Indonesia

❰ ย้อน : หน้ารวม < 2024 < Penang

ไปต่อ : Putajaya


เที่ยวจาการ์ตา

Jakarta (Indonesia) Jul 2024


แผนที่ Jakarta (Indonesia) Jul 2024

หมุดสีดำ คือ รถบัส สนามบิน
หมุดสีส้ม คือ จุดชมวิว ที่เที่ยวสำคัญ

จากปีนังพวกเราขึ้นเครื่องไปต่อที่จาการ์ตา อยู่ 1 เดือน แล้วก็บินกลับไปที่กัวลาลัมเปอร์อีก 2 เดือน

อยู่จาการ์ตาเดือนกรกฎาคม อากาศร้อน ใส่เดรสได้เลย แต่งตัวยังไงก็ได้ ผู้คนทันสมัย คล้ายในกรุงเทพฯมาก


การเดินทาง

วิดีโอ จาก Penang ไป Jakarta , วิธีเข้าเมือง , รีวิวที่พัก 1 เดือน


✈️ จาก Penang ไป Jakarta

แผนที่ จาก Penang ไป Jakarta


จาก Penang ไป Jakarta

ขึ้นสายการบิน Batik Air จาก Penang ไป Jakarta สายการบินมาตรฐาน บริการดี เลือกแบบถูกที่สุดแล้วรวมกระเป๋า คนละ 4,000 บาท (ไปอย่างเดียว)

ปกติไม่ได้จองที่นั่ง เขาให้อะไรมาก็ตามนั้น สุ่ม ลุ้นดี ครั้งนี้ได้ที่นั่งติดประตูฉุกเฉิน ซึ่งเป็นที่นั่งที่เหยียดขาได้เต็มที่ แต่ข้อเสียคือ เราไม่สามารถสะพายกระเป๋าคาดออก แม้แต่กระเป๋าเล็กๆอะไรได้เลย ยกเว้นจะใส่เสื้อคลุมทับปิดกระเป๋าไว้ ไม่อย่างนั้นก็ต้องเก็บไว้ที่เก็บของบนศรีษะ ซึ่งก็เสี่ยงของหายได้ ถ้าใครที่มีของมีค่าก็ให้เก็บติดตัวให้ดี



🛂 ก่อนเข้าอินโดนีเซีย

ก่อนเข้าอินโดนีเซีย

1. แบบฟอร์มศุลกากร (Electronic Customs Declaration – E-CD)

อันนี้ “บังคับ” ต้องทำทุกคน (1 ครอบครัวกรอกเพียง 1 ชุดได้) ทำล่วงหน้าได้ที่เว็บ ecd.beacukai.go.id


2. การลงทะเบียน Autogate (เพื่อความสะดวก)

คนไทยได้รับยกเว้นวีซ่า (Visa Exemption) อยู่แล้ว แต่ถ้าอยากเข้าเมืองไวๆ โดย “ไม่ต้องต่อแถวตรวจพาสปอร์ตกับเจ้าหน้าที่” เข้าไปที่เว็บ evisa.imigrasi.go.id
ไม่ทำก็ได้ แค่ผ่านตม.ตามปกติ

#1: กรอกเพื่อใช้ Autogate (ไม่บังคับ)

#2-3: เห็นป้ายโดดเด่น นึกว่าบังคับ เลยยืนกรอกอยู่ตั้งนาน

#4: ศุลกากร (บังคับ) แต่ทำทีหลังจากรับกระเป๋าก็ได้ ไม่ต้องยืนกรอกก่อนผ่านตม.ให้ลำบากอย่างเรา


ตอนไปก็ไม่ได้ศึกษาอะไรก่อนเลย คิดอยากไปก็ไป พอก่อนถึงตม.ก็มีป้ายเด่นแบบในรูป เราก็เข้าใจว่าบังคับกรอก แต่ตอนนั้นไม่มีซิมเลย แต่ก็ใช้ wi-fi ของสนามบินได้ ยืนกรอกอยู่ตั้งนาน ไม่เห็นมีคนยืนเลย ถามจนท. จนท.ก็บอกว่าให้กรอก ก็เลยใช้เวลานาน แต่มาดูข้อมูลจริงๆแล้วก็สามารถเดินไปตม.ให้เขาปั๊มเลยก็ได้ ไม่ต้องใช้ autogate ก็ได้

ส่วนศุลกากร อันนี้บังคับกรอก แต่จะใช้ตอนรับกระเป๋าเสร็จแล้ว จะมีให้แสกน QR ก่อนออกไปข้างนอก ทำล่วงหน้าได้ 3 วัน



🚅 การเดินทางเข้าเมือง

การเดินทางเข้าเมือง

เมื่อออกมาด้านนอกขาเข้าประเทศแล้ว สามารถเข้าเมืองได้ทั้งรถไฟ และเรียกรถจากแอพต่างๆ


รถไฟเข้าเมือง

เข้าเมืองด้วยรถไฟ จะมีแบบจอดทุกป้ายราคาถูกที่สุด กับแบบยิงตรงไปใจกลางเมืองที่สถานี Manggarai

#9: จากรูปด้านบนจะเห็นว่าสนามบินมี่ Terminal 1-3 พวกเรามาลงเครื่องที่ Terminal 3 ถ้าจะขึ้นรถไฟก็ต้องนั่ง Skytrain (ฟรี) ไปที่ สถานีตรงกลางก่อน (Soekarno-Hatta airport)

ถ้าขึ้นรถไฟด่วนคือรวดเดียวเข้าเมืองเลย

ถ้าขึ้นรถไฟ Local จอดทุกป้ายก็ต้องต้องไปเปลี่ยนสายที่สถานี Batu Ceper แต่นักท่องเที่ยวมาใหม่อาจมึนกับการเปลี่ยนสายเพราะคนเยอะมากๆ และรอบรถไม่บ่อย แต่ป้ายและระบบโอเค ราคาไม่แพงด้วย

แต่เวลาเปิดปิด 6:00-22:00 น. ถ้ามารอบดึกคงไม่ทัน

รถไฟ Jakarta

เรียกรถจากแอพ

#5-8: ที่นั่งรอ รถมาจอดถึงที่ มีจนท.คอยช่วยเหลือ คอยยกกระเป๋าให้ด้วย (ต้องเป็นจนท.ที่ใส่ชุดตามยี่ห้อนั้นเท่านั้น ถ้าไม่มีเครื่องแบบ ไม่ใช่จนท.)

เรียกรถจากแอพ เป็นวิธีที่สะดวกที่สุด และราคาไม่แพง พอออกจากขาเข้า arrival ก็จะมีคนพุ่งเข้าใส่ถามว่าแท็กซี่มั้ย พวกนี้จะไม่ใช่รถจากแอพ แต่ทำทีเป็นกดราคาจากแอพแล้วบวกเพิ่ม เก็บคนที่ไม่อยากทำอะไรเลย

ถ้าอยากได้แบบราคาปกติจากแอพ ก็เดินไปทางซ้าย จะมีที่นั่งรอเรียกรถ มีสัญญาณ wi-fi ของสนามบิน ทีนี่ก็จะมีสิ่งที่ต้องระวังอีก พอเรานั่งตรงที่นั่งรอรถแล้ว ก็จะมีคนทำตัวเหมือนจนท.เข้ามาถามว่าจะไปไหน แล้วกดแอพจากมือถือเขาให้เราดูราคาแล้วบวกเพิ่ม ถ้าเราตกลงด้วยความขี้เกียจกดเองก็จะถูกตกไปทันที

ถ้าอยากเลือกเองกดเอง ก็โบกมือปฏิเสธไป แล้วกดเรียกรถจากมือถือของเราตามปกติ ถ้าเป็นจนท.จริงๆ จะใส่ชุดตามยี่ห้อ คอยช่วยเหลือด้วย และจะไม่เข้ามาหาเราก่อน เขาจะยืนรอให้เราเข้าไปหาเขาเอง

จากประสบการณ์ ใช้แอพ Gojek เรียกรถ สะดวกและไม่แพง ส่วน Grab จะราคาแพงกว่า

ปล.แท็กซี่ที่นี่เยอะมากๆ หลากแอพ และหลายรูปแบบ ถ้าไม่ซีเรียสเรื่องราคา ก็ใช้แบบไหนก็ได้ ใครมาชวนแล้วไม่อยากเสียเวลาก็ไปกับเขา แต่ถ้าซีเรียสเรื่องราคาก็แนะนำ Gojek



🚇 การเดินทางในเมือง

การเดินทางในเมือง

ถ้าเป็นนักท่องเที่ยวไปแค่ไม่กี่วัน แนะนำให้ใช้ Gojek ไม่ต้องคิดมาก เพราะที่เที่ยวส่วนใหญ่ก็อยู่ในเมืองใกล้ๆกัน


รถไฟ

แต่ถ้าอยู่ระยะยาว และอยู่ไกลอย่างพวกเรา ก็ใช้รถเมล์ รถไฟได้ ราคาถูกเว่อร์ๆครั้งละ 7-10 บาทเท่านั้น แต่ต้องซื้อบัตรเติมเงินก่อน (#11)

บัตรต่างๆอาจจะงงๆนะ ทำให้ต้องมีหลายใบ แต่มันไม่แพง เช่น เราตอนขึ้นรถไฟ ก็ให้ซื้อบัตรก่อน แล้วค่อยเติมเงิน ใช้ขึ้นรถไฟ รถบัสได้ แต่พอตอนเข้า Monas เขาก็บังคับให้ซื้อ JakCard อีก

ข้อเสียของรถไฟมากๆคือ คนเยอะมาก โดยเฉพาะช่วงเช้า กับเย็น ไม่เคยได้นั่งเลย บางครั้งเบียดกันเหมือนอยู่ในญี่ปุ่น


