❰ ย้อน : หน้ารวม < 2021 < Montenegro
ไปต่อ : กลับเข้าเชงเก้น ❱
เที่ยวโครเอเชีย
Croatia Jan-Mar 2022
เมืองท่า
เมืองรอง
แผนที่ Croatia Jan-Mar 2022
หมุดสีดำ คือ รถไฟ กระเช้า ขนส่งต่างๆ
หมุดสีส้ม คือ จุดชมวิว ที่เที่ยวสำคัญ
วีซ่า
ปีที่เดินทางคือปี 2022 ซึ่งโครเอเชียยังอยู่นอกเชงเก้น สามารถใช้วีซ่าเชงเก้น อยู่โครเอเชียได้ถึง 90 วัน โดยไม่หักวันวีซ่าเชงเก้น
เนื่องจากพวกเรารู้มาว่า ปีหน้า (2023) โครเอเชียจะเข้าร่วมเชงเก้น เราเลยรีบใช้สิทธิ์นี้ก่อน
ทั้งดีใจที่ได้ใช้สิทธิ์นี้เป็นครั้งสุดท้าย และเสียใจที่โครเอเชียเข้าร่วมเชงเก้น เพราะโครเอเชียเป็นประเทศที่อยากมาอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าเข้าเชงเก้นแล้วก็ต้องนับวันรวมในเชงเก้น ซึ่งการใช้โครเอเชียเป็นที่พักวีซ่าก็จะหมดไปนั่นเอง
การเดินทาง
แผนที่ จาก Budva ไป Dubrovnik
วิดีโอ จาก Budva ไป Dubrovnik
ในทริปนี้ จี๊กับอ๊อบเดินทางมาจาก Montenegro ด้วยบัสระยะไกล จองในเว็บ getbybus.com จากเมือง Budva ไปยังเมือง Dubrovnik
การเดินทางในโครเอเชีย
ไม่ต้องห่วง คล้ายกับประเทศในเชงเก้นเลย การขนส่งดีมาก สะดวก และราคาแรง😅 ส่วนใหญ่ใช้บัสท้องถิ่น บัสระยะไกล แต่ไม่ได้ใช้รถไฟเลย เห็นมีคนขึ้นรถไฟเหมือนกัน แต่มีน้อยมาก
📍 วิวระหว่างเดินทางจาก Montenegro ไป Dubrovnik
(อ่านต่อ▼)
ต้องบอกก่อนว่าพวกเราไม่ได้รู้ว่ามีที่เที่ยวอะไร ไม่รู้จะทำอะไร ไม่รู้แม้กระทั่งมันจะสวยมั้ย วิธีคือดูแผนที่แล้วเห็นเมืองนี้ดูมีชุมทางถนนเยอะดี อย่างมากก็แค่ค้นว่า Top destination in Croatia ก็มีชื่อนี้ขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ รวมถึง Zagreb เมืองหลวงของโครเอเชียด้วย
แต่พวกเราไม่อยากย้อนขึ้นไปเมืองหลวง ไม่อยากอยู่ในเมืองใหญ่ ไม่ใช่ไม่ดี แต่อยากเก็บไว้โอกาสถัดไป
Dubrovnik จึงเป็นสถานที่เหมาะสม และใกล้ที่สุดเมื่อเดินทางจาก Budva
บอกตามตรงว่า “รักแรกพบ” กันเลย ตอนแรกไม่ได้คาดหวังอะไรเลย พอเห็นแว้บแรกจากรถบัสที่กำลังจะเข้าเมือง โอ้โห นั่นเมืองอะไรน่ะ สวยจัง อ้าว เมืองที่เรากำลังจะไปนี่เอง
Dubrovnik (Croatia)
เนื่องจาก Dubrovnik มีส่วนที่น่าสนใจหลายจุดมากๆ ขอวงสีแดงไปทีละจุดนะ
Old Town (Dubrovnik)
📍 ประวัติ Old Town (Dubrovnik)
(อ่านต่อ▼)
เสรีภาพ: Dubrovnik เป็นหนึ่งในรัฐแรกๆ ของโลกที่สั่งยกเลิกการค้าทาส (ในปี ค.ศ. 1416) สะท้อนถึงความคิดที่ก้าวหน้ามากในยุคนั้น
วิศวกรรมการป้องกัน: กำแพงเมืองที่เห็นในปัจจุบันถูกสร้างและเสริมความแข็งแกร่งในช่วงศตวรรษที่ 13-17 ซึ่งขึ้นชื่อว่า “ไม่เคยถูกข้าศึกตีแตก” ตลอดประวัติศาสตร์ยาวนานหลายร้อยปี
แต่ต่อมาก็ถูกแผ่นดินไหวรุนแรง (ค.ศ. 1667) และถูกถล่มด้วยระเบิดในช่วงสงครามประกาศอิสรภาพ (ปี 1991) แต่ได้รับการบูรณะอย่างประณีตจนกลับมาสวยงามเหมือนเดิม
Dubrovnik โด่งดังไปทั่วโลกจากการถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำหลักของเมือง King’s Landing ในซีรีส์ Game of Thrones
Jesuit Staircase: บันไดหินที่เป็นจุดถ่ายทำฉาก “Walk of Shame” อันโด่งดัง ซึ่งปัจจุบันกลายเป็นจุดเช็คอินยอดฮิตของแฟนซีรีส์
📍 Old Town (Dubrovnik)
(ดูรูปเพิ่ม▼)
พวกเราไปถึงวันคริสมาสต์อีฟพอดี มีการตกแต่งต้นคริสมาสต์ แต่คนไม่ค่อยเยอะมาก บรรยากาศแบบในฝันมาก เสียอย่างเดียวหนาวมาก (ก็หน้าหนาวนี่เนอะ)
เฉพาะเมืองเก่า เดินกี่ครั้งก็ดูไม่เบื่อ ดูทะเล เสียงคลื่นซัดโขดหิน ประตูเมือง ปราสาท ทุกอย่างมันราวกับอยู่ในฝันเลย
พอมารู้ทีหลังว่าเป็นสถานที่ถ่ายทำซีรี่ย์ Game of Throne ก็เลยต้องไปหามาดู ร้องโอ้โหวหนักเข้าไปอีก ทำไมไม่เคยดูมากก่อน (เคยได้ยินบ้างแต่ไม่สนใจ)
ทุกตารางนิ้ว เป็นที่เที่ยวได้หมดเลย โดยเฉพาะริมโขดหิน นั่งได้ทุกที่ เห็นแล้วซาบซึ้ง คลายเครียด มีความสุขทุกครั้งที่เห็นเลย ถ้ามีโอกาสจะไปอีกแน่นอน Dubrovnik
ช่วงคริสมาสต์มีการจัดคอนเสิร์ตสำหรับเด็กๆตอนกลางวัน และสำหรับผู้ใหญ่ตอนกลางคืน แต่ไม่มีบูธขายของ
จุดชมวิว Srđ (Dubrovnik)
วิดีโอ ขึ้นเขาแข่งกับลุง วัย 82
วิดีโอ วิวที่ว้าว…ที่สุดใน “ดูโบรฟนิก”
Srđ (เสิร์จ) เป็นชื่อภูเขาเหนือเมือง Dubrovnik เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญในประวัติศาสตร์
Fort Imperial (ป้อมอิมพีเรียล): บนยอดเขามีป้อมปราการขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นในสมัยจักรพรรดินโปเลียน (ช่วงปี 1810)
ในช่วงสงครามประกาศอิสรภาพโครเอเชีย (ทศวรรษ 1990) ภูเขานี้เป็นสมรภูมิรบที่ดุเดือดมาก ปัจจุบันภายในป้อมได้กลายเป็น พิพิธภัณฑ์สงคราม (Homeland War Museum) เพื่อแสดงเรื่องราวการปกป้องเมืองดูบรอฟนิกจากการปิดล้อม
📍 จุดชมวิว Srđ (Dubrovnik)
(ดูรูปเพิ่ม▼)
จริงๆมี Cable car ขึ้นไปด้วย แต่จี๊กับอ๊อบใช้วิธีเดินขึ้น (ประหยัดนั่นเอง) มันไม่ได้สูงมาก เส้นทางก็ง่าย ทางเดินดี ออกกำลังกายไปในตัว แถมยังได้ดื่มด่ำกับวิวนานขึ้น ซึมซับบรรยากาศมากขึ้น
จุดชมวิวบริเวณนี้พลาดไม่ได้เด็ดขาดถ้าได้มาเมือง Dubrovnik เมื่อขึ้นมาถึงข้างบนแล้ว ก็ยังมีพื้นที่เดินป่าอีกมาก วิวด้านหน้า ด้านหลังมีหลายแบบ ถูกใจนักสำรวจอย่างเราเลย
ทิศเหนือ (Dubrovnik)
📍 ทิศเหนือ (Dubrovnik)
(ดูรูปเพิ่ม▼)
เป็นเมืองที่เดินไปทางไหนก็สวยทุกจุด วันนี้เราจะเดินกันทั้งวัน 9 กม. จากที่พักวันขึ้นไปทางเหนือ ลัดเลาะขอบ เป็นโขดหินไปเรื่อยๆ ช่วงนั้นหน้าหนาวคนแทบไม่มี รร.ดูร้างมาก ถ้าเดินคนเดียวก็หลอนอยู่นะ
ถือว่าเป็นตัวอย่างของการพัฒนาการท่องเที่ยวจากสิ่งที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น เพราะเขาทำทางเดิน เทปูนตรงโขดหินให้เราไปเดิน ไปนั่ง ไปว่ายน้ำได้ทั่วเลย ทั้งที่ไม่มีชายหาดทรายละเอียดๆเลย
เราสามารถเดินเลียบโขดหิน รอบเกาะไปเรื่อยๆได้ วิวทุกจุดที่เดิน สวยมากจริงๆ ทำให้เดินไม่รู้จักเหนื่อยเลย
ทิศตะวันออก (Dubrovnik)
📍 ทิศตะวันออก (Dubrovnik)
(ดูรูปเพิ่ม▼)
ทิศใต้ (Dubrovnik)
แผนที่ ทิศใต้ (Dubrovnik)
📍 ทิศใต้ (Dubrovnik)
(ดูรูปเพิ่ม▼)
ข้างๆเมืองเก่าก็มีพื้นที่เดินป่า โขดหิน ถ้ำ จากเส้นแดงที่ขีดจะเห็นว่าเหมือนมันสั้นนิดเดียวใช่มั้ย แต่มันมีทางลงทะเล ทางเดินเยอะมากๆ ต้องไปเห็นสถานที่จริง เพราะใน google maps ไม่มีเส้นทาง
ส่วนวิวก็สตั้นมาก นั่งได้ทั้งวันเลย (ถ้าไม่หนาว)
อากาศช่วงนั้น มกราคม หนาวมากๆ ตอนเดินไม่เท่าไหร่ แต่ถ้านั่งเฉยๆซักพักมันจะสั่นเลย
แล้วห้องที่พักของประเทศแถบนี้มันไม่ค่อยกันลม ฮีตเตอร์ก็ไม่มี มีแต่แอร์เป่าลมร้อน
Franjo Tuđman Bridge (Dubrovnik)
📍 Franjo Tuđman Bridge (Dubrovnik)
(ดูรูปเพิ่ม▼)
เดินจากเมืองเก่าไปทางสะพานแขวน ดูไกลเหมือนง่ายนะ แต่พอไปถึงสะพานแล้วลมแรงมากเหมือนเป็นช่องลม เหมือนจะหอบเราตกทะเลได้เลย แล้วสะพานมันก็ยาวกว่าที่คิดมาก แต่จุดชมวิวมันสวยคุ้มมากจริงๆ
ทิศตะวันตก (Dubrovnik)
ทางเดินจะเลาะโขดหินไปตามเส้นแดง แต่ในแผนที่ google map ไม่มีเส้นทางให้ลาก แต่เป้าหมายคือ ไปดูเกาะเสี้ยวพระจันทร์ Grebeni
📍 ทิศตะวันตก (Dubrovnik)
(ดูรูปเพิ่ม▼)
Split
แผนที่ Split
วิดีโอ Split เมืองเกษียณยุคโรมัน
Split ไม่ใช่แค่เมืองเก่าที่มีวัง Diocletian’s Palace ของจักรพรรดิไดโอคลีเชียน แล้วเก็บค่าเข้าชม แต่ทั้งเมืองเป็นวังที่ “ผู้คนยังใช้ชีวิตอยู่ในโบราณสถาน” มาจนถึงทุกวันนี้ เข้าออกอิสระฟรีๆ เดินในเมืองก็เหมือนเราเดินอยู่ในวัง เปิดหน้าต่างบ้านออกมาก็เจอซากวังเลย ให้นึกถึงเราเดินในเมืองหรูหรา แล้วตกแต่งด้วยซากโรมันโบราณอย่างสมจริง จะไม่สมจริงได้ยังไงเพราะมันคือซากของจริงเลย
🏛️ ประวัติ Split
(อ่านต่อ▼)
เดิมที่พื้นที่แถบเมือง Split ในปัจจุบันเป็นเพียงพื้นที่โล่งๆ แต่ Emperor Diocletian ได้มาสร้าง “วังที่เป็นกึ่งป้อมปราการ” นี้ขึ้นเสร็จในปีค.ศ. 305 เพื่อรักษาตัวและใช้ชีวิตหลังเกษียณอย่างสงบ
Emperor Diocletian คือเบอร์หนึ่ง ผู้กอบกู้โรมันจากความวุ่นวายและจัดระเบียบโลกใหม่ จนกลายเป็นต้นแบบของจักรพรรดิในยุคต่อๆ มา
ต่อมาช่วงศตวรรษที่ 6-7 เป็นยุคของพวกอาวาร์ (Avars) และพวกสลาฟ (Slavs) ได้บุกโจมตีเข้าปล้นสะดม ชาวเมืองก็ถอยหลบเข้าวัง และเริ่มดัดแปลงพื้นที่ภายในวัง จนกลายเป็นชุมชนถาวร
📍 Split
(ดูรูปเพิ่ม▼)
นั่งบัสระยะไกล จาก Dubrovnik มายัง Split เพียงเพราะเห็นเป็นเมืองท่าเรือใหญ่ เผื่อจะได้นั่งเรือไปตามเกาะต่างๆ แต่ปรากฎว่ารอบเรือ มีแต่ต้องไปค้างตามเกาะอย่างน้อย 2 คืน ก็เลยไม่ได้ขึ้นเรือเลย
แต่เมือง Split เป็นเมืองทีมีอะไรให้เดินมากกว่าที่คิดเยอะเลย ทั้งตัวเมืองเก่า ที่ดูทันสมัย ทางเดินเลียบทะเล เป็นท่าเรือ ที่พักผ่อนหย่อนใจ ตลอดแนวที่ยาวมากๆ
มีเนินเขา ทางเดินป่า ทางขี่จักรยาน หลากหลายเส้นทาง อย่างไม่น่าเชื่อว่าใกล้ตัวเมืองแค่ก้าวเดียว
พวกเราใช้เวลาเดินป่าทั้ง 3 เส้นทาง ถึง 3 วัน ถึงจะครบ จุดชมวิวเหลือเฟือ ที่เล่นน้ำไม่ต้องแย่งกันเลย (หมายถึงถ้าเป็นหน้าร้อนนะ หน้าหนาวเล่นไม่ได้อยู่แล้ว)
ไม่ว่าจะตะวันออก ตะวันตก เข้าป่า ขึ้นเนิน ชายหาด เหนือ ใต้ เราสามารถเดินได้หมดเลย และสวยทุกจุดจริงๆ ถ้ามีโอกาสจะล่องไปตามเกาะต่างๆดูบ้าง
Marjan Park Forest (Split)
แผนที่ Marjan Park Forest
วิดีโอ Marjan Park Forest
Marjan Park Forest คือผืนป่าใจกลางเมือง บนเนินเขามีจุดชมวิวหลายแห่ง โดยเฉพาะจุดชมวิวใกล้โบสถ์ St. Nicholas เส้นทางเดินป่า ทางวิ่ง ทางปั่นจักรยาน มีหน้าผาสำหรับนักปีนเขาและชายหาดเล็กๆ มีโบสถ์หินเก่าแก่ยุคกลางหลังเล็กๆซ่อนตัวอยู่ตามหน้าผา รวมถึงสวนพฤกษศาสตร์และสวนสัตว์ขนาดเล็ก
📍 Marjan Park Forest (Split)
(ดูรูปเพิ่ม▼)
จะเรียกว่าเป็นสวนหรือเป็นป่าดีล่ะ เพราะมันใหญ่และมีทุกอย่างจริงๆทั้ง ป่า ชายหาด โขดหินที่ลงเล่นน้ำได้ สวนสาธารณะ ทางถนนรถวิ่ง ทางคนเดิน ทางhiking ทาง trekking ปีนเขาก็มีนะแบบปีนหน้าผาเลย จุดชมวิว จะเอาอะไรอีก
Trogia
แผนที่ Trogia
วิดีโอ Trogia
เมืองนี้ได้รับฉายาว่า “Little Venice” แห่งดัลเมเชีย และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดย UNESCO ในปี 1997 ที่รวมสถาปัตยกรรมตั้งแต่ยุคกรีก, โรมัน, ไปจนถึงเวนิส ไว้ในที่เดียวอย่างสมบูรณ์ที่สุด
