❰ ย้อน : หน้ารวม < 2025 < Jeju
ไปต่อ : Da Nang – Hoi An ❱
เที่ยวเซี่ยงไฮ้
Shanghai (China) Apr 2025
แผนที่ Shanghai (China) Apr 2025
หมุดสีดำ คือ รถบัส สนามบิน
หมุดสีส้ม คือ จุดชมวิว ที่เที่ยวสำคัญ
จุดเริ่มต้นทริป Shanghai
เมื่อก่อนไม่เคยคิดจะมาจีนเลย เพราะขี้เกียจทำวีซ่า แต่ตอนอยู่ Jeju เจ้าของที่พักบอกว่าลูกเขาทำงานอยู่เซี่ยงไฮ้ เราก็เลยได้ไอเดีย ลองไปดู ฟรีวีซ่าแล้วด้วย ค่าเครื่องบินก็ไม่แพง
ก็เลยกลายเป็นทริปรำลึกความหลังอีกแล้ว เพราะเป็นสถานที่กระตุ้นต่อมความฝันของอ๊อบตอนเด็กที่เคยไปทัวร์เซี่ยงไฮ้ครั้งแรก แล้วเห็นบ้านเมืองเจริญมาก ก็เลยมีความฝันว่าอยากลองใช้ชีวิตในต่างประเทศ และ 30 ปีผ่านไป เราก็ได้ทำตามความฝันแล้ว
จาก Jeju บินไป Shanghai

✈️ Spring Airlines บินไป Shanghai ▼
Spring Airlines บินไป Shanghai

เดินทางจาก Jeju ไป Shanghai ใช้เวลา 1.30 ชม. ถ้าต้องการเลือกที่นั่งจะมีค่าจองที่นั่งเพิ่ม ถ้าไม่ต้องการเลือกที่นั่งระบบจะสุ่มให้เอง ที่นั่ง 3-3 บินปลายมีนาคม ราคาคนละ 1,980 บาท (รวมกระเป๋าโหลด 20 กก.)
โดยรวมดีตามมาตรฐาน Low cost airlines แต่จะเข้มงวดเรื่องจำนวนกระเป๋าขึ้นเครื่อง ต้องรวมเป็น 1 ใบเท่านั้น ห้ามมีกระเป๋าลูก กระเป๋าห้อยคอ กระเป๋าย่อยใดๆ ให้รวบเป็นใบเดียวเท่านั้น น้ำหนักไม่เกิน 7กก.
การเดินทางใน Shanghai
🚇การเดินทางใน Shanghai ▼
สนามบินมี 2 แห่ง แต่ส่วนใหญ่จะไปลง Pudong airport ขึ้นรถไฟจากสนามบินเข้าใจกลางเมืองประมาณ 1 ชม.
- Metro ปกติ 7-9 CNY
- Maglev 50 CNY (เร็วกว่านิดนึง) แต่ยังไงก็ต้องไปต่อ metro ปกติในเมืองอยู่ดี
- Taxi เข้าเมืองประมาณ 150-200 CNY
แอพหาเส้นทาง Metro
- MetroMan (เราใช้อันนี้บ่อยสุดเพราะเป็นภาษาอังกฤษ) ใช้ดูเมโทร (ออฟไลน์ได้)
- Explore Shanghai
- Amap เพื่อดูชื่อภาษาอังกฤษ
- Apple maps
- Baidu maps
- metro man
🚇Metro จากสนามบินเข้าเมือง ▼
ใครมีเน็ต มีแอพ Alipay / Wechat ก็แปะหน้าประตูกั้นเข้า Metro ได้เลย ส่วนเราไม่มีเน็ต ก็กด ATM ก่อนไป Metro
ตู้ซื้อตั๋วไม่ยาก แต่ไปแรกๆก็งงได้อยู่นะ ใช้เงินสด / Alipay / Wechat ได้ แต่ใช้ Visa / Master card ไม่ได้
หรือจะซื้อบัตรแบบเติมเงินก็ได้ สามารถคืนบัตรได้ (แต่มีค่าบัตร และต้องไปสถานีใหญ่ๆ)
คนส่วนใหญ่ น่าจะ 90% ใช้ Alipay / Wechat แสกนจ่ายหน้าประตูกั้นทางเข้า metro ได้เลย ไม่ต้องซื้อ ไม่ต้องเลือก แค่เปิด QR แสกนตอนเข้า-ออก ก็ตัดเงินอัตโนมัติ


