ใบการันตี ขอวีซ่า

วีซ่า > พื้นฐานการขอวีซ่า


“หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย (ใบการันตี)” คืออะไร?
พร้อมวิธีขอของแต่ละประเทศ

“หนังสือรับรองค่าใช้จ่าย” หรือที่เรียกกันง่ายๆ ว่า “ใบการันตี”

เอกสารนี้คือใบที่ทางการของประเทศนั้นๆ ได้ตรวจสอบสถานะทางการเงินและความพร้อมของผู้เชิญ (Sponsor) เรียบร้อยแล้ว ว่าสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้กับผู้ยื่นวีซ่าได้จริง แต่… ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะมีใบการันตีแบบเป็นทางการออกให้! ถ้าประเทศไหนไม่มี ผู้เชิญก็ต้องส่งหลักฐานการเงินของตัวเองมาให้ผู้ยื่นแทน


❓ ผู้เชิญต้องส่งหลักฐานการเงินไหม?

เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับ “รูปแบบการเชิญ” เป็นหลัก โดยแบ่งออกเป็น 2 กรณีดังนี้

⬩➤ กรณีที่ 1: ผู้เชิญออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

สิ่งที่ผู้เชิญต้องส่ง: ต้องส่งทั้ง ใบการันตี (หรือหลักฐานการเงิน) และ จดหมายเชิญ

ฝั่งผู้ยื่นวีซ่า: อาจไม่จำเป็นต้องมีเงินในบัญชีเลยก็ได้ หรือต่อให้กำลังว่างงานอยู่ก็สามารถยื่นวีซ่าได้ครับ


⬩➤ กรณีที่ 2: ผู้เชิญให้ที่พักเท่านั้น (ไม่ได้ออกค่าใช้จ่ายอื่นให้)

สิ่งที่ผู้เชิญต้องส่ง: ส่งแค่ จดหมายเชิญ เท่านั้น ไม่ต้องส่งใบการันตีหรือหลักฐานการเงิน

ฝั่งผู้ยื่นวีซ่า: ตัวผู้ยื่นต้องมีสถานะทางการเงินและหน้าที่การงานที่มั่นคง เพื่อแสดงให้สถานทูตเห็นว่าสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเดินทางและกินอยู่ของตัวเองได้ทั้งหมด




รูปแบบใบการันตีของแต่ละประเทศ (แบ่งตาม 3 กลุ่มหลัก)

ข้อกำหนดของแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน บางประเทศต้องขอจากหน่วยงานรัฐ บางประเทศแค่กรอกฟอร์ม หรือบางประเทศใช้แค่จดหมายเขียนเอง

⬩➤ กลุ่มที่ 1: ประเทศที่ต้องขอ “ใบรับรองค่าใช้จ่ายจากทางการ” เท่านั้น

เงื่อนไขสำคัญ: ต้องมีตราปั๊มรับรองจากหน่วยงานรัฐ และผู้เชิญต้องส่งเอกสารตัวจริงมาทางไปรษณีย์เท่านั้น

ขั้นตอนย่อ: ผู้เชิญต้องนำหลักฐานการเงินทั้งหมดไปให้หน่วยงานในเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่ตรวจสอบก่อน ถึงจะได้ใบการันตีนี้มา

ข้อดี: วีซ่ากลุ่มนี้มีโอกาสผ่านค่อนข้างสูงมาก เพราะรัฐบาลปลายทางคัดกรองมาให้แล้วระดับหนึ่ง (แต่แนะนำว่าผู้ยื่นควรเตรียมเอกสารการเงินของตัวเองเผื่อไว้ด้วย ส่วนจดหมายเชิญที่เขียนเอง ไม่ได้บังคับ แต่ถ้าทำแนบไปด้วยจะดีมาก)


ชื่อเรียกใบการันตีและสถานที่ติดต่อของแต่ละประเทศ:

🇩🇪 เยอรมนี : เรียก Verpflichtungserklärung ➔ ติดต่อที่ Immigration office (Ausländerbehörde)

🇫🇷 ฝรั่งเศส : เรียก Attestation d’accueil ➔ ติดต่อที่ ศาลากลางจังหวัด (Mairie)