📍 Trogia
(ดูรูปเพิ่ม▼)
อยู่ใกล้ๆกับ สนามบิน Split เป็นเมืองเล็กๆ นั่งรถเมล์จาก Split ไปได้ แต่ค่ารถเมล์ที่นี่ แพงจังเลย จากต้นสายไปปลายสาย ไปกลับคนละ 300 บาทแน่ะ ใกล้นิดเดียวเองนะ จากต้นสายไปปลายสาย
เมืองนี้เล็กมาก เดินแป้บเดียวก็หมดแล้ว แต่พวกเรายังไม่อยากกลับเลยนั่งเรือข้ามไปอีกฝั่งนึง (นั่งฟรีเพราะสะพานซ่อมอยู่) แล้วเดินไปอีกฝากนึงเจอจุดชมวิว จุดเล่นน้ำ แม้ว่าจะไม่ใช่แหล่งนักท่องเที่ยว เขาก็ทำให้คนท้องถิ่นเองหรือเนี่ยะ ตอนแรกก็นึกว่าทำให้เฉพาะจุดท่องเที่ยวซะอีก
ขึ้นเครื่องบินจิ๋ว จาก Split ไป Pula
แผนที่ ขึ้นเครื่องบิน จาก Split ไป Pula
วิดีโอ นั่งเครื่องบินจิ๋ว + รีวิวที่พัก
เดินทางเปลี่ยนเมืองจาก Split ไป Pula เป็นเครื่องบินใบพัด (Turboprop) ขนาดเล็ก บินต่ำ เห็นพื้นล่างชัดแจ๋ว มีที่นั่งน่าจะไม่เกิน 30 ที่นั่ง คนเต็มลำ เก่าอารมณ์รถบขส.ที่บินได้ ที่นั่งหลักร้อย วิวหลักล้าน
ใช้เวลาบินไม่เกิน 1 ชม. เพราะบินช้ามาก
📍 บินจาก Split ไป Pula
(ดูรูปเพิ่ม▼)
ที่เดินทางด้วยเครื่องบินไม่ใช่เพราะรวย หรืออยากหรูอะไรนะ แต่เพราะหลวมตัวไปจองบัสระยะไกลแล้วแพงมากเลย นั่งนานเกือบ 9 ชม.อีกต่างหาก
แต่ก็ลืมนึกว่ามีเครื่องบินด้วย มารู้ตัวอีกทีก็คือซื้อตั๋วบัสไปแล้ว พอมาค้นหาเครื่องบินปรากฎว่ารวมค่ากระเป๋าแล้วก็พอๆกับค่าบัสเลย แต่เร็วกว่า
ก็เลยทำเรื่องขอคืนเงินจากบัส แต่ก็โดนหัก 20% สรุปแล้วต่อให้ขาดทุนไป แต่ถือว่านั่งเครื่องบินคุ้มกว่า เพราะเร็วกว่า บินแค่ชั่วโมงเดียว ข้อเสียคือ ต้องนั่งรถเมล์ไปสนามบิน เสียค่ารถเมล์ แต่ถ้าคิดถึงเรื่องความเร็วแล้ว จี๊ไม่อยากนั่งในบัสเกือบ 10 ชม. ห้องน้ำมีหรือเปล่าก็ไม่รู้ เมื่อยมากๆ จ่ายเพิ่มไม่กี่ร้อย ได้นั่งเครื่องบิน คุ้มกว่าเห็นๆ
แต่ก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะได้นั่งเครื่องบินเล็กๆแบบนี้ ความรู้สึกเหมือนนั่งรถเมล์เล็กๆ เก่าๆ แต่วิวสุดยอดมาก เราจะได้เห็นวิวแบบนี้ไปตลอดทางเลย เพราะเครื่องบินเล็กมันจะบินสูงๆไม่ได้
Pula
แผนที่ Pula
แผนที่ Pula
Pula ได้ฉายาว่า Little Rome” ในโครเอเชีย เป็นเมืองเก่าแก่กว่า 3,000 ปีที่มีความรุ่งเรืองถึงขีดสุดในยุคโรมัน ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยโบราณสถานหินอ่อนที่ยังสมบูรณ์มาก ผสมผสานระหว่าง “ซากอารยธรรมโบราณ” เข้ากับ “วิถีชีวิตเมืองท่า” และน้ำทะเลสีคราม