วิดีโอเที่ยวเซี่ยงไฮ้
วิดีโอ เที่ยวเซี่ยงไฮ้ แบบประหยัด เดินเล่นไปเรื่อย มี.ค.-เม.ย.
วิดีโอ กิน อยู่ ใช้ชีวิตในเซี่ยงไฮ้ 20 วัน (จากที่ตั้งใจอยู่ 30 วัน)
ใจกลางเมือง Shanghai
ใจกลางเมือง Shanghai จะมีแม่น้ำ Huangpu ขั้นกลาง แบ่งเป็นฝั่ง East Bund (Pearl tower, Shanghai tower, ตึกสูงทันสมัย ย่านธุรกิจ) กับฝั่ง The bund (Historic building อาคารคลาสสิก เก่าแก่สไตล์ยุโรป สร้างขึ้นตั้งแต่ค.ศ.1900 เรื่อยมา)
The Bund

📍 The Bund ▼
ฝั่ง The Bund ปกติจะไม่ได้เรียกว่า West Bund เพราะ The Bund คือพื้นที่ดั้่งเดิม เกิดขึ้นตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่1 จีนเปิดพื้นที่ให้ต่างชาติ ยุโรป อังกฤษ อเมริกา มาเช่าระยะยาว เข้ามาตั้งรกราก ตั้งแต่ค.ศ.1863 ก็เลยเรียกว่า The Bund เป็นชื่อที่ชาวต่างชาติตั้งเอง หมายถึงพื้นที่ที่ถูกถมขึ้นมา



📍 Nanjing Road Shopping Street (The Bund) ▼
Nanjing Road Shopping Street (The Bund)
ถนนสายช้อปปิ้ง ที่ยอดฮิตที่สุด โผล่ออกจาก Metro Nanjing ก็เจอเลย มีร้านขายของ และอาคารทางประวัติศาสตร์มากมาย สายช้อปน่าจะรอดยาก ตอนเดินถนนนี้ทำให้นึกถึงทางยุโรปตะวันออกมากๆ พื้นที่กว้างๆ สองข้างทางเป็นร้านแบรนด์เนม อาคารสไตล์ยุโรป

East Bund
📍 Oriental Pearl TV Tower (East Bund) ▼
Oriental Pearl TV Tower (East Bund)
ศูนย์กลางมหานครเซี่ยงไฮ้ Pearl Tower (หอไข่มุก) สัญลักษณ์ที่ไม่มีตึกไหนลบล้างได้ สร้างเสร็จค.ศ.1995 กลายเป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในจีน แม้จะมีตึกที่สูงกว่าอย่าง Shanghai tower สร้างเสร็จค.ศ.2014 แต่ด้วยสีชมพู ลูกกลมๆของ Pearl tower ก็ยังไม่มีใครสู้ความน่ารักได้



