สิ่งที่การเดินทาง 13 ปี สอนเรา

รีวิวเที่ยว > Think


การเดินทางท่องเที่ยว ไม่ได้ทำให้เป็นอย่างที่คนอื่นคิด แต่เป็นแบบที่เราเป็น


ปีที่ 1-7 เที่ยวต่างประเทศปีละ 1-2 ครั้ง ครั้งละ 5-45 วัน
ปีที่ 8-9 โควิด อยู่บ้าน
ปีที่ 10-13 เปลี่ยนวิถีเที่ยว จากเดิมที่ไปเป็นทริป กลายเป็นเดินทางตลอด ไม่มีบ้านกลับ

อยากแชร์ถึงความเปลี่ยนแปลง


Traveling is about being ourselves, not meeting others’ expectations.


ปีที่ 1-7

แรกๆที่ไปเที่ยวแบบเป็นทริปๆ มันจะรู้สึกถึงการรอคอย ฝึกร้อยวัน รบวันเดียว อะไรแบบนั้น จะตื่นเต้นตั้งแต่จัดของ จัดเข้าจัดออกอยู่นั่นแหล่ะ ทุกอย่างน่าสนใจตั้งแต่ออกจากบ้าน ไปถึงเห็นมดยังน่าสนใจ

มันจะรู้สึกว่าทุกวินาทีมีค่า ไม่อยากหลับตาเลย ถ่ายรูปทุกอย่างเท่าที่ทำได้ ถ่ายไม่ไหวก็เปลี่ยนเป็นถ่ายวิดีโอ ถ่ายทำไมไม่รู้ ถ่ายไว้ก่อน เพราะไม่รู้จะได้มาอีกเมื่อไหร่ นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายของเรา

พอรีดพลังทุกอย่างจนจบทริป กลับบ้านก็หมดสติ กว่าจะฟื้นเข้ารูปเข้ารอยชีวิตประจำวันก็ผ่านไป 1 เดือน พอเริ่มเบื่อ เริ่มมีแรงก็หาที่เที่ยวใหม่ วนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ถ้าไม่มีโควิด จี๊กับอ๊อบก็คงยังเป็นแบบนี้เรื่อยๆ ซึ่งก็ไม่เห็นเป็นอะไร แฮ้ปปี้ดี

ปีที่ 8-9

พอหลังจากโควิด ไม่ใช่สิ เป็นช่วงโควิดเลย ก็เปลี่ยนวิถีเที่ยวแบบไม่รู้ทำไปได้ไง อยากแชร์ว่ามันเป็นอารมณ์แบบเราปวดท้องอยากเข้าห้องน้ำมาก ห้องไหนเปิดเรารีบวิ่งเข้าเลยประมาณนั้น

ปีที่ 10-13

จี๊กับอ๊อบทำต่อมาเรื่อยๆเข้าปีที่ 4 แล้ว แบบอยู่ที่ละ 1 เดือน บางที่ก็ 7 วัน แล้วแต่เมือง และที่จะมาเล่าในโพสต์นี้คืออารมณ์ของเราที่ผ่านมา เผื่อว่าใครคิดอยากลองทำจะได้เตรียมใจได้ถูก

แรกๆมันจะตื่นเต้น ไฟแรง เป็นยอดมนุษย์ทำหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ดีใจได้เที่ยวด้วยกันอยู่ด้วยกันตลอดเวลา โลกสวย อัธยาศัยดี ทุกอย่างเพอร์เฟ็กต์

ต่อมาเริ่มเหนื่อย เริ่มไม่เข้าใจกัน เริ่มมีปัญหากัน แต่พอได้เห็นสิ่งต่างๆภายนอก ก็ทำให้เปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างง่ายดาย

ส่วนใหญ่จี๊จะมีปัญหา โต๊ะเดียวกัน มันอึดอัด นั่งใกล้กันมันแคบ นั่งฝั่งตรงข้ามกันมันก็รำคาญ ที่พักดีอย่างเสียอย่างไม่ถูกใจซักที่ ไม่สะดวก บางแห่งสะดวกก็จะแพงหน่อย กังวลเรื่องเงินอีก ทำให้อ๊อบเอาใจไม่ถูก

ส่วนใหญ่อ๊อบจะมีปัญหาเรื่องมีโลกส่วนตัวสูง อยู่หน้าคอมได้ทั้งวันหลายวันโดยไม่ออกไปไหนก็ได้ ทำให้จี๊เบื่อมาก