รถเมล์

ระบบรถเมล์ของที่นี่ถือว่าดีมากนะ มีเลนสำหรับรถเมลเฉพาะแบบไม่มีรถปกติเข้ามาขวางได้เลย มีแพลตฟอร์ม มีที่กั้นแปะบัตรจ่ายเงิน ดูอินเตอร์มาก ราคาก็ถูกแบบเว่อร์ๆไม่เกิน 10 บาท

มีเรื่องที่แปลกใจอยู่เรื่องนึง มักจะเห็นคนอยู่กลางถนน คอยโบกรถ ไม่ได้ใส่ยูนิฟอร์มอะไรนะ บางทีก็เดินไปมาตัดหน้ารถเมล์เฉยๆได้เลย เหมือนคอ่ยเก็บเงิน หรืออะไรซักอย่าง



💳 JakCard

JakCard คืออะไร

คือบัตรเติมเงินอิเล็กทรอนิกส์ (Prepaid Card) ที่ออกโดยธนาคาร Bank DKI ของรัฐบาลท้องถิ่นจาการ์ตาอารมณ์จะคล้ายๆ บัตร Rabbit ของบ้านเรา หรือบัตร Octopus ของฮ่องกง


JakCard ใช้ทำอะไรได้บ้าง?

1. ใช้แปะเข้าระบบขนส่งสาธารณะ รถเมล์ BRT รถไฟ MRT, LRT, MicroTrans (JakLingko) (เป็นรถตู้เล็กๆวิ่งตามซอย ขึ้นฟรี แต่ต้องแปะบัตรเพื่อบันทึก)

2. ใช้ซื้อตั๋วเข้าพิพิธภัณฑ์ โดยเฉพาะ Monas (ไม่รับเงินสด รับเฉพาะ JakCard เท่านั้น)

3. ใช้จ่ายค่าสินค้าต่างๆ ค่าที่จอดรถ


JakCard ซื้อที่ไหน?

ซื้อได้ที่เคาน์เตอร์ขายตั๋วในสถานี TransJakarta, สถานี MRT, หรือตามเคาน์เตอร์จำหน่ายบัตรหน้าทางเข้า Monas และสวนสัตว์ Ragunan


การเติมเงิน (Top-up)

เติมได้ที่ตู้เติมเงินในสถานีรถไฟฟ้า, เคาน์เตอร์สถานี TransJakarta และร้าน Alfamart หรือ Indomaret



💳 สรุปใชับัตรไหน

รถไฟเร็วจากสนามบินเข้าเมือง (Airport Rail Link)

  • ใช้บัตรเครดิต/Travel card จากไทยซื้อตั๋วที่ตู้ได้เลย
  • ซื้อผ่านแอพ GoJek/Grab
  • ซื้อผ่านเว็บ reservation.railink.co.th

รถไฟชานเมือง (KRL Commuterline)

  • ใช้บัตร KMT (Kartu Multi Trip) เป็นบัตรของทางหน่วยงานรถไฟโดยตรง
  • ซื้อที่สถานี ได้บัตรแล้วก็เอาเงินสดยื่นให้พนักงานบอกว่า Top Up
  • ใช้ JakCard ไม่ได้
  • ใช้เงินสดซื้อตั๋วเที่ยวเดียวไม่ได้

รถไฟในเมือง MRT,LRT

  • ใช้บัตร KMT ก็ได้ หรือ Jakcard ก็ได้
  • แอพ GoJek/Grab ก็ได้

เข้า Monas

  • Jakcard เท่านั้น
  • ใช้บัตร KMT ไม่ได้
  • แอพ GoJek/Grab ไม่ได้

สรุปใชับัตรไหน

กรณีอยู่ในเมือง และต้องการเข้า Monas ให้ไป Monas ก่อน แล้วซื้อบัตร JakCard พร้อมตั๋วเข้า Monas แล้วเติมเงินเข้าบัตรเพื่อใช้เดินทาง MRT, LRT จบได้ด้วยบัตรเดียว

กรณีอยู่นอกเมือง และต้องการเข้า Monas ต้องซื้อบัตร KMT ก่อน เพื่อขึ้นรถไฟชานเมืองเข้าเมือง จากนั้นก็ไป Monas ซื้อบัตร Jakcard อีกบัตร คือต้องมี 2 บัตร


ปล. ยังมีบัตรอื่นอีก ประเทศนี้บัตรเยอะพอๆกับยี่ห้อแอพ taxi เลย

รถไฟใช้แอพได้ก็จริง แต่ในฐานะนักท่องเที่ยวมาใหม่ มันเข้าใจยากอยู่นะ

ส่วน Jalingko รถตู้ เรานั่งเล่นเฉยๆ ไม่เหมาะกับนักท่องเที่ยว เพราะรอนาน มาเมื่อไหร่ไม่รู้ และวิ่งระยะสั้น เรียกรถจากแอพคุ้มกว่ามาก



ที่เที่ยว Jakarta

วิดีโอ 5 ที่เที่ยว Jakarta มีเวลาวันเดียวก็ได้


🏛️ ประวัติ Jakarta

ประวัติ Jakarta

ย้อนกลับไปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-16 พื้นที่นี้เป็นแค่เมืองท่าเล็กๆ ชื่อว่า Sunda Kelapa ของอาณาจักรฮินดูค้าขายเครื่องเทศที่มีค่ามากในยุคนั้น ชาวโปรตุเกสก็เลยเข้ามามีอิทธิพลมากขึ้น

ต่อมาค.ศ. 1527 แม่ทัพ Fatahillah ก็สามารถยึดคืนได้จากโปรตุเกส และเปลี่ยนชื่อจาก Sunda Kelapa เป็น “Jayakarta” ซึ่งแปลว่า “ชัยชนะอันยิ่งใหญ่”

Jayakarta รุ่งเรื่องขึ้นเรื่อยๆผ่านมาเกือบร้อยปี ก็มีชาวดัชต์ เข้ามาถล่มเมืองแบบราบคาบ แล้วสร้างเมืองใหม่ทับของเดิม แล้วตั้งชื่อใหม่ว่า Batavia สร้างเป็นเมืองจำลองของอัมสเตอร์ดัม และเสวยสุขได้ถึง 323 ปี (ค.ศ. 1619 – 1942)

จนกระทั่งถึงยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นได้ขับไล่ชาวดัชต์ออกไป และต้องการเอาใจคนท้องถิ่นด้วยการเปลี่ยนชื่อเมืองจาก Batavia เป็น Jakarta แต่ก็เป็นช่วงเวลาสั้นๆแค่ 3 ปีเพราะญี่ปุ่นเป็นฝ่ายแพ้สงคราม

Sukarno และ Hatta ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี จึงได้ฉวยโอกาสสุญญากาศนี้ประกาศเอกราชของอินโดนีเซียในวันที่ 17 สิงหาคม 1945 ก่อนที่ดัชต์จะมาทวงความเป็นเจ้าของ

และก็เป็นไปตามคาด เนเธอร์แลนด์กลับมาเอาคืน แต่ Sukarno และ Hatta ก็ต้องต่อสู้กับเนเธอร์แลนด์ต่อถึง 4 ปี และยุทธการสำคัญคือใช้ “การทูต”กดดันจนสหประชาชาติ (UN) บีบให้เนเธอร์แลนด์ยอมรับเอกราชของอินโดนีเซียในปี 1949

ทำไม Sukarno และ Hatta ถึงเป็นคนสำคัญ เพราะเป็นผู้ที่สามารถรวมใจ “คนหมื่นเกาะ” ชาติพันธุ์นับร้อยให้ยอมรับว่าเป็นคนชาติเดียวกันได้


สรุป

Sunda Kelapa (ดั้งเดิม) → โปรตุเกสมายึด (90 ปี) → Fatahillah ยึดคืน (เกือบ 100 ปี) → ดัชต์มายึด (323 ปี) → สงครามโลกครั้งที่2 ญี่ปุ่นครอง (3 ปี) → ญี่ปุ่นแพ้สงคราม (2 วัน) → SukarnoHatta ประกาศเอกราช → เนเธอร์แลนด์มาทวง (4 ปี) → UN บีบให้เนเธอร์แลนด์ยอมรับเอกราช (1949)


สถานที่สำคัญ Jakarta


📍 Jakarta Kota

Jakarta Kota

Jakarta Kota หรือ Kota Tua แปลว่า “เมืองเก่า คือย่านประวัติศาสตร์ที่สำคัญที่สุดของจาการ์ตา เป็นหัวใจหลักที่บอกเล่าเรื่องราวการเปลี่ยนผ่านจากยุคอาณานิคมสู่การเป็นประเทศอินโดนีเซีย

เป็นศูนย์กลางของ Batavia ผังเมืองแบบดัตช์ เคยเป็นย่านธุรกิจที่มั่งคั่งที่สุดแห่งหนึ่งในโลกจากการค้าเครื่องเทศ


Fatahillah Square

เป็นลานกว้างใจกลางเมืองเก่า (เหมือนในยุโรป) รอบล้อมด้วยอาคารประวัติศาสตร์ เป็นจุดรวมตัวของนักท่องเที่ยวและมีจักรยานหลากสี (Sepeda Onthel) ให้เช่าปั่นถ่ายรูป

Fatahillah เป็นชื่อของแม่ทัพคนสำคัญที่ขับไล่ทหารโปรตุเกสออกไปได้ในปี ค.ศ. 1527 และได้เปลี่ยนชื่อเมืองจาก Sunda Kelapa เป็น “Jayakarta”ซึ่งแปลว่า “ชัยชนะอันยิ่งใหญ่”


บริเวณรอบๆเมืองเก่า

Jembatan Kota Intan (สะพานโคตา อินตัน) คือสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในอินโดนีเซีย อยู่ในย่านเมืองเก่า (Kota Tua) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1628 ยุคอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์

สะพานสามารถเปิด-ปิดได้ (Drawbridge) เหมือนในเนเธอร์แลนด์ เพื่อให้เรือขนส่งผ่านได้ วันที่พวกเราไป เห็นมีรั้วกั้นชมจากภายนอก เดินผ่านไม่ได้ ถ้าเคยไปอัมสเตอร์ดัม ก็จะเห็นสะพานแบบเดียวกันนี้แหล่ะ

พื้นที่รอบๆมีร่องรอยประวัติศาสตร์ อาคารเก่าแก่และคูคลองที่แสดงถึงการวางผังเมืองของเนเธอร์แลนด์ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17


สรุป

พื้นที่แถว Jakarta Kota หรือเมืองเก่า ตรงใจกลางเป็นพื้นที่เล็กๆ (เล็กมาก) ส่วนใหญ่จะมาเช่าจักรยานถ่ายรูป นั่งคาเฟ่ อย่าได้คาดหวังความสวยงามเหมือนในยุโรป เพราะพื้นที่นี้ถูกปู้ยี่ปู้ยำมานานมากแล้ว

สิ่งที่น่าสนใจไม่ใช่การมาดูความสวยงาม แต่คือการมาดูประวัติศาสตร์ สัมผัสสถานที่จริง และเข้าพิพิธภัณฑ์ต่างๆ แต่ก็ต้องเตือนไว้จริงๆว่า พิพิธภัณฑ์ไม่ได้หรูหรา ถ้าอยากได้ความหรูหราให้ไปยุโรป และถ้าไม่อ่านประวัติอะไรมาก่อน(เหมือนเรา) จะงงๆและไม่ค่อยเห็นความสำคัญอะไรมาก เพราะมันไม่ได้ดึงดูสายตามากนัก แต่ถ้าได้รู้ประวัติศาสตร์มาก่อน จะทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เห็นได้ดีขึ้นมากๆ (ประวัติ Jarkarta)



📍 รอบๆเมืองเก่า

บริเวณรอบๆเมืองเก่า

Jembatan Kota Intan (สะพานโคตา อินตัน) คือสะพานที่เก่าแก่ที่สุดในอินโดนีเซีย อยู่ในย่านเมืองเก่า (Kota Tua) สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1628 ยุคอาณานิคมของเนเธอร์แลนด์

สะพานสามารถเปิด-ปิดได้ (Drawbridge) เหมือนในเนเธอร์แลนด์ เพื่อให้เรือขนส่งผ่านได้ วันที่พวกเราไป เห็นมีรั้วกั้นชมจากภายนอก เดินผ่านไม่ได้ ถ้าเคยไปอัมสเตอร์ดัม ก็จะเห็นสะพานแบบเดียวกันนี้แหล่ะ

พื้นที่รอบๆมีร่องรอยประวัติศาสตร์ อาคารเก่าแก่และคูคลองที่แสดงถึงการวางผังเมืองของเนเธอร์แลนด์ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 17


Chinatown Jakarta

Chinatown (Glodok) เป็นย่านชาวจีนที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุดในอินโดนีเซีย มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยอาณานิคมเนเธอร์แลนด์ ปัจจุบันเป็นย่านที่มีชีวิตชีวาด้วยการผสมผสานของตลาดสด วัดโบราณ และอาหารแนวสตรีทฟู้ดที่ขึ้นชื่อ เป็นย่านที่คึกคัก วุ่นวาย แต่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่น่าจะไม่ได้ซื้ออะไรกิน เพราะดูไม่ออกว่าแต่ละอย่างคืออะไร



📍 Museum

Jakarta History Museum

เป็นศาลาว่าการเมืองเก่าของเนเธอร์แลนด์ อยู่ตรงลานกว้าง Fatahillah Square

รวบรวมประวัติศาสตร์ของจาการ์ตาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ จนถึงยุคที่เนเธอร์แลนด์เข้ามาปกครอง (Batavia) และจนถึงปัจจุบัน

แสดงเฟอร์นิเจอร์โบราณ แผนที่เก่าแก่ และของใช้ของข้าหลวงชาวเนเธอร์แลนด์ ทำให้เห็นภาพความเป็นอยู่ของชนชั้นสูงในสมัยนั้น


Jakarta Maritime Museum (Museum Bahari)

พื้นที่นี้อดีตเคยเป็นโกดังเก็บสินค้าของบริษัท VOC (บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์) บริเวณท่าเรือ Sunda Kelapa

อินโดนีเซียเป็นประเทศหมู่เกาะ (The Archipelago) พิพิธภัณฑ์นี้จึงแสดงถึงจิตวิญญาณและความเป็นนักเดินเรือของชาวอินโดนีเซีย รวมถึงความสำคัญของทรัพยากรทางทะเลที่ดึงดูดชาติตะวันตกเข้ามา

ตัวอาคารเคยเป็นโกดังเก็บกาแฟ ชา และเครื่องเทศราคาแพง ซึ่งมีความสำคัญจนเปลี่ยนประวัติศาสตร์โลกได้เลย

นอกจากนี้ยังมีส่วนที่น่าตื่นตาตื่นใจคือ มีจัดแสดงเรือพื้นเมืองแบบต่างๆ จากทั่วหมู่เกาะอินโดนีเซีย แบบที่เราไม่เคยเห็นที่ไหน ถ้านำมาปัดฝุ่น ตกแต่ง วางในสถานที่สวยงาม มันจะดูมีค่าขึ้นมากๆเลย



📍 Mosque – Cathedral

Istiqlal Mosque

มัสยิดที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เน้นความเรียบง่ายแต่ดูทรงพลัง มีโดมขนาดใหญ่ที่เป็นเอกลักษณ์และลานกว้างที่รองรับคนได้หลักแสน

มัสยิดนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเอกราชของอินโดนีเซีย (คำว่า “Istiqlal” เป็นภาษาอาหรับแปลว่า “เอกราช”)

นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมได้ฟรี (มีเจ้าหน้าที่นำทาง มีชุดให้คลุม)


Jakarta Cathedral

Jakarta Cathedral หรือชื่อเต็มว่า Cathedral of Our Lady of the Assumption เป็นโบสถ์คริสต์นิกายโรมันคาทอลิกที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งในอินโดนีเซีย

มีพิพิธภัณฑ์เล็กๆ อยู่ที่ชั้นสอง เล่าเรื่องราวความเป็นมาของศาสนาคริสต์ในอินโดนีเซีย เป็นโบสถ์ที่มีความขลังและสงบมาก ตัดกับความวุ่นวายของท้องถนนจาการ์ตาด้านนอกอย่างชัดเจน


Istiqlal Mosque และ Jakarta Cathedral

การที่ Istiqlal Mosque และ Jakarta Cathedral อยู่ใกล้กันมีแค่ถนนที่คั่นกลาง เป็นสัญลักษณ์ของความอดทนอดกลั้นและการอยู่ร่วมกันทางศาสนาในอินโดนีเซีย

Jakarta Cathedral ของดั้งเดิมสร้างปี ค.ศ. 1810 แต่ไฟไหม้พักหมด ก็เลยสร้างใหม่และเปิดใช้งาน ค.ศ. 1901

Istiqlal Mosque เปิดใช้งาน ค.ศ. 1978

จะเห็นว่า Jakarta Cathedral ถูกสร้างขึ้นก่อนหลายสิบปีเพราะประธานาธิบดี Sukarno ตั้งใจเลือกทำเลในการสร้างมัสยิดให้ อยู่ตรงข้ามกับโบสถ์พอดี เพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญกับการให้เกียรติซึ่งกันและกันระหว่างศาสนา

ข้างล่างมีอุโมงค์ใต้ดิน (The Tunnel of Friendship) ที่สร้างขึ้นเพื่อเชื่อมมัสยิดเข้ากับโบสถ์คาทอลิกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม มีลานจอดรถที่สามารถแชร์กันได้ ในวันที่ฝั่งโบสถ์มีงานก็สามาถมาจอดรถฝั่งมัสยิดได้ หรือวันที่มัสยิดมีงานก็ใช้ที่จอดรถฝั่งโบสถ์ได้ คนก็เดินผ่านอุโมงค์ง่ายๆไปมาถึงกันได้ง่ายๆ ถือว่า Sukarno เป็นคนที่จิตวิทยาสุดยอดเลยสามารถรวมคนหลายชาติพันธุ์ ต่างศาสนาให้เป็นประเทศเดียวกันได้



📍 National Monument

National Monument

National Monument หรือที่คนท้องถิ่นเรียกว่า Monas ย่อมาจาก Monumen Nasional เป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญที่สุดของจาการ์ตาและประเทศอินโดนีเซีย

สัญลักษณ์แห่งเอกราช: สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการต่อสู้เพื่ออิสรภาพของชาวอินโดนีเซียจากเนเธอร์แลนด์

ใต้ดิน มีพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ของอินโดนีเซียตั้งแต่ยุคโบราณจนถึงยุคประกาศอิสรภาพ เป็นส่วนที่น่าสนใจไม่น้อยเลยจริงๆ

ชั้นสองเป็นดาดฟ้าดูวิว ทำกิจกรรม ไม่ค่อยมีคนขึ้นเพราะไม่ได้มีอะไร

แต่ส่วนที่ยอดฮิตที่สุดคือ ต้องต่อแถวยาวเหยียด รอนานเป็นชั่วโมงเพื่อขึ้นลิฟท์ไปที่ชั้นบนสุด สามารถชมวิวเมืองจาการ์ตาแบบ 360 องศาได้ (แนะนำให้ไปเช้าๆ)

การชำระเงิน: ต้องใช้บัตร JakCard ซื้อตั๋วเท่านั้น นักท่องเที่ยวจะมีได้ยังไง ไม่เป็นไร ก็ซื้อตรงเคาเตอร์พร้อมตั๋วนั่นแหล่ะ สรุปคือ บังคับซื้อ JakCard ควบตั๋ว นั่นเอง



สรุป Jakarta 1 เดือน

วิดีโอ ไดอารี่เที่ยว Jakarta


🏢 ที่พัก Jakarta

ที่พัก Jakarta

พวกเราจองจาก airbnb 1 เดือน 12,200 บาท รวมทุกอย่างแล้ว เป็นคอนโดเหมือนที่ไทย แต่ห้องเล็กๆน่าจะ 25 ตร.ม.เท่านั้น

แต่สิ่งที่ไม่เหมือนคือ เครื่องมิเตอร์ไฟ (รูปขวาบนที่มีไฟขึ้น) นอนอยู่ดีๆเครื่องร้องสัญญาณไฟขึ้น สรุปว่าเป็นแบบเติมเงิน คือเราต้องไปซื้อเครดิตที่นิติฯ เช่น ขอซื้อไฟ 200 บาท ก็จะได้รหัสมา แล้วเราก็กดรหัสที่ได้ที่แป้น เราก็จะได้ใช้ไฟต่อแล้ว เกิดมาเพิ่งเคยเห็น ไฟแบบระบบเติมเงิน (เจ้าของคืนเงินให้ เพราะเขาลืมเติมไฟ😅)

ที่พักที่นี่จะว่าสบายก็สบายนะ สะอาด หรูหรา ชั้นสูง ตึกข้างๆมีที่จอดเฮลิคอปเตอร์ เห็นลงจอดดาดฟ้า แล้วคนก็เดินไปงานแต่งงาน เสียงดังแบบอย่างนี้ก็ได้หรอ

อีกเรื่องที่ทำให้เราต้องคิดหนักว่าจะกลับไปอีกมั้ยคือ มลพิษเยอะมาก เห็นท้องฟ้านั่นมั้ย มัวๆไม่ใช่กล้องมัวนะ มันคือฝุ่นกับอะไรไม่รู้ เพราะตอนออกไปข้างนอกจะมีกลิ่นเหม็นๆตลอด ไม่เคยหายใจทั่วปอดเลยทั้งเดือน ต้องปิดประตูหน้าต่างตลอด ไปไหนก็นั่งแท็กซี่ แม้จะอยู่ใกล้ๆปกติเดินได้ ก็ไม่เดินเพราะไม่เอื้อต่อการเดินและฝุ่นควันพิษ เหม็นมาก

มาถึงวันแรกค่ำแล้วก็ทำอะไรไม่ได้ ก็ซื้ออะไรกินง่ายๆจากร้านสะดวกซื้อใต้ตีก แต่ใช้บัตรไม่ได้ ต้องกด ATM โชคดีที่มีตู้อยู่อันนึงที่ตึก วันต่อมาก็ค่อยออกไปซื้อของมาทำกับข้าวเอง


โรงแรมใน Jakarta ที่แนะนำ

ส่วนใหญ่มาเที่ยวกันไม่กี่วันก็แนะนำให้พักในเมืองดีกว่า ไม่ต้องใช้รถไฟ รถเมล์อะไรหรอก เรียกรถนี่แหล่ะคุ้มที่สุดแล้วสำหรับบรรยากาศแบบนี้ พอตอนจะกลับสนามบินก็ขึ้นรถไฟด่วนไปสนามบินได้เลย

  • Hotel Borobudur (2,800 บาท) หรูหรา 5 ดาว ใกล้โบสถ์ มัสยิด Monas เดินไปได้เลย
  • Merlynn Park Hotel (1,500 บาท) หรูหรา 5 ดาว ใจกลางแหล่งท่องเที่ยวในราคาสุดคุ้ม
  • favehotel PGC Cililitan (800 บาท) มาตรฐาน 3 ดาว ใกล้ Old quarter และ China town


🍽️ อาหารการกิน

อาหารการกิน

คำที่ต้องได้ยินแน่นอนคือ Sambal (น้ำพริก) ที่มาหลายอย่าง แต่ด้วยลิ้นติดเผ็ดของเรา อยากเรียกมันว่าซอสมากกว่า เพราะมันไม่เผ็ดเลย ไม่จัด ออกหวานๆด้วยซ้ำ ไหนว่าเป็นเมืองแห่งเครื่องเทศ แต่เท่าที่กินมา 1 เดือน ไม่มีอันไหนเครื่องเทศจัดเลย จืด หวาน เหมือนอาหารจีนมากกว่า ส่วนปริมาณเหมือนให้เด็กกิน ตักกับข้าวมากระหยุมกระหยิม เหมือนให้ชิม ราคาเมื่อเทียบกับคุณภาพแล้วถือว่าสูงกว่ารสชาด

