สิ่งของต้องห้ามนำขึ้นเครื่องบิน


สรุปสั้น ๆ จำให้ขึ้นใจก่อนขึ้นเครื่อง

⚠️ กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Carry-on): ต้องไม่เกินขนาดและน้ำหนักที่กำหนด
⚠️ พาวเวอร์แบงก์ (Power Bank): ต้องใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องเท่านั้น ห้ามโหลดใต้เครื่อง ห้ามวางบนช่องเก็บเหนือศีรษะ และห้ามใช้งานบนเครื่องบินเด็ดขาด
⚠️ ของเหลว: บรรจุภัณฑ์ต้องไม่เกิน 100 มิลลิลิตร ต่อชิ้น
⚠️ สิ่งของต้องห้าม: ของมีคม อาวุธ วัตถุไวไฟ และวัตถุอันตราย ห้ามนำขึ้นเครื่องเด็ดขาด


⬩➤ 1. การเตรียมกระเป๋าเดินทาง

กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง (Carry-on Baggage)

ผู้โดยสารสามารถนำกระเป๋าขึ้นเครื่องได้ 2 ใบ คือ:

  • กระเป๋า Carry-on 1 ใบ: ขนาดมาตรฐานไม่เกิน ยาว 56 ซม. x กว้าง 36 ซม. x หนา 23 ซม.
  • กระเป๋าส่วนตัวใบเล็ก 1 ใบ: เช่น กระเป๋าโน้ตบุ๊ก หรือกระเป๋าสะพายใบเล็ก

⚠️ ข้อควรระวัง: น้ำหนักรวมของกระเป๋าทั้ง 2 ใบ โดยทั่วไปต้องไม่เกิน 7 กิโลกรัม (บางสายการบินอาจให้น้ำหนักมากกว่านี้ ควรตรวจสอบเงื่อนไขอีกครั้ง)


กระเป๋าโหลดใต้เครื่อง (Checked Baggage)

สายการบินส่วนใหญ่อนุญาตให้น้ำหนักประมาณ 20–30 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับประเภทตั๋ว) หากเป็นชั้นธุรกิจหรือซื้อน้ำหนักเพิ่ม อาจได้ถึง 40 กิโลกรัม

เหมาะสำหรับกระเป๋าใบใหญ่ที่ไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้



⬩➤ 2. Power Bank ต้องใส่ตรงไหน?

พาวเวอร์แบงก์ต้อง เก็บไว้กับตัว/ใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องเท่านั้น และสายการบินระยะไกลส่วนใหญ่จะมีช่องเสียบ USB ให้ชาร์จที่เบาะอยู่แล้ว

ห้าม เก็บพาวเวอร์แบงก์ไว้ในช่องเก็บสัมภาระเหนือศีรษะ

ห้าม ใส่ในกระเป๋าโหลดใต้เครื่อง

ห้าม ใช้พาวเวอร์แบงก์ชาร์จโทรศัพท์บนเครื่องบิน

ห้าม ชาร์จไฟเข้าพาวเวอร์แบงก์จากช่องเสียบของเครื่องบิน


เกณฑ์ความจุพาวเวอร์แบงก์ที่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่อง:

ไม่เกิน 20,000 mAh นำขึ้นเครื่องได้ (ไม่ระบุจำนวนชิ้น)

20,000 – 32,000 mAh นำขึ้นเครื่องได้ ไม่เกิน 2 ก้อน

มากกว่า 32,000 mAh🚫 ห้ามนำขึ้นเครื่องเด็ดขาด




⬩➤ 3. กฎของเหลว 100 มิลลิลิตร

คำว่า “ของเหลว” รวมไปถึง ยาสีฟัน, ครีม, เจล, น้ำหอม, โลชั่น และเครื่องสำอางชนิดเหลว โดยมีหลักการจำง่าย ๆ ดังนี้:

  • ดูที่ขนาดบรรจุภัณฑ์: ขนาดข้างขวด/หลอด ต้องไม่เกิน 100 มิลลิลิตร (ยึดตามเลขบนฉลาก แม้ของเหลวข้างในจะเหลืออยู่นิดเดียวก็ไม่ได้)
  • ความจุรวม: ทุกชิ้นรวมกันต้องไม่เกิน 1,000 มิลลิลิตร
  • การจัดเก็บ: ต้องใส่รวมกันไว้ใน ถุงซิปล็อกใส 1 ใบ

💡 ตัวอย่าง: ยาสีฟันหลอดใหญ่ขนาด 150 มิลลิลิตร แม้จะบีบใช้จนแบนเหลืออยู่แค่ก้นหลอด ก็ไม่สามารถนำผ่านจุดตรวจได้ครับ ส่วนน้ำดื่มต้องดื่มให้หมดก่อนเข้าจุดตรวจ




⬩➤ 4. สิ่งของต้องห้ามนำขึ้นเครื่องบิน

หลักการจำง่าย ๆ คือ “สิ่งที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้โดยสารและเครื่องบิน” จะถูกห้ามทั้งหมด

ห้ามนำขึ้นเครื่อง (✅แต่โหลดใต้เครื่องได้): มีด, กรรไกรขนาดใหญ่, อาวุธทุกชนิด, ปืน, กระบอง และของมีคม (เจ้าหน้าที่อาจขอเปิดกระเป๋าตรวจเพิ่มเติมตอนโหลด)

ห้ามนำไปทุกกรณี (❌ทั้งถือขึ้นเครื่องและโหลดใต้เครื่อง): วัตถุไวไฟ, วัตถุระเบิด และสารเคมีอันตราย

🟠ของมีคมชิ้นเล็ก: กรรไกรตัดเล็บ หรือเข็มกลัด ขนาดเล็ก ส่วนใหญ่สามารถพกขึ้นเครื่องได้ แต่หากไม่มั่นใจ แนะนำให้ใส่กระเป๋าโหลดใต้เครื่องจะชัวร์ที่สุดครับ




⬩➤ 5. อาหารและน้ำดื่ม นำขึ้นเครื่องได้ไหม?

อาหารทั่วไป: อาหารแห้งหรืออาหารที่อยู่ในบรรจุภัณฑ์ปิดสนิทสามารถนำขึ้นเครื่องได้
❌แต่หากเปิดทานแล้วควรทานให้หมดก่อนถึงปลายทาง (บางประเทศ เช่น ออสเตรเลีย เข้มงวดเรื่องการนำเข้าอาหารมาก)

น้ำดื่มและสินค้า Duty Free: หากซื้อจากร้านค้าข้างในหลังผ่านจุดตรวจความปลอดภัยแล้ว สามารถถือขึ้นเครื่องได้ตามปกติ เพราะสินค้าได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยแล้ว




⬩➤ 6. ขั้นตอนการผ่านจุดตรวจความปลอดภัย

ถอดสิ่งของโลหะออกจากตัว: เช่น โทรศัพท์มือถือ, นาฬิกา, เข็มขัด, เหรียญ, กุญแจ และสร้อยคอ นำใส่รวมไว้ในถาดตรวจ

แยกอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชิ้นใหญ่: นำโน้ตบุ๊ก หรือแท็บเล็ต ออกจากกระเป๋ามาวางแยกอีกถาดหนึ่ง

รองเท้าบางประเภท: อาจต้องถอดใส่ถาดสแกนตามที่เจ้าหน้าที่แจ้ง

(หมายเหตุ: หากเครื่องสแกนพบวัตถุต้องสงสัย เจ้าหน้าที่อาจขอเปิดกระเป๋าเพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด)