุณที่ซื้อตั๋วเข้า Ancient Town
ไหนๆก็เก็บค่าเข้าโดยคนส่วนใหญ่ไม่ซื้อแล้ว ก็ต้องเพิ่มมูลค่าด้วยการให้ผู้ซื้อตํ่วสามารถเข้าวัด เข้าคอมมูน สถานที่ต่างๆได้ แต่มันแปลกที่หลายที่ก็มีคนตรวจตั๋วนะ แต่หลายแห่งก็ไม่ได้มีทั้งที่มีเคาร์เตอร์ตรวจตั๋ว หรือบางแห่งเช่น Japanese bridge ที่รวมอยู่ในตั๋ว ก็เดินข้ามกันปกติ จนท.ตรวจก็นั่งที่โต๊ะ รอคนมายื่นตั๋วเฉยๆ ใครไม่ยื่นก็เดินปกติ
ทำให้เราไม่เข้าใจว่า ถ้าเราซื้อตั๋วแล้วเห็นคนอื่นเดินเข้าได้ตามสบายโดยไม่ต้องซื้อตั๋ว เราโดนหลอกหรือเปล่า แม้ว่าราคาจะไม่แพง (160 บาท) แต่ถ้าคนอื่นซื้อเราก็ยินดีจ่าย แต่ถ้าเราเป็นคนส่วนน้อยที่ซื้อ และไม่ได้อะไรพิเศษมากกว่าการเข้าวัดเก่าๆห้องโล่งๆเล็กๆที่เราไม่ได้อินอะไรเลย และไม่ค่อยมีคนเข้าเลย จะให้คิดว่าเป็นการสนับสนุนท้องถิ่น เราขอเอาเงินไปซื้อของกิน ซื้อของท้องถิ่นของชาวบ้านดีกว่าเข้าทางการใครก็ไม่รู้
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
An Hoi Bridge (Hoi An Lantern Bridge)
ไม่ได้เขียนผิดนะ เมืองนี้ชื่อ Hoi An แต่ชุมชนตรงสะพานนี้เรียกว่า An Hoi ก็เลยเรียกว่า An Hoi Bridge (Hoi An Lantern Bridge) สะพานตรงนี้เป็นสะพานสำหรับคนเดินโดยเฉพาะ (แต่ก็มีมอร์เตอร์ไซค์วิ่ง) ใช้ข้ามระหว่างเมืองโบราณฮอยอัน กับ เกาะอันฮอย
เป็นจุดที่คึกคักที่สุด สวยที่สุด มีกิจกรรมล่องเรือ ลอยกระทง ตลาดกลางคืน (อย่าคาดหวังตลาดมาก) แถวนี้จะมีคนเดินขายกระทง เราก็งงนะ มาขายกระทงเอาไปทำอะไร อ๋อ…ขายทัวร์เรือ ล่องเรือไป เอากระทงกระดาษลอย แต่ก็ไม่แพงนะ เป็นกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวฮิตกัน แต่บางคนก็โขกราคาแพง เดินไปอีกราคาเปลี่ยนได้เลย
เห็นแม่ค้าหาบเร่ผลไม้ ก็คิดว่าจะมีนักท่องเที่ยวซื้อผลไม้แบบนี้ไปทำไม ทำไมไม่ปอกให้เขาเขายเป็นถุงๆทานง่ายๆ
อ๋อ…ขายพร๊อพถ่ายรูปให้นักท่องเที่ยวถือถ่ายรูป ไม่ได้ซื้อผลไม้
ส่วนตัวพวกเราเดินบริเวณนี้บ่อยมาก(เพราะอยู่ 1 เดือน) แรกๆก็ว้าวเลยนะ ตื่นตาตื่นใจมาก เหมือนหลุนเข้ามาใน Theme park อะไรซักอย่าง ยอมรับว่าสวย ทั้งแม่น้ำ บรรยากาศที่คึกคัก มีร้านค้า ร้านกาแฟ ร้านอาหารมากมาย เป็นที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดอย่างแน่นอน เดินช่วงเช้า ช่วงเย็น ช่วงค่ำ อารมณ์จะต่างกันมาก
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
Hoi An Market
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
เรือกระด้ง Basket boat
เห็นภาษาไทยเรียกว่าเรือกระด้ง แต่เราว่าเหมือนกะลายักษ์ ส่วนภาษาเวียดนามเรียกว่า “Thúng chai” (ถุ่ง จาย) แปลว่า ตะกร้าที่เคลือบด้วยยางไม้กันน้ำ ทำให้ลอยน้ำได้ มีเฉพาะแถบ ดานัง ฮอยอัน และตอนกลางของเวียดนาม