มี Pula Arena (อัฒจันทร์โรมัน) ที่ใหญ่เป็นอันดับ 6 ของโลกเป็นสัญลักษณ์เด่น และยังมีวิหารเก่าแก่กลางจัตุรัสที่ให้บรรยากาศเหมือนเดินอยู่ในอิตาลี
📍 ภายในเมือง Pula
(ดูรูปเพิ่ม▼)
landmark สำคัญก็คือ Pula Arena และอันนี้แหล่ะเป็นตัวสะดุดให้มาที่นี่ จี๊เห็น Arena คล้ายๆโรม (ยังไม่เคยไปโรม) ก็เลยจินตนาการไปว่าต้องมีอะไรมากกว่าที่่คิด แต่พอไปจริงก็มี Arena อันนั้นอันเดียวที่คอยเชิดหน้าชูตาให้เมืองได้
Pula Citadel ป็นป้อมปราการสไตล์บาโรกที่ตั้งอยู่บนจุดที่สูงที่สุดของเมืองพูลา 🏰 ป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 โดยชาวเวนิส
Arch of the Sergii เป็นประตูชัยโรมันโบราณ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ 29–27 ปีก่อนคริสตกาล
Temple of Augustus เป็นหนึ่งในโบราณสถานโรมันที่งดงามและสมบูรณ์ที่สุด สร้างขึ้นในช่วงปีที่ 2 ก่อนคริสตกาล ถึง ค.ศ. 14 เพื่ออุทิศแด่จักรพรรดิออกัสตัส ปฐมจักรพรรดิแห่งโรม
ธรรมชาติรอบนอก (Pula)
แผนที่ ธรรมชาติรอบนอก (Pula)
วิดีโอ Fort Stoja ความสุข ความสงบ
ที่ Pula เป็นเมืองที่เล็กมากๆ มีที่ให้เดินน้อยกว่า Split แบบเทียบไม่ติดเลย เลยต้องเดินไกลออกไปเพื่อหาจุดชมวิวอื่นๆ แต่ที่ Split คือไม่ต้องไปไหนไกลเลย
แต่ถึงจะบอกว่าที่เดินน้อย เราก็ไปทั่วนะ ส่วนใหญ่จะอยู่ทางใต้ของเมือง เดินออกไปไกล 5-10 กม. ถึงจะเจอโขดหินและจุดชมวิวสวยๆ
แม้ว่าจะเขียนเหมือนไม่ค่อยมีอะไรมากในเมืองนี้ แต่รอบนอกก็ยังสวย เป็นธรรมชาติมากๆ ทั้งสวน ทั้งป่า เสียแค่ว่ามันต้องเดินไกลเท่านั้นเอง
ประตูที่เหมือนนี้ก็ไม่ใช่โบสถ์จริง แต่เป็นฉากถ่ายทำภาพยนตร์ และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดใน Pula
📍 ธรรมชาติรอบนอก (Pula)
(ดูรูปเพิ่ม▼)
การมาพักที่นี่ทำให้เรียนรู้ว่า ความสุขของการท่องเที่ยว คือ ทุกที่คือที่เที่ยว ได้ความอิสระทางความคิด คิดจะไปไหนก็ได้ ไม่ต้องเป็นที่เที่ยวที่เขาแนะนำ ไม่ต้องมีนักท่องเที่ยว ทุกที่ที่ได้ไปกับคนที่เข้าใจกัน มันคือความสุขที่สุดแล้ว มันคือการเดินทาง การท่องเที่ยวคือผลพลอยได้เท่านั้น
การเดินทางไม่มีจุดจบ การเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ก็ไม่เคยมีจุดสิ้นสุด การได้เรียนรู้ตัวเอง เป็นสิ่งมีค่าที่สุด
บางครั้งใจกับขามันก็ไม่สัมพันธ์กัน ใจบอกอย่าไปเลย น่ากลัว เหนื่อย ขี้เกียจ แต่ขามันพาไปเอง พาเข้าป่าเข้าพง เจอทหารยังมีหน้าไปถามอีกว่าเข้าไปได้มั้ย (พื้นที่ทหาร) เผื่อฟลุ๊ก จนหาทางเดินอ้อมเข้าไปจนได้ เข้าไปก็ไม่มีอะไร เจอแต่ตึกร้างน่ากลัว แต่อย่างน้อยเรารู้สึกว่าได้ทำสิ่งที่อยากทำแล้ว แค่นั้นเอง สบายใจ ไปต่อ ไม่ต้องมาค้างคาใจอะไร