🇳🇱 เนเธอร์แลนด์ : เรียก Proof Of Sponsorship and/or private accommodation ➔ ติดต่อที่ Dutch Municipality (เทศบาลเมือง)

🇪🇸 สเปน : เรียก Invitation form (Yellow Paper) ➔ ติดต่อที่ สถานีตำรวจ (Policia Nacional)

🇵🇹 โปรตุเกส : เรียก Termo de responsabilidade ➔ ติดต่อที่ ศาลากลางจังหวัด (Town Hall)

🇦🇹 ออสเตรีย : เรียก Elektronische Verpflichtungserklärung (EVE) ➔ ติดต่อที่ สถานีตำรวจ

🇭🇺 ฮังการี : เรียก Letter of Invitation ➔ ติดต่อที่ Immigration office

🇵🇱 โปแลนด์ : เรียก Polish Authorities (Invitation ZAPROSZENIE) ➔ ติดต่อที่ Town Hall

🇧🇪 เบลเยี่ยม : เรียก Guarantee Letter และ Family Composition ➔ ติดต่อที่ Municipality (เทศบาล)

🇨🇿 เช็ก : เรียก Invitation form ➔ ติดต่อที่ สถานีตำรวจ

🇱🇺 ลักเซมเบิร์ก : เรียก Engagement de prise en charge (หนังสือค้ำประกัน) ➔ ติดต่อที่ กระทรวงการต่างประเทศและยุโรป (Ministère des affaires étrangères et européennes)

🇸🇰 สโลวาเกีย : เรียก Original official invitation ➔ ติดต่อที่ สถานีตำรวจ

🇬🇷 กรีซ : เรียก Invitation Letter ➔ วิธีการคือ ผู้เชิญเขียนจดหมายเชิญเอง แล้วนำไปให้สถานีตำรวจที่นู่นรับรอง จากนั้นทางตำรวจจะส่งตรงมาที่สถานทูตกรีซในประเทศไทยก่อนที่เราจะไปยื่นวีซ่า (ผู้เชิญไม่ต้องส่งใบนี้มาให้ผู้ยื่น)


⬩➤ กลุ่มที่ 2: ประเทศที่ “แค่กรอกแบบฟอร์ม” (ไม่ต้องผ่านทางการ)

เงื่อนไขสำคัญ: ไม่ต้องมีตราปั๊มจากหน่วยงานรัฐ ผู้เชิญแค่นำแบบฟอร์มมาเขียน กรอกข้อมูล เซ็นชื่อ แล้วส่งให้ผู้สมัครได้เลย (ไม่ต้องส่งให้ทางการตรวจ) สามารถดาวน์โหลดฟอร์มได้จากเว็บไซต์ทางการหรือศูนย์ยื่นวีซ่า

💡 คำแนะนำเพิ่มเติม: เนื่องจากฟอร์มกลุ่มนี้ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบจากทางการ แปลว่าสถานทูตยังไม่เห็นหลักฐานการเงินของผู้เชิญ ดังนั้น ผู้เชิญควรแนบ “จดหมายเชิญ / หลักฐานการงาน / หลักฐานการเงิน” เพิ่มเติมมาด้วย (หลายครั้งผู้เชิญมักเข้าใจผิดว่ากรอกฟอร์มแล้วจบ ทำให้เอกสารไม่แน่นพอ)


แบบฟอร์มของแต่ละประเทศ:

🇳🇿 นิวซีแลนด์ : ใช้แบบฟอร์มสนับสนุน INZ1025

🇳🇴 นอร์เวย์ : ใช้แบบฟอร์ม VU2 (มีทั้งระบบออนไลน์และแบบปริ้นต์มากรอกเอง)

🇸🇪 สวีเดน : ใช้แบบฟอร์ม Appendix E

🇩🇰 เดนมาร์ก : ใช้แบบฟอร์ม VU2

🇮🇸 ไอซ์แลนด์ : ใช้แบบฟอร์ม UTL (Útlendingastofnun)

🇮🇹 อิตาลี : กรอกแบบฟอร์ม Dichiarazione Garanzia + แนบใบรับรองการเงินจากธนาคารที่เรียกว่า Finanziariaromana


⬩➤ กลุ่มที่ 3: ประเทศที่ “ใช้แค่จดหมายเชิญเขียนเอง”

เงื่อนไขสำคัญ: ประเทศกลุ่มนี้ทางการไม่มีใบการันตีสำเร็จรูปให้ทำ ดังนั้นผู้เชิญต้อง เขียนจดหมายเชิญขึ้นมาเอง (Letter of Invitation) และจำเป็นต้องแนบ “หลักฐานการเงิน” เพื่อยืนยันว่ามีเงินพอร์ตพอร์ตที่จะดูแลเราได้จริง รวมถึง “หลักฐานที่อยู่” เพื่อยืนยันว่ามีที่พักให้เราพักอาศัยจริง


รายชื่อประเทศและเงื่อนไขเพิ่มเติม:

  • 🇨🇭 สวิตเซอร์แลนด์
  • 🇪🇪 เอสโตเนีย
  • 🇸🇪 สวีเดน
  • 🇬🇧 อังกฤษ
  • 🇮🇪 ไอร์แลนด์
  • 🇦🇺 ออสเตรเลีย
  • 🇳🇿 นิวซีแลนด์
  • 🇨🇦 แคนาดา
  • 🇫🇮 ฟินแลนด์ : (เงื่อนไขเพิ่ม) ผู้ยื่นวีซ่าต้องมีเงินในบัญชีตัวเองให้เพียงพอด้วย อย่างน้อย 30 ยูโร × จำนวนวันที่เดินทาง
  • 🇩🇰 เดนมาร์ก : (เงื่อนไขเพิ่ม) ผู้ยื่นวีซ่าต้องมีเงินของตัวเองให้เพียงพอ อย่างน้อย 350 DKK × จำนวนวันที่เดินทาง (สำหรับวีซ่าเยี่ยมเยียนเดนมาร์ก แม้มีคนเชิญ คนถูกเชิญก็ยังจำเป็นต้องมีเงินเก็บหลักแสนในบัญชีครับ)
  • 🇺🇸 อเมริกา : เป็นประเทศข้อยกเว้นพิเศษ เพราะในขั้นตอนสัมภาษณ์แทบจะไม่ดูเอกสารรับรองเหล่านี้เลย จะเน้นการสัมภาษณ์และเอกสารส่วนตัวของผู้ยื่นเป็นหลัก



ผู้เชิญไม่ได้อยู่ประเทศบ้านเกิด

เช่น “แฟนเป็นคนประเทศ A แต่ตอนนี้มาทำงานอยู่ประเทศ B (หรืออยู่ไทย) แต่อยากเชิญให้เราไปเที่ยวประเทศ A บ้านเกิดของเขาด้วยกัน จะสามารถขอวีซ่าเยี่ยมเยียนได้ไหม?”

คำตอบคือ “ได้!” แต่ปัญหาคือ แฟนจะไม่สามารถเดินไปทำ “ใบการันตีแบบเป็นทางการ” ที่หน่วยงานรัฐในประเทศบ้านเกิดของตัวเองได้เพราะตัวไม่ได้อยู่ที่นั่น แล้วแบบนี้จะต้องเตรียมเอกสารและยื่นวีซ่าอย่างไร? เราสามารถแบ่งวิธีรับมือออกเป็น 2 รูปแบบ ตามข้อกำหนดของแต่ละประเทศดังนี้:

⬩➤ รูปแบบที่ 1: กรณีประเทศบ้านเกิดผู้เชิญ “ไม่ต้อง” ขอใบการันตีจากทางการ

(หมายถึง ประเทศนั้นไม่มีใบการันตีสำเร็จรูปให้ทำ หรือกลุ่มประเทศที่แค่กรอกฟอร์ม/เขียนจดหมายเชิญเอง)

หากประเทศบ้านเกิดของเขาจัดอยู่ในกลุ่มนี้ วิธีการจะง่ายมากครับ ให้ทำเหมือนการขอวีซ่าเยี่ยมเยียนทั่วไปได้เลย ดังนี้:

เอกสารเพิ่มเติม: ผู้เชิญต้องแนบหลักฐานการเงินของตัวเองส่งมาด้วย เพื่อยืนยันว่าสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้เราได้จริง

สิ่งที่ผู้เชิญต้องทำ: ให้ผู้เชิญกรอกแบบฟอร์มการันตี (สำหรับบางประเทศที่มีฟอร์ม) หรือเขียนจดหมายเชิญ (Letter of Invitation) ขึ้นมาเอง