สิ่งนึงที่ทำให้เรายังสามารถเดินทางด้วยกันได้คือ การยอมปรับตัวเข้าหากัน ยอมลดบางอย่าง ยอมเพิ่มบางอย่าง

เรื่องงานส่วนตัวก็มีความเครียดพอสมควร แต่ก็ตัดเครียดได้ด้วยสิ่งที่ตัวเองอยากทำ อยากไป

เรื่องทำวิดีโอ ทำคอนเทนต์ต่างๆ มันเป็นงานอดิเรก แรกๆก็แค่อยากระบาย อยากทำเก็บไว้ดู แต่ต่อๆมามันมีเรื่องโซเชียลเข้ามา มันต้องปรับรูป ปรับคำพูด เหมือนการเข้าสังคม ต้องแต่งตัว แต่งหน้า ซึ่งพวกเราเป็นพวก introvert ก็ไม่ค่อยเก่งเรื่องนี้เท่าไหร่ มันก็สนุกดีนะ แต่ความเป็นโลกโซเชียลน่ะ มันมีทั้งเรื่องที่ชอบและไม่ชอบเนอะ

บางทีก็ถามตัวเองว่าเราทำไปทำไม ได้อะไร

มันก็มีทั้งความเครียด ความสนุก ความเติบโต ความเรียนรู้ จากที่ทดลองทำหลายๆอย่าง ทำให้รู้สึกตัวเองมากขึ้นว่าเราสนุกกับอะไร เราเครียดกับอะไร สรุปได้ว่า คิดอะไรไม่ออกก็ทำสิ่งที่อยากทำไปก่อน อะไรเครียดๆไม่อยากทำก็ไม่ทำ

บางทีในหัวมีความยุ่งๆฟุ้งๆ นู่นก็ต้องทำ นี่ก็อยากทำ นั่นก็ยังไม่ได้ทำ พอเลิกทุกอย่างนอนเฉยๆ ตื่นมาลืมไปแล้ว เจอโลกโซเชียล ฟุ้งๆอีก นอน ตื่น ลืม ห้องไม่สะดวก เหม็นหน้าคนข้างๆ ไปเที่ยวข้างนอกว้าวๆ สูดอากาศ กินของแปลกๆ อารมณ์ขึ้นๆลงๆตลอดเวลา

เคยถามกันเองว่า ทำไมเราไม่กลับไปอยู่ไทย แล้วมาเที่ยวเป็นทริปเหมือนเดิม เหมือนพยายามรีวิวชีวิตว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

คือแค่คิดก็รู้สึกหดหู่กันแล้ว มันไม่ใช่ไม่ดีนะ มันสะดวกสบาย มันเป็น comfort zone แต่เราต้องอยู่ที่เดียวไปเป็นปี และด้วยความขี้เกียจของพวกเรา เรารู้ตัวดีว่าเรารากงอกง่าย

แต่การตกลงกันว่าต้องเปลี่ยนเมืองทุกเดือน มันเป็นการบังคับตัวเองให้เปลี่ยนแปลง พร้อมปรับตัวในแต่ละที่ และเราก็อยากไปเห็นไปสัมผัสที่ใหม่ๆเป็นตัวดึงให้เราก้าวขาออกได้

เราต้องการอะไร

เราแค่ต้องการเห็นสิ่งใหม่ๆ ไม่ต้องแปลกก็ได้ ไม่ต้องตื่นเต้นก็ได้ แค่เป็นสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ

ไม่ได้ต้องการสร้างคอนเทนต์ที่ต้องหาคนคุย หาสาระ หาความบันเทิงให้ผู้ชม

จริงๆแล้ว GoNoGuide ไม่ใช่ content creator หรือ Youtuber ด้วยซ้ำ เพราะแบบนั้นต้องทำเพื่อให้มียอดวิวสูงเพื่อให้มีสปอนเซอร์มาลงโฆษณา หรือรับงานรีวิว มันดีนะ แต่มันแค่ไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการเท่านั้นเอง

ถ้าให้พูดกันแบบไม่รักษาลุคเลยนะ GoNoGuide ก็แค่สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระบายของจี๊กับอ๊อบ

พวกเราเริ่มขอวีซ่าจากการทำงานส่วนตัว เงินไม่เยอะ แต่ก็ผ่าน อ๊อบเลยอยากระบายวิธีการทำวีซ่า ไม่อยากให้ไปเสียเงิน บางคนบอกว่า 30,000-50,000 บาท แค่วีซ่านะ ไม่ใช่ค่าเที่ยว