Shanghai Yuyuan Old Street
📍 Shanghai Yuyuan Old Street ▼
Yuyuan อ่านว่า “อวี้หยวน” ไม่ใช่ “ยู่หยวน” เป็นพื้นที่ทางประวัติศาตร์เก่าแก่กว่า 400 ปี ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง
จะมีสองส่วนหลักๆ ส่วนที่เสียเงิน กับ ส่วนที่ไม่เสียเงิน และทุกรูปที่เห็นคือ “ไม่เสียเงิน” เข้าไปจะนึกว่าเป็น Theme park ในสวนสนุกอะไรซักอย่าง จะมีร้านค้า ร้านแบรนด์เนม ห้าง เครื่องประดับ สายช้อปคงต้องเดินหลงไปมาในนั้นได้ทั้งวัน
Yuyuan Old Street ส่วนตัวพวกเราก็ว้าวกับอาคารสถานที่นะ แต่ด้วยความที่มีคนเยอะ และมีแต่ของราคาพรีเมียม เลยไม่ได้อยู่นานซักเท่าไหร่ ถ้าอยากเห็นราคาชาวบ้านจริงๆต้องค้นคำประมาณว่า “Old street / Ancient town”
Shanghai Nanxiang Ancient Town
เกือบทุกเขตจะมี Old street หรือ Ancient Town ที่อนุรักษ์ไว้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง อารมณ์เหมือนเราไปตลาดน้ำ มีของกิน ของใช้ขายเหมือนเราเข้าไปอยู่ในเมืองโบราณจริงๆ สิ่งที่ทำให้ดึงสติกลับมาได้ว่าเราอยู่สมัยใหม่ก็เพราะการแต่งตัวของผู้คนนั่นแหล่ะ
เช่น Nanxiang Ancient Town อยู่นอกเมืองไปทางเหนือ ยังมีอีกหลายที่กระจายทั่วเซี่ยงไฮ้เลย
📍 Shanghai Nanxiang Ancient Town ▼
Shanghai Nanxiang Ancient Town
ที่เซี่ยงไฮ้จะมี Old street กับ Ancient town กระจายตัวอยู่เยอะมาก น่าจะแทบทุกเขต ที่ใช้ชุมชนเก่าพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่กิน อารมณ์เหมือนไปตลาดน้ำที่พัฒนาดีมาก ราคาก็ชาวบ้านมากๆ บ้านเรือนก็สไตล์จีนเก่าแก่ของแท้ แต่ด้านล่างเป็นร้านค้าแบบชาวบ้าน






นี่แหล่ะห้องน้ำในตำนาน เห็นป้ายใหม่ๆแบบนี้อย่าคาดหวัง อย่าเพิ่งเตรียมปลดปล่อยให้อั้นไว้ก่อน แต่ไม่เป็นไรถ้าอั้นไม่ไหว เดินเข้าไปเห็นเราจะหดได้ทันที หลุม ร่อง ไร้ที่กั้น อย่างในฝันเด๊ะ ไม่เคยเห็นของจริง เคยเห็นในฝัน ได้มาเห็นของจริงแล้ว ภูมิใจสุดๆ ขนาดจะถ่ายภาพยังเกรงใจ (มีตามนอกเมือง)
ที่เที่ยวอื่นๆใน Shanghai
📍 Shanghai People’s Square ▼
Shanghai People’s Square
ความพลาดของเรารอบนี้ใหญ่หลวงหลายเรื่องมาก รวมถึง History museum ที่มาสองครั้งก็ไม่ได้เข้า



ภาพนี้ แค่อยากให้เห็นห้องน้ำ มันดูใหญ่ ข้างในก็มีทั้งโถนั่งแบบตะวันตก และแบบนั่งยอง ห้องน้ำสาธารณะดีๆแบบนี้ เข้าฟรี แต่จะน่าจะมีเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวใหญ่ๆ ใจกลางเมือง เพราะนอกเมืองยังเห็นแบบดั้งเดิมอยู่ ส่วนสถานี Metro ยังไม่ค่อยสะอาดเท่าไหร่ ส่วนใหญ่เป็นนั่งยองด้วย ยังไงก็แนะนำให้เข้าห้างดีที่สุด ห้างเยอะมากอยู่แล้ว
📍 Shanghai Jing’an Temple ▼
Shanghai Jing’an Temple
Jing’an Temple เป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในเซี่ยงไฮ้ มีอายุมากกว่า 1,700 ปี สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 247 (ยุคสามก๊ก) เดิมตั้งอยู่ริมแม่น้ำซูโจว ก่อนจะย้ายมาตั้งในจุดปัจจุบันในสมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 1216)
มาเห็นแว็บแรกยังไม่เชื่อว่านี่คือวัด เพราะด้านข้าง และรอบๆบริเวณนั้นเป็นห้างและตึกทันสมัยสูงๆรายล้อมอยู่มากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีร้านหรูหราอยู่ชั้น1 รอบตัววัดทุกด้าน แต่ด้านในเป็นวัดจริงๆนะ ก็ดีนะผสมผสานกันดีมาก สวย หรู ศิลปะดั้งเดิมยังอยู่ ของใหม่ก็อยู่ด้วยกันได้ แบบนึกถึงอากงอาม่าอยู่บ้านเดียวกับหลานเหลนอัลฟา