ในสมัยที่เวียดนามเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส ชาวประมงต้องเสียภาษีสำหรับ เรือ แต่ ตะกร้าไม่ถือเป็นเรือ ชาวบ้านจึงพัฒนา “ตะกร้าลอยน้ำ” แบบนี้ขึ้นมาเพื่อหลีกเลี่ยงภาษี จนกลายเป็นเรือประมงพื้นบ้านที่ใช้กันมาถึงปัจจุบัน (ฉลาดเนาะ) น่านำไปเลียนแบบใช้ตอนน้ำท่วมได้เลย
จี๊ไปเจอใน google map มีทัวร์เรือสงบๆก็ไปตาม แต่ตอนนี้หมุดนั้นหายไปแล้วนะ ใครอยากตามไปลองก็ไปตามแผนที่นี้ ราคาคนละ 100VND คือถูกมากนะ สำหรับ 1 ชม. แม่น้ำก็สงบ ไม่เหมือนตรง Coconut village ที่เป็นแหล่งทัวร์โดยเฉพาะ เรือจะชนกันแต่ก็ไม่ชนอย่างกับมอร์เตอร์ไซค์เลย
รูปนี้คือแถว Coconut village ทั้งพื้นที่ ทั้งหมู่บ้าน เต็มไปด้วยเรือกระด้ง รถทัวร์ก็พากันมาลงตรงนี้ เราเรียก grab ปักหมุดอีกที่ก็กลับพามาตรงนี้แทนทั้งที่ไม่ได้ปักตรงนี้ซักหน่อย เหมือนว่าแท็กซี่หรือคนพามาก็อาจจะได้ค่าคอมเล็กน้อยด้วย ตรงนี้ 20 นาที มีตั้งแต่คนละ 450 – 200 VND วุ่นวายมาก พายเร็วทำเวลาสุดๆ
พวกเราเดินเล่นไปทั่วมีแต่เรือแบบนี้เพื่อการท่องเที่ยวอย่างเดียวเลย เดินไปไกลหน่อยก็สงบลง บรรยากาศอารมณ์เหมือนไปแม่กลอง อยากให้แม่กลองมีทัวร์เรือแบบนี้บ้างเลย ไม่อยากให้มีเรือติดเครื่องยนต์เหม็นควันเลย
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
นอกเมืองฮอยอัน
อยู่ในเมืองคึกคัก ตื่นตาตื่นใจ พอออกมารอบนอกเมืองนิดนึงก็เจอความสงบ ความเป็นเวียดนามในจินตนาการ แม้จะรก ถนน สะพานไม่ได้เพอร์เฟ็ก มอร์เตอร์ไซค์วิ่งตลอด แต่นี่คือเวียดนามในจินตนาการของจี๊จริงๆเลย
ที่พักในฮอยอันส่วนใหญ่จะมีจักรยานให้ฟรีเลย น่าจะเป็นเพราะช่วงที่เข้า UNESCO ได้โฆษณาไว้ว่าเป็นเมืองแห่งการขี่จักรยาน (เดินเล่นสบาย ไม่มีมอร์เตอร์ไซค์) แต่ในปัจจุบันก็ทานกระแสมอร์เตอร์ไซค์ไม่ได้ คนขี่จักรยานแม่จะมีมากกว่าเมืองอื่น แต่ก็ถือว่าน้อยมาก ขนาดจี๊ขี่จักรยานเก่งยังกลัวตอนข้ามทางแยก กลัวชนคนที่พลุกพล่าน แต่เอาไว้ขี่ออกรอบนอกเมืองแบบนี้ถือว่าสนุกมาก
เห็นพื้นที่ทำนาข้าวแบบนี้ไม่ได้อยู่ชนบทนะ อยู่ห่างจากเมืองโบราณแค่นิดเดียว เดินไปยังได้ ที่นี่จะมีสุสานบรรพบุรุษแบบในรูปที่สามเยอะมาก แต่ไม่เห็นหลุมนะ เห็นแต่ศาลา เลยไม่ค่อยน่ากลัวเท่าไหร่
พื้นที่แถบฮอยอันถือว่าเป็นธรรมชาติที่น่าอยู่ แต่ที่พักรายเดือนดีๆค่อนข้างหายาก คนส่วนใหญ่มาพักแป๊บๆ เพราะไม่สะดวกที่จะใช้ชีวิตในระยะยาว
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
An Bang Beach
ฮอยอันก็มีชายหาดนะ ถ้าดูจากแผนที่จะเห็นว่าชายหาดเริ่มตั้งแต่ Da Nang ทอดยาวกว่า 40 กม. มาถึงฮอยอัน แล้วก็เลยลงไปอีก เป็นชายหาดที่ยาวมากๆจริงๆ แต่ละพื้นที่ก็มีชื่อเรี่ยกต่างกัน อย่างที่ฮอยอันก็มี An Bang beach ที่ก่อนมานึกว่าจะเงียบๆ พอมาถึงอึ้งไปเลย
คนมาเล่นน้ำกับหาดแคบๆ ทรายไม่สวยเท่าที่ Da Nang แต่เหมาะมานั่งทานอาหารชมทะเล ชาวบ้านมานั่งปูเสื่อกินกัน (มีคนเดินให้เช่าเสื่อ) มันคึกคักแบบไม่น่าเชื่อ
รูปที่สามเป็น Cham Soup ซี่งก็คือข้าวต้มหอยนั่นเอง อร่อยตามราคา 40 บาท สะอาดตามสบาย
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
Cua Dai Beach
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
อาหารในฮอยอัน
อาหารในฮอยอันจะหลากหลายกว่าที่ Da Nang แต่ก็จืดเหมือนกัน
รูปแรก Banh Mi Madam Khan เป็นบั๋นหมี่ที่โด่งดังที่สุดในฮอยอันเลย ก็ดูจากการมีนักท่องเที่ยวต่อแถวยาวเหยียดตลอดไม่ว่าจะไปช่วงไหน แต่มีอยู่วันนึงไปตอนเช้าเลยรอไม่นาน ได้มาลองกินแล้วก็ดีสมราคาเลย แม้จะราคาสูงกว่าร้านข้างถนนทั่วไป แต่เนื้อที่ใส่ก็เยอะ และอร่อยกว่ามาก ก็แนะนำถ้ามีเวลายืนรอต่อคิวนะ
รูปที่ 2-3 เห็นเขียนว่า Kari Bo เราก็เดาออกเลยว่าต้องเป็นแกงกะหรี่เนื้อ พอสั่งมาจริงๆเจอแบบนี้เลย ไม่รับรู้ถึงรสกะหรี่ แถมมันคือส่วนไหนของวัวก็ไม่รู้นะ เคี้ยวไม่เข้าเลย เห็นคนข้างๆกินแบบฉีกขนมปังจิ้มซุปมันๆ เนื้อก็ดูดๆเอารสชาติไม่ได้เอาโปรตีน
รูปแรก ข้าวราดแกง(ที่ไม่มีแกง เวียดนามไม่มีอาหารที่ใส่กระทิเลย) เอาเป็นเรียกว่า ข้าวราดกับข้าวแล้วกัน ร้านไหนเขียนหน้าร้านว่า Com เขาไม่ได้ขายคอมพิวเตอร์นะ เขาขายข้าวร้านกับข้าว
รูปที่ 2-3 Banh Xeo แต่ละร้าน แต่ละภาคก็ไม่เหมือนกันนะ แล้วแต่สูตร เคยไปกินที่ฮานอยจะใส่ไข่ปนแป้ง ส่วนของร้านนี้ชาวบ้านจริงๆ บ้านแต่ละครอบครัวมักจะเปิดร้านขายอะไรซักอย่างข้างล่าง แล้วอยู่ข้างบน จะมีลูกเล็กๆทุกบ้าน เลี้ยงลูกไปด้วยขายของไปด้วย เห็นจนชินแบบเป็นแพทเทิร์น แต่สุขอนามัยจะยังไม่ถูกควบคุม ส่วนใหญ่ใช้โฟม ใช้พลาสติกอย่างรูปที่สามเอาพลาสติกมารองของทอด กลับมาถึงบ้าน โอ้โหละลายเลย แต่ก็กิน😅
รูปแรก ข้าวผัด สีเหลืองๆ ไม่ใช่ผัดกับไข่แต่ใส่อะไรไม่รู้ให้เป็นสีเหลือง โปะด้วยไก่ทอด มีร้านแบบนี้เยอะมาก ที่เด่นคือข้าวเยอะมาก แต่โปรตีนจะน้อย
รูปที่สอง ที่เวียดนามจะหาร้านขายขนมของหวานยาก ถ้าจะกินขนมก็เป็นเบเกอรี่(ราคาถูก รสชาดตามราคา) แต่ที่ฮอยอันมีขายขนมตักๆเช่นเต้าส่วน ลูกเดือย ใส่น้ำกะทิ แล้ว…แล้ว ใส่น้ำแข็ง พอคนขายจะใส่น้ำแข็งให้เราต้องห้ามแทบไม่ทัน พอมาคิด อ้าว เขาก็มีกะทินี่ ทำไมไม่ทำแกง