จี๊ไปเที่ยวอยากถ่ายวิดีโอเก็บไว้ดู มีที่เก็บที่เดียวคือ ยูทูป

อ๊อบอยากพูดความเห็น คือพูดมากจริงๆ จี๊ฟังคนเดียวก็รำคาญ เลยลงวิดีโอในยูทูปไปด้วย

ทุกอย่างเกิดขึ้นจากความที่อยากทำก็ทำ ไม่อยากทำก็ไม่ทำ

แต่บางครั้งมันก็หลุดเข้าไปในโลกที่เราไม่ได้อยาก ก็ต้องหยุดคิด และถอยออกมาอยู่ในโลกที่เราอยากอยู่

เดินทางไปหลายที่ ไม่ได้เป็นอย่างที่คนอื่นคิด

ไม่ได้เก่งภาษาขึ้นเลย แค่กล้าสื่อสารกับคนให้รู้เรื่องมากขึ้น ในทางกลับกัน ภาษาไทยยิ่งแย่ลงไปอีก

ไม่ได้รู้จักคนมากขึ้นเลย แค่พบเจอคนหลากหลายมากขึ้น ในทางกลับกัน รู้จักคนน้อยลง เพื่อนน้อยลง

ไม่ได้ฉลาดขึ้นเลย แค่เข้าใจโลกมากขึ้น ในทางกลับกัน รู้สึกว่าโง่ลงด้วยซ้ำ

ไม่ได้วางแผนเก่งขึ้นเลย แค่ไปได้โดยไม่ต้องวางแผนอะไร ในทางกลับกัน ไม่รู้อะไรก่อนเลย คิดทีละ step

ไม่ได้ไม่เจอปัญหาเลย แค่ไม่ได้เห็นว่ามันคือปัญหาใหญ่ ในทางกลับกัน เราเจอปัญหาตอนเดินทางเยอะกว่าเมื่อก่อนอีก เพราะไม่ได้วางแผนอะไร ไม่รู้อะไรก่อนไป

ไม่ได้ไปทั่วโลก แค่ไปที่ที่พอไหวจะไปได้ ในทางกลับกัน พวกเราไม่ได้ต้องการไปเก็บจำนวนประเทศ สะสมจำนวนเมือง

จี๊กับอ๊อบ ไปกี่ประเทศ กี่เมือง ไม่รู้ ไม่เคยนับ รู้แต่ว่า 13 ปีที่ผ่านมา เป็นประสบการณ์ที่ประเมินค่าไม่ได้จริงๆ

และสิ่งที่สัมผัสได้คือ ตัวเราเล็กลง ไม่ใช่ผอมลงนะ แต่หมายถึงความที่เคยรู้สึกว่าโลกหมุนรอบตัวเองมันหายไป เราเป็นแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆเดินไปเดินมา เอาตัวรอดให้ได้ มีความสุขให้เป็น ไม่แบกสิ่งที่ทำให้เราเดินไม่ได้

ปีที่ 15 พักผ่อน

เป็นปีที่คิดจะพักจริงจัง เพราะต้องบาลานซ์เรื่องเงิน และอนาคต ทั้งเห็นโอกาสการลงทุน แต่ต้องเก็บเงินก่อน ทั้งอยากเคลียร์สมองให้โล่ง ทั้งอยากนอนให้เต็มที่ ทั้งไม่อยากเสียเวลาไปกับการหาที่พักใหม่ทุกเดือน เซ็ทอัพสถานที่ใหม่ เรียนรู้การดำรงชีพใหม่

เพราะกระบวนการพวกนี้กินเวลาไปร่วมสัปดาห์ มันจะสนุกมากถ้าไม่ต้องห่วงเรื่องเงิน แต่เราโลภมากทั้งต้องการใช้ชีวิต ทั้งต้องการอนาคตที่ดี อยากทำแบบนี้ได้ต่อไป ไม่ใช่รีบจนเบิร์นเอาท์ ที่สำคัญที่สุดคือเราต้องเลือกบางอย่าง และต้องเสียบางอย่าง เราก็เลยต้องพักก่อน

พักนานแค่ไหนเราเองก็ไม่รู้ ตัดรอบทุก 6 เดือน เช่าห้องที่ไทย 6 เดือนก่อน ถ้ายังรู้สึกว่าต้องการเวลาอีก ก็ค่อยเปลี่ยนที่อีก 6 เดือน แล้วค่อยคิด เอาความรู้สึกเป็นตัวตั้ง แต่ใช้สมองเป็นตัวพาไป

บันทึกนี้ก็หวังว่าจะเป็นประโยชน์ และหวังว่าตัวเองในอนาคตจะภูมิใจตัวเองในอดีตนะ