📍 เรื่อยเปื่อย ▼

ครึมทาหน้า 50 บาท แต่เอามาทามือ เพราะอากาศแห้งหนาว เนื้อครีมคล้ายนีเวีย แน่นๆ ใช้ดีนะ

จักรยานมีทั่วเมือง ไปไหนก็จะเห็น อยากลองขี่ แต่เราไม่มีเน็ท จี๊ขี่แข็ง แต่อ๊อบไม่ค่อยแข็ง เดี๋ยวไปชนใครเขา เลยไม่ได้ขี่เลย

ตู้ ATM ที่เซี่ยงไฮ้ หายากมาก เจอก็กดไม่ได้ พอเจอก็รอนานมาก แถมจำกัดจำนวนเงินด้วย ก็คงไม่มีใครใช้แบงค์กันแล้ว เดี๋ยวนี้แสกนจ่ายกันหมด แต่เราไม่มีเน็ทไง
ที่พัก
Duoduo’s new house apartment
(Shanghai Jiading Xincheng metro station)

🏨 Duoduo’s new house ▼


ที่พักแบบมีครัว ที่ไม่เหมือนในรูปตอนจองเลย เหม็นเหมือนไม่ได้ทำความสะอาด คืนละ 845 บาท จองจาก trip มาสองคืน แล้วคืนถัดๆไปจ่ายทาง alipay ตรงกับเจ้าของได้คืนละ 750 บาท (เสี่ยงนะ ถ้ามือใหม่ก็อย่าหาทำ แต่พวกเราเสี่ยงมาเยอะจนชิน ส่วนใหญ่คนก็ไม่โกงกันหลอก แต่ก็มีบ้างที่มีปัญหา) อยู่ที่นี่กัน 19 คืน จากที่ตั้งใจอยู่ 30 วัน แต่ไม่ไหวเดินทาง ง่วง เหนื่อย เพระมันไกลเมืองมาก (เช็คราคา Duoduo’s new house)
Jinglai hotel
(Shanghai Chuansha metro station)

🏨 Jinglai hotel (Chuansha) ▼


โรงแรมที่สองที่อยู่ใกล้สนามบิน มาพักก่อนขึ้นเครื่องตอนเช้า คืนละ 677 บาท ดูดีนะ แต่เสียง metro มันอยู่ใต้โรงแรมพอดี รถไฟมาทีนึงเสียวตึกถล่ม ก็งงอยู่ว่าปกติรถไฟใต้ดินมันอยู่ตั้่งลึกไม่ใช่หรอ ทำไมเราได้ยินเสียงดังแถมพื้นสั่นด้วย (เช็คราคา Jinglai hotel)
อาหารการกิน
ร้านอาหารทั่วไป

🍜 อาหารมื้ออิ่ม ▼


อาหารแพคกล่องซื้อจากแฟมิลี่มาร์ท หมูชุบแป้งทอด+แกงกะหรี่ 80 บาท มีอีกหลายเมนู อร่อยทุกอย่าง ราคา 50-100 บาท ว่าแต่จะกินแกงกะหรี่ยังไงให้มาแต่ตะเกียบ…คนข้างๆก็นั่งติดกัน จะเลียจานก็คงไม่ได้ใช่มั้ย กว่าจะหมดนั่งคุ้ยอยู่นาน


ดูภาพแล้วจิ้มมั่วๆ ได้เส้นอะไรมาไม่รู้ กับหนังอะไรไม่รู้ แต่ไม่มีโปรตีนเลย ชามก็ใหญ่มาก ตอนมาเสริฟ อ้าปากค้าง มองหน้ากัน เอาไงดี จะกินหมด หรือจะเหลือทิ้ง ข้าวผัดอีกจานก็กินกันได้สามมื้อได้เลย ด้วยพลังแห่งความเสียดาย เราก็ช่วยกันกินเส้นๆน้ำๆให้หมดไปชามนึง แล้วข้าวผัดก็ขอแพ็คกลับบ้าน ราคารวม 200 บาท
🍜 สั่งกลับบ้าน ▼
สั่งกลับบ้าน
จากที่กินนอกบ้านมาไม่กี่มื้อ เราก็ตัดสินใจกันว่า ต่อไปเราเอากลับไปกินที่บ้านกันเถอะ หรือสั่งจานเดียวแบ่งกันคนจีนคงไม่ถือ เพราะชามนึงมันเยอะมากนะ มันอิ่มเกินจำเป็น (คนเราอายุมากขึ้นเนาะ จะกินน้อยลงเอง)

“ฉีเฉี่ยว ขุ่นเติ้ล” เขาเรียกแบบนี้อ่ะนะ มันก็เกี๊ยวน่ะแหล่ะ ดูในรูปดูไม่ออกว่ามันต่างกันยังไง ก็เลยเอาอันแรกที่เป็นเมนูแนะนำ ชามละ 100 บาท ได้มาเห็นชามเล็กๆแบบนี้นะ พอกินจริงๆต้องร้อง “โอ้โห” เนื้อข้างในมันของแท้ ชุ่มฉ่ำ เนื้อเน้นๆ เนื้ออะไรไม่รู้นะ หมู กุ้ง ไก่ ช่างมันเถอะ เคยกินแต่ที่มีแป้งเยอะๆ เนื้อน้อยๆ อันนี้คือเต็มปากเต็มคำมาก


Supermarket

🥦 Supermarket ▼
กิจกรรมที่พวกเราชื่นชอบคือการเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ต เห็นที่ไหนต้องเข้า ทั้งๆที่ที่บ้านก็มีเยอะแล้ว ประมาณว่าอยากรู้ว่ามีอะไรแปลกๆที่เรายังไม่เคยกิน แล้วอยากลองกินบ้างมั้ย ส่วนใหญ่ราคาพอๆกับไทย
อาหารสำเร็จรูปน่ากินทั้งนั้น จริงๆไม่ต้องทำกับข้าวเองเลย
ซื้อของมาไม่มีวางแผนว่าจะทำอะไร คืออยากกินอะไรก็ซื้อๆไว้ก่อน มันก็เลยสุมๆกันแบบนี้
ขนมต่างๆขายแบบชั่งตามน้ำหนัก เราก็กะไม่ถูกเลยว่าชิ้นละเท่าไหร่ ถ่ายรูปไปด้วยกลัวคนชั่งไม่รู้ว่าหยิบมาจากไหน


🥦 ค่าอาหาร ▼
ค่าอาหาร
- ที่แฟมิลี่มาร์ท มีไปทั่ว เอาแบบอิ่มๆเลยก็อาหารจานเดียว อร่อยๆ 15-18 หยวน ~70-80 บาท
- โค้ก 680 มล. 5.5 หยวน ~ 25 บาท
- ชานม กาแฟขวดๆ 6-9 หยวน ~30-40 บาท
- ร้านซาลาเปาข้างทางมีขายมากมาย ลูกละ 3 หยวน ~ 15 บาท
- อาหารชาวบ้านอื่นๆ ที่รองท้องเดินดินได้ พวกแป้งทอด , แผ่นแป้งมีไส้ต่างๆคล้ายโรตี 7-9 หยวน ~35-45 บาท
- ส่วนร้านอาหารทั่วๆไป จานละ 20-30 หยวน ~100-150 บาท
- สรุปค่ากินรวมน้ำแบบประหยัดมื้อละ 100 บาท ก็อิ่มและอร่อยมากๆแล้ว
- แต่ถ้ากินเปลืองๆกลางๆ มื้อละ 150 บาท
- ถ้ากินร้านอาหาร น้ำชากาแฟร้านแบรนด์ แบบพร้อมเปย์ มื้อละ 250 บาท ต่อคน
- รวมๆถือว่าถ้าอารมณ์ท่องเที่ยวก็ไม่แพงมาก
- อยู่ตั้งนานแต่ไม่ได้กินเสี่ยวหลงเปา เพราะเห็นมีแต่แพงๆ
สรุปความรู้สึก
✅ ห้องน้ำ ▼
ห้องน้ำ
ในเมโทรบางที่ ถ้าไม่จำเป็นอย่าเข้า นั่งยองแบบเก่า อั้นไว้ไปเข้าห้องน้ำสาธารณะในสวนจะดีขึ้นหน่อย แต่บางทีก็นั่งยองแต่สะอาดกลางๆ
ถ้าอั้นได้ให้หาห้างเข้าจะดีที่สุด ห้างเยอะมาก น่าจะเยอะกว่าแฟมิลี่มาร์ทอีก ห้องน้ำทันสมัย สะอาด เข้าฟรี
✅ อินเตอร์เน็ท ▼
อินเตอร์เน็ท
- ถ้าซื้อแพคเกจจากไทย ก็ใช้ได้เลย ไม่ต้อง VPN
- โดยรวมอินเตอร์เน็ตที่นี่เร็วพอสมควร ถ้าไม่ได้นับเรื่อง VPN
- VPN ใช้ LetsVPN (อย่าใช้ express VPN)
ส่วนตัวจี๊กับอ๊อบไม่ได้ซื้อซิม ไม่ได้ซื้อแพคเกจเน็ทของไทยอะไร ก็ใช้ชีวิตได้อยู่ แต่อาจจะเบื่อๆถ้าไม่มีเน็ทตอนอยู่ข้างนอก เพราะในห้องพักมีอินเตอร์เน็ทให้อยู่แล้ว
✅ การจ่ายเงิน ▼
การจ่ายเงิน
- ซุปเปอร์มาร์เก็ต , Watson รับบัตรเครดิต Travel card / Visa ด้วย
- ใช้เงินสดได้ทุกร้าน(เท่าที่ผ่านมา) แค่กดเอทีเอ็มที่สนามบิน
- แต่หาตู้เอทีเอ็มในเมืองจะยากหน่อยนะ และจำกัดการถอนด้วย
- ใช้ Alipay จ่ายไม่เกิน 200 ไม่เสียค่าธรรมเนียม จ่ายเกินเสีย 3%
- ส่วน We Chat ใช้คุยกับเจ้าของห้อง
✅ อากาศ ภาษา ที่เที่ยว มีค.-เมย. ▼
เดินทาง 26 Mar-15 Apr 2025
อากาศ
- ปลายมีนาคมถึงต้นเมษายน อากาศเย็นสบาย เสื้อแจ๊คเก็ตบางๆได้ แต่กลางคืนจะหนาว
- เข้ากลางเมษายน เริ่มอุ่นถึงร้อน กลางคืนเย็นสบาย
- มีฝน ลมแรงเป็นบางวัน ไม่มากเท่าไหร่
- ถือว่าเป็นช่วงที่ดีในการมาเที่ยวเซี่ยงไฮ้
ภาษา
- มีภาษาอังกฤษกำกับทุกที่
- เที่ยวง่ายมาก เหมือนไปยุโรปแต่มีของให้ดูเยอะมาก
- โดยเฉพาะสายช้อป น่าจะต้องเตรียมปัจจัยไปเยอะหน่อย
- ผู้คนส่วนใหญ่ใช้ภาษาจีนกลาง ดูเงียบๆ ไม่โฉ่งฉ่าง ไม่แย่ง ไม่กดดัน ไม่เชิญชวนขายอย่างที่คิด
ที่เที่ยว
- หลากหลาย ไปได้อีกหลายครั้ง
- ย่านใจกลาง The Bund และริมแม่น้ำ Huangpu เป็นที่ที่เราชอบที่สุด วิวสวยมาก สามารถเดินเล่น นั่งดูไปได้เรื่อยๆ ควรหาที่พักใกล้ๆแถวนั้น (แต่ราคาค่อนข้างแพงนะ)
- พวกเราไม่ได้เข้าสถานที่แบบเสียเงินเลย ก็มีที่ไปเยอะแยะ
✅ ค่าโรงแรม ▼
ค่าโรงแรม
สองดาว คืนละ 700-800 บาท (แต่รูปมักจะสวยกว่าของจริง 5 เท่า)
เรื่องห้องพักถ้าใครอยากอยู่สบายหน่อยอย่าเลือกแบบต่ำกว่าพันบาท อย่าหลงเชื่อรูปมาก ให้หาร 5 ไว้ก่อน ห้องจริงส่วนใหญ่แย่กว่าในรูปมาก ที่นี่แต่งรูปเก่ง ทำรูปเว่อร์
เลือกที่พักให้อยู่กลางเมืองใกล้ที่ที่เราจะเดิน และใกล้ Metro แพงขึ้นหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มกว่าอยู่ไกล
เพราะนั่งเมโทรนานมาก เมืองมันใหญ่ คนเยอะไม่ค่อยได้นั่ง มีที่นั่งก็แย่งเขาไม่ทัน
คนข้างหน้าลุก มารยาทเราก็ดีเกิน ถ้าช้าอดนั่ง
บางทีนะมาจากไหนไม่รู้ ใช้วิชาตัวเบากระพริบตาทีเดียว อ้าว…ที่นั่งฉัน…ไปซะแล้ว เป็นแบบนี้ถึง 4-5 รอบ แย่งไม่ทัน จนกระทั่งวันสุดท้าย รู้ทางกลายเป็นคนหูไวตาไวไม่รู้ตัว (อยู่ 20 วัน)
💰 ค่าใช้จ่าย 2 คน 20 วัน ▼
ค่าใช้จ่าย 2 คน รวม 33,782 บาท (20 คืน)
ค่าเครื่องบิน 3,951 บาท
- Spring Airlines รวมน้ำหนักกระเป๋า 20 kg.
- กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง ต้องรวมเป็นใบเดียว ห้ามมีกระเป๋าเล็กกระเป๋าน้อย ไม่เกิน 7 kg.
ค่ากิน+ของใช้ 13,507 บาท
- ตอนจดไม่ได้แยกว่ากิน หรือใช้ แต่จดรวมกัน
- เฉลี่ยค่ากิน ประมาณ 500 บาทต่อวัน
- ค่าของใช้ เช่น ของใช้ในห้องน้ำ ของที่อยากซื้อ ของจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทุกอย่างที่กินไม่ได้
- ทำกินเองที่ห้องบ้าง
- ซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ต
- ร้านข้างทางทั่วไป ราคาชาวบ้าน
- ไม่นั่งกินที่ร้าน เพราะให้เยอะเกินไป กินไม่หมด ถ้าซื้อกลับไปกินที่ห้องเราสามารถแบ่งกันกินได้ เก็บไว้กินได้
- ไม่กินภัตราคาร ค่อนข้างประหยัดแล้ว
ค่าห้องพัก 16,324 บาท
- เรื่องนี้พลาดมาก ถ้าไปจีนอีก คงต้องอยู่แบบระยะสั้น และใจกลางเมือง ใกล้ๆหน่อย ต้องยอมแบบไม่มีครัว
- เลือกแบบมีครัว ห้องใหญ่ แต่มีแต่อยู่นอกเมือง
- ในเมืองจะไม่มีครัว น่าจะเพราะทางการต้องการให้เป็นที่ท่องเที่ยว
- ห้องพักที่เราเลือก ไม่ค่อยตรงปก และอยู่ไกล จองจากทริป 2 วันก่อน แล้วโอนให้เจ้าของในวันถัดๆไป ขออยู่เพิ่มวันไปเรื่อยๆ จะประหยัดค่าธรรมเนียมเล็กน้อย ขอต่อราคาเจ้าของได้นิดหน่อย ได้เฉลี่ยราคา 800 บาทต่อคืน
💬 อารมณ์โดยรวม ▼
อารมณ์โดยรวม
- ตอนแรกตั้งใจจะอยู๋เซี่ยงไฮ้ 1 เดือน แต่อยู่จริงได้ 20 วัน (ไม่ใช่ไม่ดี แต่เราเลือกที่พักผิดไปหน่อย)
- อยู่ 20 วันก็จริง แต่ออกมาเที่ยวจริงๆ แค่ไม่กี่วันนะ นอกนั้นก็ต้องทำงานในห้อง หรือเดินแถวที่พักใกล้ๆ
- ติดแค่เรื่องขากถุยกับกลิ่นบุหรี่ทั้งบนถนน และกลิ่นบุหรี่ในห้องพัก นอกนั้นก็โอเคหมด
- ส่วนตัวนะ ให้ความรู้สึกคล้ายยุโรปตะวันออก
- ต่างกันตรงที่เซี่ยงไฮ้มีอาหารเยอะ อร่อย ราคาไม่แพง
❰ ย้อน : หน้ารวม < 2025 < Jeju
ไปต่อ : Da Nang – Hoi An ❱











