รูปที่สาม นี่คือแหนมเนืองต้นตำรับที่ดูเหมือนของก๊อบมาก ไปเวียดนามก็ต้องอยากกินแหนมเนือง เดินหาเจอคำเขียนว่า Nem Neung มันน่าจะใช่ เลยลองซื้อมากินดู คนขายเรียก แน๋มนึ๊ง วางปิ้งผอมๆลีบๆเหมือนหมูสะเต๊ะ ให้แผ่นกระดาษใส่ๆมากินคู่กัน ไม่ต้องแช่น้ำนะ มันละลายในปากเลย ส่วนผัก กระเทียม กล้วยดิบ และเครื่องเคียงอื่นๆ โดยเฉพาะน้ำราด ไม่มีเลย แหนมแบบอวบๆ ก็ไม่เห็นเหมือนของบ้านเรา ในรูปราคาตกไม้ละ 10 บาท ถือว่าแพงอยู่นะ (มันผอมมาก)
รูปแรก เมนูประจำเมืองฮอยอันคือ Cao Lao เราก็เดาว่าน่าจะเป็นเกาเหลาไง ไม่มีเส้น ที่ไหนได้ เส้นหนุบๆ แต่ละร้านก็ต่างเส้นกัน ต่างเนื้อ แต่ที่คล้ายกันทุกร้านคือ น้ำจะขลุกขลิก เหมือนน้ำพะโล้ ตรงข้ามกับเกาเหลาโดยสิ้นเชิง
รูปที่สอง เป็นเมนูโปรดประจำของพวกเราคือ Xoi ข้าวเหนียวหน้าต่างๆ แล้วแต่เราจะเลือก เช่น หมูแดง หมูยอ เห็ด กุนเชียง หรือจะโปะไข่เพิ่มก็ได้ แล้วราดซอส เป็นเมนูที่อร่อย และราคาถูกมาก
รูปที่สาม ข้าวราดกับข้าว ทุกร้านจะใส่ผักมาให้โดยไม่มีเมนูผัดผักโดยเฉพาะ แต่ให้เลือกเนื้อ เช่น เต้าหู่ ปลาดราดพริก แล้วก็อะไรอีกไม่รู้ ทุกอย่างจะจืดๆ เป็นกับข้าวแบบเดี่ยวๆ ไม่ได้เอามาผสมซับซ้อนเหมือนของบ้านเรา และไม่หลากหลาย วันนี้กินแล้ว พรุ่งนี้ก็กินเมนูเดิมจนเบื่อ
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
Hoi An apartment Spoke Villa
ที่พักที่ฮอยอัน จองจาก airbnb แบบรายเดือน(28 คืน) 13,105 บาท (ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเพิ่ม) ถือว่าสมราคาอยู่นะ
ห้องน้ำดีมาก ห้องนอนถือว่าพอใช้ ตู้เย็นเล็กมาก วิวถูกใจ หน้าต่างรอบด้าน โปร่ง สะอาด แต่ๆๆๆๆไม่มีที่ไหนเพอร์เฟ็กต์เลย ก่อนจองก็ดูแล้วว่ามีครัว แม้จะเป็นครัวรวม แต่ก็ไม่นึกว่าจะทิ้งร้างขนาดแมลงสาบตัวใหญ่มากเข้ายึดพื้นที่มากกว่า 10 ตัว ข้าวของเครื่องใช้ก็เหมือนไม่มีคนใช้เลย
ก็เลยบอกให้เจ้าของช่วยกำจัดแมลงสาบให้หน่อย อันนี้ดีลไม่ได้จริงๆ แต่ก็ต้องรอหลายวันกว่าจะจัดการให้ แต่ถึงจะจัดการแล้ว มันก็ยังกลับมาอีก และเราก็ไม่กล้าใช้ห้องครัวเลย ไม่กล้าแม้จะเข้ามาหยิบอะไร
เลยหยิบแค่หม้อหุงข้าว กับจาน ช้อน ส้อม ไปต้มที่ห้องเอง ทำอะไรไม่ได้มาก ก็แค่หุงข้าว(หม้อที่ข้าวติดก้นง่าย) กินกับหมูหยองบ้าง โปรตีนที่แห้งๆ หรือซื้อไก่จากข้างนอก ต้มบะหมี่บ้าง ก็ถือว่าอยู่ถูไถไปได้แบบไม่ค่อยได้กินอะไรที่ทำเองมากนัก
(⬅️กลับเมนูฮอยอัน)
❰ ย้อน : หน้ารวม < 2025 < Jeju
ไปต่อ : สรุป 2025 ❱


















































































































