สรุปค่าใช้จ่าย Croatia
- ค่าของกิน + ของใช้ 35,460 บาท
- ค่าเดินทาง 8,675 บาท
- ค่าห้องพัก 64,773 บาท
- ค่าซื้อของพิเศษ 5,570 บาท
รวม 114,478 บาท (รวม 2 คน)
วิดีโอ สรุปค่าใช้จ่าย Croatia 3 เดือน
รวมลิงค์วิดีโอ
Croatia Jan-Mar 2022
วิดีโอ Dubrovnik
GoNoGuide Go 99: จาก Budva ไป Dubrovnik GoNoGuide Go 100: รีวิวที่พัก Dubrovnik GoNoGuide Go 101: สถานที่ถ่ายหนัง Game of Thrones GoNoGuide Go 101/1: พักใจ ใช้ขาเดิน GoNoGuide Go 102: ไม่มีทรายนุ่มๆ แต่มันชุ่มชื่นหัวใจ GoNoGuide Go 103: เที่ยวคนเดียวเปลี่ยวใจ GoNoGuide Go 104: ขึ้นเขาแข่งกับลุง วัย 82 GoNoGuide Go 104/1: วิวที่ว้าว…ที่สุดใน “ดูโบรฟนิก” GoNoGuide Go 104/2: เมืองมหาเสน่ห์ แบกเป้มาเลย GoNoGuide Go 105: ฝ่ารถเฉี่ยว เสียวตกสะพาน GoNoGuide Go 106: เดินเล่นโหด โขดหินหน้าคุณทวด GoNoGuide Go 107: วิวงามๆ สนามเด็กเล่น GoNoGuide Go 108: เมื่อเราต้องแยกทางกัน GoNoGuide Go 109: เมื่อเราต้องลาจาก GoNoGuide Go 110: เปลี่ยนเมือง ผ่านตม. รีวิวที่พักวิดีโอ Split
GoNoGuide Go 111: เมืองเกษียณ ริมทะเล ยุคโรมัน GoNoGuide Go 112: ท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องเป็นที่เที่ยว GoNoGuide Go 113: Marjan Park Forest GoNoGuide Go 114: หาดหินๆ เดินฟินๆ GoNoGuide Go 115: เที่ยว Trogia GoNoGuide Go 116: เดินป่า ไม่น่ากลัวหรอก GoNoGuide Go 117: ตัวอย่างการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยววิดีโอ Pula
GoNoGuide Go 118: นั่งเครื่องบินจิ๋ว รีวิวที่พัก Pula GoNoGuide Go 119: Verudela Canyon GoNoGuide Go 120: ใจกลางเมืองเก่า ‘ปูลา’ GoNoGuide Go 121: Fort Stoja GoNoGuide Go 122: เข้าป่า เจอค่ายทหารร้าง GoNoGuide Go 123: Cyclone Beach สวยที่สุดในปูลา GoNoGuide Go 124: เห็นทะเลแล้วคิดถึงอะไร GoNoGuide Go 125: ไม่ใช่สายลุย บอกเลย ปอดแหก GoNoGuide Go 126: เดินป่าวันสุดท้าย Soline Forest Park GoNoGuide Go 127: สรุปค่าใช้จ่าย Croatia❰ ย้อน : หน้ารวม < 2021 < Montenegro
ไปต่อ : กลับเข้าเชงเก้น ❱



















































































































