อาหารที่เหมือนอาหารประจำชาติคือบะหมี่ซอง ลองไปซุปเปอร์มาร์เก็ตได้เลย เรียงกันเป็นแถบ หลายยี่ห้อมากๆ หยิบมาเกือบทุกยี่ห้อ ทุกรสชาดแล้ว แต่ไม่ถูกปากเลยแม้แต่อันเดียว (มาม่าต้มยำน้ำข้นคือที่หนึ่งในใจเรา)

Nasi Goreng (ข้าวผัดอินโด) และของทอดอื่นๆ น้ำมันเยอะมาก อมน้ำมันสุดๆ บางอย่างเค็มเกินไป

Sate (สะเต๊ะ) อันนี้หมายมั่นปั้นปากมากินเลย ปรากฎว่าน้ำเหลวมาก จืดมาก

เครื่องดื่ม น้ำแข็งใส คือหวานสุดใจ

ทั้งนี้ นี่คือประสบการณ์ส่วนตัวในสไตล์การกินแบบประหยัด เข้าร้านแบบชาวบ้านท้องถิ่น ข้างถนน อาจแตกต่างจากร้าน Cuisine พรีเมียมทั้งหลาย

ก่อนมานึกว่าค่าอาหารจะถูกนะ แต่มาจริงๆคือ พอๆกับกรุงเทพฯ แต่กรุงเทพฯมีหลายหลายและอร่อยกว่ามาก

แต่การเดินทาง เราไม่ได้มาเพื่อหาของอร่อย เจอก็ดีใจ ไม่มีก็กินได้หมด ไม่ได้กินไปตลอด แค่บันทึกความรู้สึกให้ตัวเองจำว่า ตอนนั้นรู้สึกยังไง ไม่แน่ว่าไปอีก อาจจะแตกต่างกันก็ได้



💰 สรุปค่าใช้จ่าย

สรุปค่าใช้จ่าย

  • ค่าเครื่องบินจากปีนังไปจาการ์ตา 7,998 บาท
  • ค่ากิน ค่าของใช้ 13,940 บาท
  • ค่าเดินทาง 826 บาท
  • ค่าที่พัก 12,195 บาท
  • ค่าซื้อของพิเศษ 1,403 บาท

รวม 1 เดือน สองคน 36,362 บาท



💬สรุปความรู้สึก
  • ควันพิษ ฝุ่น pm 2.5 เยอะมากๆ กลิ่นควันเผาเยอะ ไม่เหมาะกับการเดินเล่น
  • เดินข้างถนนไม่สะดวกเลย ข้ามถนนลำบาก เพราะส่วนใหญ่ไม่เดินกัน ขับรถอย่างเดียว
  • การเดินทางใช้วิธีเรียก Gojek ราคาถูกมาก
  • อาหารไม่มีอะไรโดดเด่นสำหรับพวกเรานัก แต่ที่ถูกและกินบ่อยคือ น้ำมะพร้าว กับน้ำทุเรียนปั่น
  • ที่พักราคาไม่แพง พวกเราอยู่คอนโดหรูในราคาแค่หมื่นต้นๆ ถ้าใช้วิธีอยู่แต่ในห้อง จะไปไหนก็เรียกรถ แบบนี้ก็สบายอยู่
  • มีห้างเยอะมากๆ สินค้าต่างๆคล้ายอยู่ในกรุงเทพฯมาก
  • กด atm จำกัดจำนวนเงิน ได้ครั้งละ 2.5 ล้าน วันละ 4-5 ครั้ง
  • ผู้คนเป็นมิตรดี เรียบร้อย ปลอดภัย แต่ความสะอาดขึ้นกับพื้นที่ด้วย เหลื่อมล้ำกันสูงมาก
  • ถ้าซื้อข้าวราดกับข้าว จะให้น้อยมาก จุ๋มจิ๋มเหมือนจะไปไหว้เจ้า แต่ถ้าปริมาณเท่ากันกับที่ไทยราคาก็พอๆกัน แค่ที่นี่จะตักให้น้อย คิดเงินทีละน้อย ตักมากคิดเงินมาก
  • ถ้าจะไปอีกคงคิดดูก่อน เพราะเราอยู่ได้แค่ 30 วัน ต่ออายุก็ไม่ได้ และต้องเสียค่าเครื่องบินไปกลับ
  • ตอนแรกว่าจะไปบาหลีต่อ แต่ดูแล้วยังไม่ใช่จริตเราเลยเอาไว้วันหลัง


รวมลิงค์วิดีโอ

Jakarta (Indonesia) Jul 2024



❰ ย้อน : หน้ารวม < 2024 < Penang

ไปต่อ : Putajaya