การส่งเอกสาร: เขียนเซ็นเสร็จแล้ว สามารถถ่ายรูปหรือสแกนส่งมาให้ผู้ยื่นวีซ่าทางอีเมลได้เลยครับ


⬩➤ รูปแบบที่ 2: กรณีประเทศบ้านเกิดผู้เชิญ “ต้อง” ไปขอใบเชิญจากทางการเท่านั้น

(เช่น เยอรมนี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์, เบลเยี่ยม, สเปน, โปแลนด์, ออสเตรีย, โปรตุเกส)

เนื่องจากกลุ่มประเทศเหล่านี้กำหนดว่าต้องใช้ใบการันตีตัวจริงที่มีตราปั๊มจากหน่วยงานรัฐในประเทศนั้นๆ เท่านั้น แต่ตัวผู้เชิญดันอยู่ต่างประเทศ ไม่สามารถไปทำเองได้ เราจึงสามารถเลือกแก้ปัญหาได้ 2 วิธี:


วิธีที่ 1: ให้ญาติของผู้เชิญที่อยู่ที่นั่นเป็นคนเชิญแทน (กรณีมีญาติอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด)

  • แนวทาง: ให้ญาติของผู้เชิญ (เช่น พ่อหรือแม่ของแฟน) ที่พำนักอยู่ในประเทศนั้น เป็นคนไปติดต่อหน่วยงานรัฐเพื่อขอออกจดหมายเชิญหรือใบการันตีให้เราแทน
  • 💡 สิ่งที่ต้องระวัง: วิธีนี้แอบมีโอกาสผ่านวีซ่าน้อยลงกว่าปกติเล็กน้อย เพราะสถานทูตจะเพ่งเล็งเรื่อง “ความสัมพันธ์” ระหว่างตัวผู้ยื่นวีซ่ากับญาติของผู้เชิญด้วยครับ
  • วิธีแก้ให้เอกสารแน่นขึ้น:
    1. ให้พ่อแม่หรือญาติของแฟนเป็นคนเขียนจดหมายเชิญหลัก
    2. ให้ตัวแฟนของเราเขียนจดหมายเชิญร่วมด้วยอีกฉบับ (เพื่ออธิบายความสัมพันธ์)
    3. ส่งหลักฐานการเงินแนบไปด้วย โดยจะใช้เป็นหลักฐานการเงินของตัวแฟน หรือของญาติที่เป็นคนเชิญแทนก็ได้ครับ

วิธีที่ 2: เปลี่ยนมาขอวีซ่าท่องเที่ยว โดยให้ผู้เชิญเป็นสปอนเซอร์ (กรณีไม่มีญาติ หรือไม่อยากรบกวนใคร)

วิธีการเตรียมเอกสาร: ในการยื่นวีซ่าท่องเที่ยวครั้งนี้ ให้ระบุว่า “ผู้เชิญ (แฟน) เป็นสปอนเซอร์ (Sponsor) ออกค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวครั้งนี้ให้ทั้งหมด” โดยแนบเอกสารการงานและการเงินของแฟนเพื่อค้ำประกัน แต่อ้างอิงการเดินทางเป็นการไปเที่ยวด้วยตัวเองแทนการไปเยี่ยมเยียน

แนวทาง: หากแฟนไม่มีญาติอยู่ที่ประเทศบ้านเกิดเลย ไม่มีใครทำเรื่องเชิญให้ได้ หรือเราไม่อยากไปรบกวนคนอื่น ให้เปลี่ยนแผนมาทำเรื่องขอ “วีซ่าท่องเที่ยว” ไปประเทศนั้นแทน



วิดีโอ

วีซ่าเยี่ยมเยียน เดนมาร์ก คนถูกเชิญยังต้องมีเงินเป็นแสน

▶️ ผู้เชิญไม่ได้อยู่ประเทศตัวเอง ขอวีซ่าเยี่ยมเยียนได้มั้ย ▶️ วีซ่าเยี่ยมเยียน ต้องมีใบการันตีมั้ย ▶️ วีซ่าเยี่ยมเยียน มีแค่ใบการันตีพอมั้ย