❰ ย้อน : หน้ารวม < 2025 < Seoul
ไปต่อ : Shanghai ❱
เที่ยวเกาะเชจู
แผนที่ Seoul – Jeju (South Korea) Jan – Mar 2025
จุดเริ่มต้นทริป Jeju
เคยได้ยินเกาะเชจูตอนฟังเรื่องประวัติศาสตร์เกาหลี แต่ไม่ได้สนใจเพราะเข้าใจว่าเป็นเกาะไฮโซ เหมือนคนไปเที่ยวทะเลภูเก็ต ต้องแพงแน่ๆเลย แล้วตอนไป Seoul ตอนปีก่อนๆ ก็เจอคนไทยที่อยู่สิงคโปร์บอกว่าเพิ่งไปเชจูมาบอกว่าดี เราเลยเก็บไว้ในใจก่อน แต่ยังไม่สนใจ แต่ตอนจะจบจากเวียดนามปีที่แล้ว ดันมีตั๋วถูกไปเกาหลี เราเลยลองดูราคาที่พักเชจูปรากฎว่าก็ไม่แพงนี่ และนี่คือจุดเริ่มต้น
Jeju City (Jeju Island)
Jeju City อยู่ทางเหนือใกล้สนามบิน เป็นเมืองหลวงของเกาะ Jeju
แผนที่ เที่ยวบิน จาก Gimpo – Jeju
วิดีโอ บินไปเชจู + วิธีเดินทาง ไป-กลับ สนามบินเชจู
📍 Red Horse Lighthouse ▼

Red Horse Lighthouse* (map) ประภาคารรูปม้าสีแดง สัญลักษณ์ของเกาะเชจู

Iho beach promanade ทางเดินถัดจาก Red Horse Lighthouse
วิดีโอ เกาะเชจูเกิดขึ้นได้ยังไง + เดินเล่น Jeju City
วิดีโอ ธรรมชาติใกล้เมืองเชจู ชายหาด โขดหิน ภูเขา
Seogwipo (Jeju Island)
เป็นเมืองทางใต้ของเกาะ Jeju ที่นักท่องเที่ยวนิยมไปพักกันมากที่สุด เพราะใกล้แหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตหลายแห่งเป็นใจกลาง สามารถไปทางตะวันออก หรือตะวันตกก็ได้ ในเวลาเดินทาง 1 ชม.
ที่เที่ยวในเมือง Seogwipo
📍 Saeseom Island – Saeyeongyo bridge ▼

Saeseom Island เกาะเล็กๆเป็นสวนสาธารณะ เดินป่าง่ายๆ เชื่อมต่อกับแผ่นดินใหญ่ด้วยสะพาน Saeyeongyo bridge (map) สะพานสวยรูปใบเรือ มีทั้งวิวกลางวัน และกลางคืน
📍 Seogwipo old market ▼

Seogwipo old market (map) ตลาดขายผัก ขายปลา ส้มแมนดารินของขึ้นชื่อเกาะเชจู และของฝากที่ระลึกมากมาย ภายในเมืองซอกวิโพ สามารถเดินถึงกันได้ไม่ยากถ้าเดินเก่ง และสามารถสัมผัสธรรมชาติได้ง่ายๆแค่เดิน
📍 Oeldolgae ▼

Oeldolgae (map) เสาหินโดดเดี่ยว ที่ทัวร์ต้องพามา เป็นไฮไลท์ของเกาะเชจูด้วยความโดดเด่น และตำนานนายพลหิน
ที่เที่ยวนอกเมือง ไป-กลับจาก Seogwipo
📍 Songaksan Dulle-gil Trail ▼

Songaksan Dulle-gil Trail *(map) เส้นทางเดินชมธรรมชาติ ที่เรายกให้เป็นที่ที่สวยที่สุดในเกาะเชจู

📍 Beophwan port ▼

Beophwan port (map) มีรูปปั้นหญิงทะเลที่เป็นสัญลักษณ์ของชาวเชจูที่มีอาชีพหาของทะเลดำน้ำลึกแบบโบราณโดยไม่ใช้ถังออกซิเจนเลย
📍 Eongtto waterfall ▼

Eongtto waterfall (map) เป็นน้ำตกที่มีน้ำเฉพาะช่วงหลังฝนตกหนักๆเท่านั้น แต่ปกติจะแห้งมาก เหมือนว่าที่นี่จะร้างไปแล้วนะ
วิดีโอ ซอกวิโพ: หินโดดเดี่ยว, เกาะทะเลแหวก, น้ำตกแห้ง
วิดีโอ เที่ยวใจกลางเมืองซอกวิโพ แบบเดินไปได้ทุกที่
Udo Island + Seongsan Ilchulbong (Jeju Island)
Udo Island เป็นเกาะดังจากซีรี่ยส์เกาหลี อยู่ทางตะวันออกของเกาะ Jeju
Seongsan Ilchulbong เป็นปล่องภูเขาไฟที่เราสามารถขึ้นไปชมได้แบบง่ายๆ อยู่ใกล้กับ Udo Island
📍 Ferry to Udo Island ▼
Udo Island * (map)

วิธีไปแค่ขึ้นเฟอร์รี่จากท่าเรือ Seongsan Port ใช้เวลา 20 นาที มีเรือออกทุกๆ 30 นาที เช้าถึงเย็น
ซื้อตั๋วแบบไปกลับจะถูกลงนิดนึง อย่าลืมเขียนใบขาเข้าด้วย (เกาหลีพิธีกรรมเยอะเหมือนกันนะ)

บนเกาะ Udo มีสองท่าเรือ คือ Haumokdong Port และ Cheonjin port

📍 Udo Island ▼
Udo Island * (map)

ไฮไลท์คือ การขี่จักรยาน หรือรถไฟฟ้าเที่ยวรอบเกาะ

จุดที่โด่งดังคือ Dongangyeonggul cave และ Black Sand beach มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก

ใช้เวลาบนเกาะนี้อย่างน้อย ครึ่งวัน แบบเร็วๆ แนะนำไปแบบชิลๆอยู่ทั้งวันเลย ไปเช้า กลับเย็น
📍 Seongsan Ilchulbong ▼
Seongsan Ilchulbong (map)

เป็นปล่องภูเขาไฟที่ได้ถูกขึ้นทะเบียนมรดกโลกในปี 2007 เป็นจุดที่เราสามารถขึ้นไปชมปล่องภูเขาไฟได้แบบง่ายๆ สูงชันหน่อย แต่ทางเดินทำไว้ดีมาก บริเวณรอบๆก็สวยสะกดทุกมุมไม่ว่าจะมองจากมุมไหน

แต่ควรไปคนละวันกับ Udo Island เพราะแค่เดินขึ้นเขาก็เหนื่อยแล้ว แต่ถ้าใครเวลาน้อยและมีแรงก็สามารถทำได้ เพราะเปิดถึงพระอาทิตย์ตก หน้าหนาวพระอาทิตย์ตกเร็วก็ปิดเร็ว หน้าร้อนตกช้าก็ปิดช้า ใช้เวลาเดินขึ้นลงรวมชมวิว ประมาณ 2 ชม.
วิดีโอ Udo Island + ปล่องภูเขาไฟ Seongsan Ilchulong
Hallasan Hiking Trails (Jeju Island)
Hallasan Hiking Trails เป็นเส้นทางเดินป่าขึ้นเขา Hallasan ที่อยู่ใจกลางเกาะ Jeju
เอาไว้ท้ายสุด แต่คือไฮไลท์ที่สุด เพราะเกาะเชจูเกิดจากภูเขาไฟระเบิด จุดสูงสุดของเกาะคือปล่องภูเขาไฟ เดินทางจาก Jeju city ก็ได้ง่ายกว่า หรือจาก Seogwipo ก็ได้แต่ต้องต่อรถที่เมืองข้างๆ มีเส้นทางเดินป่า 7 เส้นทาง (map)
แผนที่จาก Jeju city ไป Eoseungsaengak Trail
วิดีโอ เดินขึ้นเขา Eoseungsaengak Trail หน้าหนาว

⛰️ Hallasan Hiking Trails 7 เส้นทาง ▼

Bus 204 ไป Eorimok แล้วเดินต่อไป Eoseungsaengak trail (ฮิต แต่ง่าย) หรือจะเบี่ยงไป Eorimok trail ก็ได้ (ฮิต แต่ยากกว่า)

1. Eoseungsaengak Trail ง่ายที่สุด สั้นๆ ไม่เห็นปล่องภูเขาไฟ
2. Yeongsil Trail จากซ้ายล่าง ไปกลาง ง่าย นิยมที่สุด แต่ไม่เห็นปล่องภูเขาไฟ
3. Eorimok Trail ไปกลับทางเดียวจากซ้าย ไปกลาง ไม่เห็นปล่องภูเขาไฟ
4. Seongpanak Trail ไปกลับทางเดียวจากขวา ไปกลาง นิยมมาก เห็นปล่องภูเขาไฟ
5. Gwaneumsa Trail ไปกลับทางเดียวจากบน ไปกลาง เห็นปล่องภูเขาไฟ
6. Donnaeko Trail จากซ้าย ไปกลาง ขากลับลงล่าง ไม่ค่อยนิยม ไม่เห็นปล่องภูเขาไฟ
7. Seokgulam Trail สั้นมากๆจากทางเหนือ ไม่นิยม
เว็บทางการ visithalla.jeju.go.kr (บางเส้นทางต้องลงทะเบียนก่อน ควรศึกษาก่อนไป เพราะมีกำหนดเวลาขึ้นลงด้วย)
สรุป
ช่วงนั้นคิดว่าจบจากไฮฟอง เวียดนาม ก็ว่าจะกลับไทยอยู่แล้ว แต่ตาเหลือบไปเห็นตั๋วไปโซลถูกมากเลย ก็เลยปล่อยไว้ไม่ได้ และจากที่เคยไม่สนใจเกาหลีมาก่อน พอปีก่อนได้ลองไป โซล และ ปูซาน ก็ติดใจ เห็นมีที่เที่ยวยอดฮิตอีกที่ก็คือ “เชจู” ก็เลยอยากลองไป ก็แค่นั้น แล้วก็ไม่ผิดหวัง “เชจู” เป็นสถานที่ที่คิดว่าน่าจะได้กลับมาอีกแน่นอน
🖼️ การทิ้งขยะในเกาะเชจู (รูป) ▼
การทิ้งขยะในเกาะเชจู

“การแยกขยะ” ที่เชจู เค้าเป๊ะและจริงจังมาก
ระบบรักษาความปลอดภัย: มีกล้องตรวจ มีลำโพงประกาศเตือน และมีอาสาสมัครสูงอายุคอยตรวจสอบความถูกต้อง
ถุงขยะมีราคา: ต้องใช้ถุงที่ซื้อจากร้านสะดวกซื้อ (800 วอน ประมาณ 20 บาท) ทิ้งขยะให้ถูกประเภทและถูกวันตามที่กำหนด
ตู้ทิ้งเศษอาหารอัจฉริยะ: ทิ้งปุ๊บ ชั่งน้ำหนัก แตะบัตรจ่ายเงินทันที จ่ายจริงตามที่กินเหลือ
คัดแยกละเอียดระดับโมเลกุล: พลาสติก PP, พลาสติกอื่นๆ, กล่องนม, ฝาขวด ฉลากขวด ต้องแยกจากกันทั้งหมด

เป็นความอลังการของการทิ้งขยะในเกาะเชจูจริงๆ
จากที่อยู่เกาะเชจู 3 เดือน
เดือนแรก ทิ้งในที่ทิ้งในคอนโดได้เลย แต่ก็แยกขยะธรรมดา
จริงๆต้องซื้อถุงขยะเฉพาะ แต่เจ้าของบอกว่า ถ้าเดินผ่าน lotte mart ก็เข้าไปหยิบถุงใส่ผลไม้ แล้วเอามาใส่ขยะ ทิ้งในช่องที่บอก
เออ…ประหยัดค่าถุงไป
เดือนที่ 2-3 ย้ายไปอีกที่นึง ที่นี่ไม่มีที่ทิ้งขยะในคอนโด (แต่เก็บค่าส่วนกลาง 2 พันกว่าบาทต่อเดือนเลย)
ต้องซื้อถุงขยะ 20 บาท เดือนนึงใช้ประมาณ 6-7 ถุง
ทิ้งตามวัน และเวลา เท่านั้น
กระดาษ กับพลาสติก ทิ้งคนละวัน แถมต้องเดินไปไกลนิดนึง จากรูปจะเห็นว่าที่ทิ้งขยะกินพื้นที่เยอะมาก
💳 รวมค่าใช้จ่าย 2 คน (3 เดือน) ▼
รวมค่าใช้จ่าย 2 คน (3 เดือน)
อยู่ Seoul 7 วัน , อยู่ Jeju 84 วัน (26 ธค 67 – 26 มีค 68)
- ค่าที่พัก 90 คืน 81,591 บาท (เฉลี่ย 27,200 บาท/เดือน)
- ค่ากิน-ของใช้-เดินทาง 70,103 บาท (เฉลี่ย 23,400 บาท/เดือน)
- ค่าซิม 1,623 บาท (เฉลี่ย 540 บาท/เดือน)
- ค่าตั๋วเครื่องบิน 8,230 บาท
- จาก Haiphong ไป Seoul : คนละ 3,240 บาท (VietJet)
- จาก Seoul ไป Jeju : คนละ 875 บาท (T’Way)
รวม 161,547 บาท (เฉลี่ย 53,849 บาท/เดือน)
💬 สรุปความรู้สึก โซล+เชจู ▼
สรุปความรู้สึก โซล+เชจู
1. ที่อยู่โซล 7 วันก่อนเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงปีใหม่ ก็อยากเห็นบรรยากาศตกแต่งคริสมาสต์ ยิงพลุ แต่เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินสายการบินเชจูระเบิดมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ทางการก็เลยงดการจัดงานต่างๆ รวมถึงการจุดพลุด้วย แต่ก็ยังมีการตกแต่งทั่วๆไปอยู่ ก็ยังได้บรรยากาศสิ้นปีของกรุงโซลที่ไม่ลืม
2. ที่ไม่ลืมก็คือ ความหนาว คือเราก็อุตส่าห์เอาฮีตเตอร์ ที่อุ่นพุง อุ่นเท้าไปด้วย แต่พอไปถึง ในห้องอุ่นมาก แต่ข้างนอกหนาวมาก แบบไม่อยากออกไปไหนเลย (แต่ก็ต้องออกเนอะ ค่าห้องแพง)ดูรูปรีวิวที่ เที่ยวโซล 2025
3. เป้าหมายหลักคือ เกาะเชจู ความคาดหวังคือ ไม่มีเลย แค่เห็นที่พักราคาไม่แพง มีธรรมชาติเยอะ หนาวด้วย ก็แค่คิดว่าไปนั่งๆนอนๆ เดินๆระแวกที่พักก็โอเคแล้ว
4. แต่พอได้ไปจริง คือ ชอบมาก แน่นอนว่า ไม่ได้มีอะไรหวือหวาว้าวๆแบบในเมือง แต่ความชอบมันอยู่ที่ธรรมชาติแค่เดินออกจากที่พักก็เจอธรรมชาติแล้ว
5. การเดินทางบนเกาะเชจู คนส่วนใหญ่ขับรถก็จริง แต่เราขึ้นรถเมล์อย่างเดียว ซึ่งก็สะดวกมากนะ เพราะใช้แอพ Naver ค้นหาสายรถเมล์ ป้ายรถเมล์ก็ดูง่าย รถมาตรงเวลา แม้ว่าจะไม่ทันใจเท่าขับรถ แต่ประหยัดมาก และไปถึงที่หมายได้ทุกที่บนเกาะ ค่ารถขาละแค่ 25-35 บาท
6. ที่พัก ถือว่าราคาถูกกว่าบนแผ่นดินใหญ่ ที่พักดี อุ่นแม้ไม่เปิดฮีตเตอร์เลย แต่ข้อเสียคือ คิดค่าน้ำค่าไฟต่างหากนะ
7. เกาะเชจูเป็นอีกที่นึงที่พวกเราสามารถไปซ้ำอีกได้เรื่อยๆ ถ้าค่าที่พักไม่ได้แพงขึ้นนะ
8. ชอบความเป็นธรรมชาติ ราคาพอรับได้ การเดินทางสะดวก ที่เดินเที่ยวเยอะมากๆ ส่วนใหญ่เดินดูวิวชายฝั่ง วิวบนภูเขา เดินป่า สวนสาธารณะ
รวมลิงค์วิดีโอ
Seoul – Jeju (South Korea) Jan – Mar 2025
❰ ย้อน : หน้ารวม < 2025 < Seoul
ไปต่อ : Shanghai ❱





























